
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเขย่าตลาดรถยนต์คอมแพกต์ซิตี้คาร์ด้วยการเพิ่มทางเลือกใหม่ เปิดตัวรุ่นย่อยล่าสุด Honda City 2026 e:HEV V ขยายไลน์อัพขุมพลังฟูลไฮบริดให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นกว่าที่เคย เปิดราคาจำหน่ายเข้าถึงง่ายควบคู่การติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะและออปชันความสะดวกสบายที่จำเป็น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการความคุ้มค่าและสมรรถนะการประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศในชีวิตประจำวัน
Honda City 2026 e:HEV V 619,000 บาท รุ่นย่อยเริ่มต้นใหม่ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Atkinson Cycle พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แรงบิด 253 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองสูงสุด 27.8 กม./ลิตร
สัมผัสแรกและข้อมูลสเปกของ Honda City 2026 e:HEV V
งานดีไซน์ภายนอกและโครงสร้างตัวถังได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด low and wide เน้นความกว้างขวางของตัวรถ รูปลักษณ์ภายนอกปรับแต่งเสริมความเรียบเท่ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ กันชนหน้าและกันชนหลังดีไซน์ใหม่ในรุ่นซีดาน






ติดตั้งชุดไฟหน้าแบบ Full LED ทรงสปอร์ตที่มีประสิทธิภาพการส่องสว่างสูงขึ้นในที่มืด (Tri-function) เหมือนกับตัวท็อป โดยในส่วนที่แตกต่างคือไฟคอนเนคติ้งไลท์ (Connecting Light) ที่ไม่มีมาให้ แต่จะเปลี่ยนเป็นแถบสีเงินสไตล์พรีเมียมแทน จับคู่กับล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วแบบทูโทนดีไซน์สปอร์ต Diamond cut สีเทา เรียบเท่









ห้องโดยสารภายในออกแบบเน้นความกว้างขวางตามสไตล์ซิตี้คาร์ ติดตั้งเบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุผ้าคุณภาพสูงให้สัมผัสที่นุ่มนวลและทรงเบาะที่โอบกระชับรับสรีระได้ดี ช่วยให้ขับขี่เดินทางไกลได้โดยไม่รู้สึกเมื่อยล้า



บริเวณกลางคอนโซลติดตั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch ฝังเรียบไปกับคอนโซลหน้า รู้สึกใช้งานได้ง่ายและสะดวกด้วยการติดตั้งปุ่มควบคุมแมคคานิกแยก รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พ่วงระบบควบคุมปรับอากาศอัตโนมัติ ทัศนวิสัยคนขับจัดวางมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ดีไซน์สวยงามคมชัดตามรูปแบบที่จะใช้ร่วมกับไลน์อัพ e:HEV ทุกรุ่น








ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ทำงานร่วมกันอย่างทรงพลังระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว (มอเตอร์ขับเคลื่อน Drive Motor และมอเตอร์เจเนอเรเตอร์ Generator Motor) ในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT กับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ออกตัวได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องรอรอบด้วยการส่งแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดถึง 253 นิวตัน-เมตร ที่ช่วง 0 ถึง 3,000 รอบต่อนาที โดยตัวรถให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมสูงสุดตามสเปกโรงงานถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร



เทคโนโลยีความสะดวกสบายและความปลอดภัยอัจฉริยะติดตั้งระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ระบบกุญแจ Honda Smart Key System ถุงลมคู่หน้า และถุงลมด้านข้างคู่หน้า



ระบบปกป้องและช่วยเหลือผู้ขับขี่ Honda SENSING ประกอบด้วย 6 ฟังก์ชันการทำงานหลัก ได้แก่ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS) ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC with LSF) และระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN) พร้อมปุ่มปรับลดความเร็วที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การส่ง Honda City 2026 e:HEV V ลงสู่แทร็กพิกัด Sub-compact เป็นแท็กติกเชิงรุกของฮอนด้าในการ “ทลายกำแพงราคา” ของขุมพลังฟูลไฮบริดให้ลงมาแตะในระดับหกแสนบาทต้น ๆ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดึงดูดใจและสร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่คู่แข่งในเซกเมนต์ B-Segment และรถยนต์ไฟฟ้าพิกัดเริ่มต้นอย่างมาก
Bangkok Motorhaus ได้มีโอกาสทดสอบขับขี่จริงบนเส้นทางจากจังหวัดกระบี่มุ่งสู่จังหวัดภูเก็ต ตัวรถแสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบทางด้านวิศวกรรมของระบบ e:HEV ที่เซตอัปมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ



