
OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) สร้างหมุดหมายสำคัญในตลาดยานยนต์ไทยประจำเดือนสิงหาคม 2569 ด้วยการคว้าอันดับ 1 ยอดจดทะเบียนกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Passenger Car) สัญชาติจีน พร้อมทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับ 3 ของยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรวมทุกสัญชาติในประเทศไทย กวาดตัวเลขยอดจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 4,004 คัน ซึ่งสะท้อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 23.16% เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน (MoM) จากเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งทางค่ายเคยทำสถิติกวาดยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมทุกประเภทเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวน 3,251 คัน
แรงขับเคลื่อนสำคัญของตัวเลขยอดจดทะเบียนในเดือนสิงหาคม 2569 มาจากความนิยมอย่างต่อเนื่องของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่าง JAECOO 5 EV 2026 ซึ่งครองสัดส่วนยอดจดทะเบียนสูงสุดถึง 65.31% ของยอดรวมทั้งหมด ตอกย้ำบทบาทการเป็นรถคอมแพกต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า (Compact SUV) ที่เข้าถึงความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ที่มีดีไซน์ทันสมัย สมรรถนะครบครัน และตอบรับกับวิถีชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว
นอกเหนือจากความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์แล้ว ปัจจัยหลักที่สร้างความเชื่อมั่นอย่างแข็งแกร่งให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย คือการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริการหลังการขายของทางบริษัทผู้จำหน่าย โดยปัจจุบันสามารถขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานครอบคลุมแล้วกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับความคุ้มครองระยะยาวผ่านแพ็กเกจการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty Package) ที่ครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดระบบควบคุมไฟฟ้า เพื่อสร้างความอุ่นใจอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผู้ใช้รถครอบครองยานยนต์



Bangkok Motorhaus มองอย่างไร


การก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ของยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งรวมทุกแบรนด์ในไทย และการรักษาตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในกลุ่มแบรนด์จีนประจำเดือนสิงหาคม 2569 ของ OMODA & JAECOO ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในไทยไม่ได้แข่งขันกันเพียงแค่เรื่องราคาจำหน่ายเท่านั้น แต่ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องในการสร้างความไว้วางใจ ทั้งการรับประกันส่วนประกอบสำคัญอย่างแบตเตอรี่และมอเตอร์ รวมถึงความพร้อมของเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ
การที่ JAECOO 5 EV 2026 ทำสัดส่วนได้เกิน 65% ยังสะท้อนถึงการจับจังหวะตลาดในกลุ่ม Compact SUV ที่แม่นยำ น่าติดตามต่อไปว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ทางค่ายจะรักษาระดับโมเมนตัมการเติบโตนี้ไว้ได้อย่างไร และไลน์อัปโมเดลใหม่ๆ ที่เตรียมจะเสริมทัพจะสามารถขยายฐานผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของไปยังกลุ่มผู้ใช้รถเซกเมนต์อื่นๆ ได้กว้างขวางเพียงใด






