
บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์สองล้อไฟฟ้ายอดขายอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่อง 9 ปี ประกาศเปิดตัวบิ๊กสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุด Yadea GT80 2026 และ Yadea GT80-P 2026 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” เจาะกลุ่มผู้ใช้งานในเมืองและผู้ที่ต้องการเปลี่ยนจากรถจักรยานยนต์น้ำมันมาเป็นระบบไฟฟ้า 100% ชูจุดเด่นขี่ได้ไกลขึ้น ความเร็วสูงขึ้น ดีไซน์พรีเมียมสปอร์ต พร้อมขี่สู้ฝนลุยสภาพอากาศเมืองไทย และสามารถจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย
ข้อมูลสเปก Yadea GT80 และ GT80-P 2026
งานวิศวกรรมและการออกแบบตัวรถมาในสไตล์บิ๊กสกู๊ตเตอร์ (Big Scooter) มิติโมเดิร์นพรีเมียม เส้นสายโฉบเฉี่ยว แข็งแกร่ง แต่คงความคล่องตัวสูงสำหรับการจราจรในเมือง ตัวโครงสร้างและระบบไฟฟ้ารอบคันออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพอากาศเมืองไทยอย่างเหนียวแน่น ทั้งกันน้ำ ทนแดด และลุยฝนได้อย่างมั่นใจ




Yadea GT80 2026
- ราคาโปรโมชัน 57,900 บาท (ราคาปกติ 67,900 บาท)
- ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 3,000 วัตต์
- ความเร็วสูงสุด (Top Speed) 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- แบตเตอรี่ลิเธียม LFP ความจุ 72V 50Ah
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 110 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง


Yadea GT80-P 2026
- ราคาโปรโมชัน 69,900 บาท (ราคาปกติ 79,900 บาท)
- ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 3,000 วัตต์
- ความเร็วสูงสุด (Top Speed) 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- แบตเตอรี่ลิเธียม LFP แบบแพ็คคู่ ความจุรวม 72V 80Ah (แบ่งเป็น 72V 50Ah + 72V 30Ah)
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 170 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ด้านระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะ ทั้งสองรุ่นติดตั้งระบบสมองกล i-Control พ่วงเทคโนโลยีป้องกันล้อหมุนฟรีอัจฉริยะ TCS (Traction Control System) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control) เสริมความสะดวกสบายด้วยระบบ AIGO เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถเข้ากับ Yadea Application บนสมาร์ทโฟน รองรับการแสดงผลแผนที่นำทางบนหน้าจอรถ การเล่นระบบความบันเทิง/เพลง และแสดงสายโทรเข้า




การรับประกันคุณภาพตัวรถ มอบความอุ่นใจระยะยาวด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร รับประกันมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร และรับประกันชุดคอนโทรลเลอร์ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร





พิเศษสำหรับผู้ที่สั่งจองตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 กรกฎาคม 2026 จะได้รับของแถม Exclusive 3 รายการ รวมมูลค่า 8,000 บาท (แร็คและกล่องพ่วงท้าย GT80, เสื้อแจ็กเก็ต Yadea และหมวกกันน็อก Limited Edition Yadea GT Series) โดยยาเดียมีแผนจะวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Shopee ออนไลน์อย่างเป็นทางการในวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 นี้ด้วย






Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การขยับตัวของ ยาเดีย ในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นแท็กติกการบุกตลาดทลายกำแพงความกลัว (Pain point) ของผู้บริโภคชาวไทยอย่างตรงจุด ปัจจุบันคนไทยที่อยากเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มักจะติดภาพจำเดิมๆ ว่ารถไฟฟ้าคันเล็ก วิ่งช้า และวิ่งได้ระยะทางสั้น ไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง แต่การส่ง Yadea GT80 และ GT80-P 2026 ลงสู่สนาม ถือเป็นการยกระดับเซกเมนต์สู่พิกัด “บิ๊กสกู๊ตเตอร์” ที่มีพละกำลังมอเตอร์ 3,000 วัตต์ ทำความเร็วได้ถึง 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเป็นย่านความเร็วที่ปลอดภัยและไหลไปกับกระแสจราจรบนถนนสายหลักในไทยได้สบายๆ
จุดเด่นสำคัญคือการบริหารจัดการความจุแบตเตอรี่ในรุ่น GT80-P 2026 ที่อัดมาให้ถึง 80Ah ทำระยะทางวิ่งได้เคลมสูงสุด 170 กิโลเมตร ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ตอบโจทย์คนทำงานออฟฟิศทั่วไป แต่มันครอบคลุมไปถึงกลุ่มไรเดอร์และกลุ่มขนส่งที่ต้องวิ่งงานตลอดทั้งวัน รวมถึงสายทัวริ่งระยะกลางได้อย่างไร้กังวล ยิ่งไปกว่านั้น การเคาะราคาโปรโมชันช่วงเปิดตัวเริ่มต้นที่ 57,900 บาท เมื่อเทียบกับสเปกบิ๊กสกู๊ตเตอร์และเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่าง TCS และ HDC ที่ใส่มาให้ ถือว่าทำราคาเขย่าขวัญคู่แข่งในตลาดทั้งกลุ่มรถน้ำมันและรถไฟฟ้าแบรนด์อื่นอย่างรุนแรง
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเชิงกลยุทธ์คือ แผนการลงทุนระยะยาวของ ยาเดีย ที่ใช้ประเทศไทยเป็นทั้งตลาดหลักและฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของอาเซียน โดยเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตจาก 150,000 คันต่อปี ทะยานสู่ 600,000 คันต่อปี ภายใน 3 ปีข้างหน้า ควบคู่ไปกับการปูพรมขยายเครือข่ายศูนย์จำหน่ายและบริการหลังการขายจาก 900 สาขา ให้แตะ 1,800 สาขา ภายในสิ้นปี 2026 นี้ และตั้งเป้า 5,000 สาขา ภายในปี 2028 ครอบคลุมครบ 77 จังหวัด
ซึ่งนี่คือคีย์เวิร์ดสำคัญที่จะสร้าง Trust หรือความเชื่อมั่นในแบรนด์ระยะยาว เพราะต่อให้รถสเปกดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีอะไหล่หรือศูนย์บริการรองรับ รถไฟฟ้ารุ่นนั้นก็เกิดยาก แต่เกมนี้ยาเดียแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาพร้อมเดินหน้าสร้าง Ecosystem แบบยั่งยืนในไทย








