
สองยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก Toyota และ Scania ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cell) สำหรับยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยทาง Toyota เตรียมส่งมอบระบบฟิวเซลเจเนอเรชันล่าสุดให้แก่ Scania เพื่อนำไปติดตั้งในรถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวน 40 คัน ภายใต้โครงการ Scania Pilot Partner เพื่อประเมินสมรรถนะการใช้งานจริงในภาคโลจิสติกส์
โครงการความร่วมมือในครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบและประเมินเทคโนโลยีการขนส่งที่ยั่งยืนภายใต้สภาวะการปฏิบัติงานจริง โดยเน้นการพิสูจน์สมรรถนะทางเทคนิค ความต่อเนื่องในการวิ่งทำรอบ ตลอดจนต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership – TCO) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของผู้ประกอบการขนส่งเชิงพาณิชย์ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์อย่างคุ้มค่าในระยะยาว
หัวใจหลักของรถบรรทุกรุ่นทดสอบนี้คือ ระบบเซลล์เชื้อเพลิงเจเนอเรชันที่ 3 ของทาง Toyota ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีขนาดกะทัดรัดเป็นพิเศษ แต่สามารถถ่ายทอดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 300 กิโลวัตต์ (kW) เหมาะสำหรับการรองรับภาระงานหนักของรถบรรทุกข้ามแดนและงานขนส่งระยะไกลที่ต้องการทั้งแรงบิด ประสิทธิภาพพลังงาน และความทนทานต่อการใช้งานอย่างต่อเนื่อง
ตามกรอบเวลาดำเนินงาน รถบรรทุกหัวลากพลังงานไฮโดรเจนฟิวเซลของทาง Scania มีกำหนดการเริ่มลงสนามทดสอบวิ่งขนส่งจริงบนท้องถนนในทวีปยุโรปช่วงไตรมาสแรกของปี 2027 โดยเก็บข้อมูลการใช้งานจริงจากพันธมิตรผู้ร่วมทดสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลกลับมาปรับปรุงสมรรถนะและประเมินความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม
มร. ฮิโรกิ นากาจิมะ (Hiroki Nakajima) รองประธานกรรมการบริหาร Toyota Motor Corporation ระบุว่า ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่คือกุญแจสำคัญในการสร้างอุปสงค์และการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานไฮโดรเจน ซึ่งเทคโนโลยีไฮโดรเจนถือเป็นคำตอบที่ตรงจุดสำหรับงานขนส่งระยะไกลที่ต้องการความพร้อมใช้งานสูงและวิ่งได้อย่างต่อเนื่อง การผสานระบบฟิวเซลเจเนอเรชันที่ 3 เข้ากับระบบโลจิสติกส์ของทาง Scania นับเป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับยานยนต์ไฮโดรเจนให้มีบทบาทกว้างขวางขึ้นทั่วยุโรป
ด้าน ซารา ฟอร์สเบิร์ก (Sara Forsberg) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Scania กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือกับ Toyota จะช่วยให้ทางผู้ผลิตสามารถศึกษาพฤติกรรมการทำงานของเทคโนโลยีฟิวเซลในงานขนส่งที่สมบุกสมบันได้อย่างละเอียด ผ่านประสบการณ์การใช้งานจริงของกลุ่มผู้ร่วมทดสอบ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจทั้งโอกาสและความท้าทายในการผลักดันระบบขับเคลื่อนไฮโดรเจนในตลาดรถบรรทุกหนักต่อไป โดยทางค่ายเตรียมเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในงาน IAA Transportation วันที่ 14 กันยายน 2026 นี้
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
ความร่วมมือระหว่าง Toyota ผู้นำด้านนวัตกรรมฟิวเซล และ Scania แบรนด์รถบรรทุกชั้นนำจากสแกนดิเนเวีย สะท้อนให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่าการขนส่งระดับ Heavy-Duty Mobility กำลังมองหาทางเลือกคู่ขนานกับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) โดยเฉพาะในภารกิจที่ต้องใช้ระยะทางขับขี่ไกลเป็นพิเศษและการเติมเชื้อเพลิงที่รวดเร็วเพื่อรักษาอัตราการใช้งานรถให้ได้สูงสุด
แม้ว่าต้นทุนระบบและโครงสร้างพื้นฐานสถานีเติมไฮโดรเจนในปัจจุบันยังคงเป็นความท้าทายหลัก แต่การเริ่มต้นทดสอบด้วยจำนวน 40 คันในสถานการณ์จริงจะช่วยสร้างข้อมูลต้นทุน TCO ที่น่าเชื่อถือ และอาจกลายเป็นแม่แบบการขนส่งพลังงานสะอาดสำหรับภูมิภาคอื่นๆ ในอนาคต ชวนให้ติดตามว่าเมื่อระบบไฮโดรเจนเจเนอเรชันใหม่พัฒนาไปจนถึงจุดคุ้มทุน ยานยนต์เพื่อการพาณิชย์พลังงานสะอาดจะสามารถปฏิวัติระบบโลจิสติกส์ทั่วโลกรวมถึงในแถบเอเชียได้เร็วเพียงใด





