
บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด ค่ายรถยนต์ชั้นนำเดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์ยาวไกล “Here to Stay” ประกาศเปิดตัวโครงการบ่มเพาะเชิงรุก “OMODA & JAECOO Future Talent Academy” ภายใต้แนวคิดหลัก “Drive Talent, Power the Future” มุ่งเน้นการขับเคลื่อนและพัฒนาบุคลากรคุณภาพรุ่นใหม่ป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ ยกระดับทักษะแรงงานภาคเทคนิคด้วยการผสานความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมร่วมกันอย่างยั่งยืน
โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับสองสถาบันการศึกษาหลักในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคระยอง และวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ค.ศ. 2026 ที่ผ่านมา

โครงสร้างการสนับสนุนและสิทธิประโยชน์ในโครงการ
- ประกาศมอบทุนการศึกษาประจำปี ค.ศ. 2026 รวมทั้งสิ้นจำนวน 20 ทุนการศึกษา โดยจัดสรรแบ่งให้แก่นักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคระยองจำนวน 10 ทุน และวิทยาลัยเทคนิคชลบุรีจำนวน 10 ทุน
- นักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านหลักสูตรเฉพาะทาง OMODA & JAECOO Curriculum ที่พัฒนาขึ้นโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของแบรนด์ พร้อมโอกาสในการเข้าฝึกงานภาคปฏิบัติจริง (Internship Program) ร่วมกับบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด และเครือข่ายพันธมิตรดีลเลอร์เพื่อสร้างเส้นทางสู่อาชีพที่มั่นคงในอนาคต
- กิจกรรมโรดโชว์ (Roadshow) ของแบรนด์มีการนำเสนอข้อมูลเทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ พร้อมทั้งนำรถยนต์ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าพิกัดเด่นอย่าง JAECOO 6T REEV 2026 มาจัดแสดงเพื่อสร้างการรับรู้และให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับนวัตกรรมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบขยายระยะทางวิ่งหรือเทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) แก่กลุ่มเยาวชนไทยอย่างใกล้ชิด

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การตลาดและการบริหารความยั่งยืน (Sustainability Strategy) ที่เฉียบคมและน่าวิเคราะห์อย่างยิ่ง ในฐานะแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาปักหมุดดำเนินธุรกิจในไทย ความท้าทายสูงสุดไม่ใช่เพียงแค่การอัดแคมเปญราคาเพื่อทำยอดขายแข่งกับเจ้าตลาดเดิม แต่คือการพิสูจน์ให้ผู้บริโภคและหน่วยงานภาครัฐเห็นถึงความตั้งใจจริงภายใต้วิสัยทัศน์ “Here to Stay” การเลือกบุกไปทำ Roadshow พร้อมมอบทุนการศึกษาและจัดทำหลักสูตร OMODA & JAECOO Curriculum ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคในพื้นที่ยุทธศาสตร์ยานยนต์อย่างระยองและชลบุรี จึงเป็นกลยุทธ์ต้นน้ำที่ชาญฉลาดในการสร้าง “ช่างเทคนิคเฉพาะทาง” ที่มีความคุ้นชินกับระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของแบรนด์โดยตรง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพและมาตรฐานการบริการหลังการขายในระยะยาว
การนำ JAECOO 6T REEV 2026 ซึ่งใช้เทคโนโลยี Range-Extended Electric Vehicle มาเป็นสื่อการเรียนรู้แก่นักศึกษา ถือเป็นการจัดวางตำแหน่งทางการตลาด (Product Positioning) ที่ฉลาดมาก เนื่องจากระบบ REEV เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนและเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่ทำหน้าที่เป็นเจนเนอเรเตอร์ปั่นกระแสไฟกลับเข้าแบตเตอรี่
ซึ่งในเชิงวิศวกรรมยานยนต์ ระบบนี้มีรายละเอียดกลไกที่ซับซ้อนกว่ารถไฟฟ้าล้วน (BEV) การให้ดาต้าและการศึกษาแก่ช่างเทคนิคชาวไทยตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยอุดรอยรั่วเรื่องความเชี่ยวชาญในการซ่อมบำรุงขั้นสูง ยิ่งไปกว่านั้น คอนเทนต์การสร้างสถาบัน Talent Academy นี้นับเป็นจิตวิทยาชั้นดีในการสร้างภาพจำเชิงบวก (Brand Affinity) ว่าโอโมดา แอนด์ เจคู ไม่ได้เข้ามาเพื่อกอบโกยกำไรระยะสั้น แต่เข้ามาลงทุนในทรัพยากรมนุษย์เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยแห่งอนาคต

สำคัญที่แบรนด์ต้องบริหารจัดการต่อ คือการควบคุมคุณภาพของหลักสูตรและกระบวนการคัดเลือกนักศึกษาฝึกงานให้มีความต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรม CSR ชั่วครั้งชั่วคราว รวมถึงการเปลี่ยนผ่านจากนักศึกษาฝึกงานให้กลายมาเป็นบุคลากรประจำในศูนย์บริการ (Conversion Rate) ให้ได้สัดส่วนที่สูง เพื่อรองรับการขยายตัวของฐานลูกค้าในประเทศ แต่หากมองในภาพรวม การสร้างระบบซัพพลายเชนด้านแรงงานฝีมือ (Human Capital) รองรับเทคโนโลยี xEV และ REEV ของตัวเองไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้ จะกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ โอโมดา แอนด์ เจคู เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนบนแผ่นดินไทยแน่นอนครับ