การส่งกำลังระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์คู่ทำได้อย่างนุ่มนวล สมูท และทำงานเงียบสนิทในความเร็วต่ำถึงปานกลาง โดยในสถานการณ์ทดสอบที่มีผู้โดยสารนั่งรวม 3 คน ขับขี่ด้วยความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดผ่านเส้นทางเขาลาดชันสลับโค้ง ตัวรถยังคงทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้สูงถึง 21.5 กิโลเมตร/ลิตร พิสูจน์ให้เห็นถึงความประหยัดและสมรรถนะการควบคุมที่คล่องตัว ขับสนุก สไตล์ low and wide ที่ระยะฐานล้อและจุดศูนย์ถ่วงต่ำช่วยลดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ได้ดี ความเร็วตามกฎหมายควบคุมได้สบาย ประหยัดจริง

ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ให้มาครบ 6 ฟังก์ชัน ทำงานได้อย่างแม่นยำและไม่รบกวนจังหวะการควบคุมของผู้ขับขี่
เบาะนั่งผ้าดีไซน์ใหม่ให้ความนุ่มนวลและโอบกระชับช่วยลดอาการเมื่อยล้าขณะเดินทางไกลได้จริง ส่วนหน้าจอมัลติมีเดียขนาด 8 นิ้วที่ฝังเข้ากับคอนโซลหน้าก็ใช้งานได้ง่ายและมีปุ่มกดแบบแมคคานิกแยกช่วยลดการละสายตาจากพื้นถนน
ในแง่ของการจัดสรรออปชัน จุดสังเกตสำคัญที่น่าเสียดายคือการตัดทอนรายละเอียดบางส่วนที่จำเป็นออกไป เช่น การไม่มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ไม่มีพอร์ตที่ชาร์จไฟด้านหลัง และเบาะนั่งแถวหลังที่ไม่สามารถปรับพับแยกได้ การถอดที่จับบริเวณเหนือขอบประตูออกไปในหลายตำแหน่ง ถือเป็นข้อจำกัดสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ คนป่วย หรือผู้ที่มีอาการปวดหลังที่ต้องอาศัยที่จับในการพยุงตัวลุกเข้าออกจากห้องโดยสาร

ประกอบกับโครงสร้างหลังคาแบบสปอร์ตที่ทำให้พื้นที่ระยะห่างเหนือศีรษะ (Headroom) ของผู้โดยสารตอนหลังเหลือค่อนข้างน้อยเมื่อนั่งเต็มพิกัด 5 คน แม้ว่าพื้นที่ความกว้างในห้องโดยสารตอนหลังจะกว้างขวางนั่งได้สบายก็ตาม
แต่หากมองข้ามเรื่องออปชันความสะดวกสบายตอนหลังไป แล้วมุ่งเน้นไปที่สมรรถนะระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ามอเตอร์คู่ แรงบิด 253 นิวตันเมตร ระบบเบรกมือไฟฟ้าพ่วง Auto Brake Hold และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ติดตั้งมาให้ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ในราคาค่าตัว 619,000 บาท Honda City 2026 e:HEV V คันนี้ ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า คอนโทรลง่าย และปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ซิตี้คาร์ฟูลไฮบริดคันแรกเพื่อใช้งานระยะยาวอย่างมั่นใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการวางแผนชาร์จไฟ








การทำราคาเริ่มต้นของขุมพลัง e:HEV ที่น่าสนใจและเข้าถึงง่ายมากครับ ด้วยตัวเลขราคา 619,000 บาทคู่กับออปชันและระบบ Honda SENSING และทีเด็ดที่แฝงอยู่ในความมินิมอลของรถรุ่นนี้คือ Cost of Ownership ซึ่งการครอบครองในระยะยาวมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำมาจากการเริ่มของราคารถ ค่าอะไหล่ รวมถึงการต่อประกันรายปีที่ทุนประกันระดับ 6 แสนบาท ราคายังไม่ข้ามหลักหมื่นมีให้เลือกมากมายครับ

















