
บริษัท เล็กซัส ประเทศไทย (Lexus Thailand) เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในตลาดรถยนต์พรีเมียมซีดาน ด้วยการร่อนหมายเปิดผ้าคลุม THE ALL-NEW LEXUS ES 2026 เจเนอเรชันที่ 8 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ ชูนวัตกรรมยานยนต์พรีเมียมซีดานยุคใหม่ที่ได้รับการพัฒนาใหม่หมดจดตั้งแต่หัวจรดท้าย บนกลยุทธ์ Multi-Pathway นำเข้าทั้งคันแบบ CBU จากประเทศญี่ปุ่น คาดมีให้เลือกทั้งขุมพลังไฮบริด HEV และขุมพลังไฟฟ้า Pure EV 100% เป็นครั้งแรกของไลน์อัป ES



ข้อมูลสเปกทางเทคนิคและสมรรถนะของ ALL-NEW LEXUS ES 2026






มิติตัวถังภายนอกและงานออกแบบฉีกดีไซน์เดิมๆ ด้วยภาษาการออกแบบใหม่ Clean Tech x Elegance ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถต้นแบบไฟฟ้าแห่งอนาคต LF-ZC Concept สัดส่วนตัวถังปรับให้มีความสปอร์ตและลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ชั้นสูง ALL-NEW LEXUS ES 2026 มาพร้อมขนาดความยาวตัวถัง 5,140 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,920 มิลลิเมตร ความสูง 1,555–1,560 มิลลิเมตร มีระยะฐานล้อกว้างขวางถึง 2,950 มิลลิเมตร และระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) อยู่ที่ 140–145 มิลลิเมตร






ห้องโดยสารภายในออกแบบเน้นความโปร่งโล่ง เรียบหรู ตามปรัชญา Omotenashi โดดเด่นด้วยนวัตกรรมปุ่มสัมผัสซ่อนรูปตอบสนองฉับไวครั้งแรกของโลก (Responsive Hidden Switches) ผสานระบบ Sensory Concierge ควบคุมบรรยากาศ แสงไฟ อุณหภูมิ และกลิ่นหอมเฉพาะบุคคล หน้าจอแสดงผลอินโฟเทนเมนต์ขนาด 14 นิ้ว รองรับระบบปฏิบัติการ LexusConnect ยุคใหม่ พร้อมกระจกหลังคา Panoramic Roof ปรับแสงเข้ม-สว่างอัตโนมัติ และระบบความปลอดภัยขั้นสูง Lexus Safety System+ 4.0 (LSS+ 4.0)









ALL-NEW LEXUS ES 2026 ในต่างประเทศมีตัวเลือกครอบคลุมทั้ง 2 รูปแบบ






รุ่นขุมพลังไฮบริด HEV นำทัพด้วย ES 350h ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า (FWD) และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD)






รุ่นขุมพลังไฟฟ้า 100% BEV ประเดิมด้วย ES 350e ขับเคลื่อนล้อหน้า และรุ่นแรงสุด ES 500e มอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ DIRECT4 ให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 348 แรงม้า ติดตั้งแบตเตอรี่ Lithium-ion แรงดันสูงสถาปัตยกรรม 400V ความจุ 74.69 kWh รองรับการชาร์จไฟกระแสตรง DC Fast Charging จาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที









Bangkok Motorhaus มองอย่างไร






การเปิดตัว All-New Lexus ES 2026 ในประเทศไทยวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริงของเลกซัส เพราะ ES ถือเป็นโมเดลเสาหลักที่ทำยอดขายและสร้างชื่อเสียงด้านความนุ่มนวล เงียบ และนั่งสบายมาอย่างยาวนาน แท็กติกของเลกซัสในรอบนี้ที่น่าสนใจมากคือการไม่ตัดช่องน้อยแต่พ้นด้วยการเปลี่ยนไปเป็นรถไฟฟ้า 100% ทันที









แนวทาง Multi-Pathway นำเสนอทั้งระบบไฮบริด ES 350h สำหรับคนที่ยังต้องการความสะดวกในการเดินทางไกล ควบคู่กับรุ่น ES 350e และ ES 500e BEV สำหรับลูกค้ายุคใหม่ที่มองหานวัตกรรม EV ระดับพรีเมียม






ในเชิงวิศวกรรม การเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์มยุคใหม่ที่รองรับช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงก์ (Multi-link) เป็นครั้งแรกในตระกูล ES ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ DIRECT4 ในรุ่นไฟฟ้า 100% จะเข้ามาแก้ไขจุดอ่อนเดิมเรื่องฟีลลิ่งการขับขี่ที่เคยถูกมองว่าเน้นความนุ่มจนขาดความสปอร์ต ให้กลายเป็นซีดานที่ทั้งคม แม่นยำ และเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ ท้าชนกับคู่แข่งเยอรมันอย่าง BMW Series 5 และ Mercedes-Benz E-Class รวมถึงคู่แข่ง EV ไฮเอนด์ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ






นอกจากนี้ การดีไซน์ห้องโดยสารที่ใส่เทคโนโลยีอย่าง Responsive Hidden Switches และ Sensory Concierge เข้ามา ยิ่งเป็นการโชว์งานคราฟต์สแมนชิพสไตล์ญี่ปุ่นที่ผสมผสานความล้ำสมัยแบบไม่เอะอะ โครงสร้างราคาจำหน่ายและแพ็กเกจวารันตีที่จะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ จะเป็นด่านสำคัญที่สุดในการชี้วัดว่า Lexus ES 2026 จะสามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มผู้บริหารระดับสูงและนักธุรกิจรุ่นใหม่ในไทยได้มากน้อยเพียงใดครับ










