บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ประกาศเปิดตัว Nissan Kicks 2026 เจนเนอเรชันที่ 2 อย่างเป็นทางการ ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น คอมแพกต์เอสยูวียอดนิยมที่ได้รับการยกระดับครั้งใหญ่ ทั้งดีไซน์สปอร์ตดุดัน และเทคโนโลยีขุมพลังไฟฟ้า e-POWER เจนเนอเรชันที่ 3 พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE เป็นครั้งแรกในตระกูล Kicks โดยเตรียมเริ่มวางจำหน่ายจริงตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายนเป็นต้นไป
ยกระดับขุมพลัง e-POWER เจนเนอเรชัน 3 สู่มาตรฐานใหม่แห่งเทคโนโลยีญี่ปุ่น
Nissan Kicks 2026 สเปกญี่ปุ่น มาพร้อมการปฏิวัติทางวิศวกรรมครั้งสำคัญด้วยขุมพลังไฟฟ้า e-POWER เจนเนอเรชันที่ 3 ขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าโมดูลาร์แบบ 5-in-1 ยูนิตไฟฟ้าดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่รวมเอา 5 ชิ้นส่วนหลัก ได้แก่ มอเตอร์, เจนเนอเรเตอร์, อินเวอร์เตอร์, ชุดลดรอบ และชุดเพิ่มรอบ เข้าไว้ด้วยกันในชุดเดียว ส่งผลให้ลดน้ำหนักรวมของระบบและเพิ่มความกระชับแข็งแกร่งสูงสุด
ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะนี้ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.4 ลิตร รหัส HR14DDe บล็อกใหม่ล่าสุดที่พัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าโดยเฉพาะ ช่วยให้การสร้างพลังงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมอบความเงียบสงบภายในห้องโดยสารที่ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น
รูปลักษณ์ภายนอกของ Nissan Kicks 2026 ได้รับการเปลี่ยนผ่านด้วยงานออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากหมวกกันน็อกอเมริกันฟุตบอล โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแนวนอนขนาดใหญ่แบบเต็มความกว้าง ผสานกับชุดไฟ Signature Lighting สำหรับรุ่นย่อยท็อปสุดเกรด G จะได้รับการตกแต่งระดับพรีเมียมด้วยวัสดุสีดำเงา (Gloss Black) บริเวณกันชนรอบคัน

ขณะที่รุ่นย่อยเกรด X เกรด X+ และเกรด X Simple Package จะตกแต่งกันชนและสเกิร์ตข้างด้วยลวดลายแบบรังผึ้งหรือโครงสร้างโพลีกอนคล้ายกับลายพื้นรองเท้าสนีกเกอร์ เพื่อเพิ่มความสปอร์ตแปลกใหม่

นอกจากนี้ Nissan Kicks 2026 ยังได้ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษเป็นครั้งแรกในตระกูล Kicks ระบบนี้ทำหน้าที่กระจายแรงบิดและควบคุมเบรกแยกอิสระในแต่ละล้อ เพิ่มเสถียรภาพการยึดเกาะถนนและการเข้าโค้งที่แม่นยำ พร้อมลดการโยนตัวของห้องโดยสาร มอบความนุ่มนวลสูงสุดในทุกสภาพเส้นทาง รวมถึงการเพิ่มโหมดขับขี่บนหิมะ (Snow Mode) เพื่อเสริมความมั่นใจในการเดินทาง

ดีไซน์ภายนอกโฉบเฉี่ยว ห้องโดยสารกว้างขวาง เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสารได้รับการขยายพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะให้กว้างขวางที่สุดในรถระดับเดียวกัน แดชบอร์ดตกแต่งด้วยวัสดุผิวสัมผัสนุ่ม (Soft-touch) พ่วงติดตั้งเบาะนั่งเทคโนโลยีลดความเมื่อยล้า Zero Gravity ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่และระบบอินโฟเทนเมนต์ดีไซน์อินทิเกรตคู่ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับระบบ NissanConnect ที่ติดตั้งระบบ Google และระบบแผนที่ Google Maps มาในตัวรถ

ด้านระบบความปลอดภัยได้รับการอัปเกรดภายใต้เทคโนโลยี Nissan 360° Safety Assist โดยมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน ProPILOT เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นย่อย เสริมด้วยระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor ที่เพิ่มฟังก์ชันหน้าจอมองทะลุฝากระโปรง (Invisible Hood View) หน้าจอมุมมองกว้างด้านหน้า (Front Wide View) และมุมมองแบบ 3 มิติ (3D View) นอกจากนี้ ระบบเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะยังเพิ่มความสามารถในการตรวจจับรถยนต์ที่วิ่งสวนทางและคนเดินถนนบริเวณทางแยกได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ราคาจำหน่าย Nissan Kicks 2026 อย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น
Nissan Kicks 2026 เปิดราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นพร้อมทางเลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2WD และ 4WD e-4ORCE
รุ่นขับเคลื่อน 2WD เครื่องยนต์ HR14DDe (มอเตอร์ YM52)
- เกรด X Simple Package ราคา 2,999,700 เยน (ประมาณ 615,983 บาท)
- เกรด X ราคา 3,259,300 เยน (ประมาณ 669,267 บาท)
- เกรด X+ ราคา 3,549,700 เยน (ประมาณ 728,895 บาท)
- เกรด G ราคา 3,898,400 เยน (ประมาณ 800,497 บาท)
รุ่นขับเคลื่อน 4WD e-4ORCE เครื่องยนต์ HR14DDe (มอเตอร์ YM52 และ MM48)
- เกรด X e-4ORCE Simple Package ราคา 3,349,500 เยน (ประมาณ 687,786 บาท)
- เกรด X e-4ORCE ราคา 3,599,200 เยน (ประมาณ 739,059 บาท)
- เกรด X+ e-4ORCE ราคา 3,899,500 เยน (ประมาณ 800,723 บาท)
- เกรด G e-4ORCE ราคา 4,248,200 เยน (ประมาณ 872,325 บาท)
เปรียบเทียบสเปกและราคา Nissan Kicks e-POWER ในประเทศไทย
สำหรับ Nissan Kicks e-POWER ในประเทศไทยปัจจุบัน ทำตลาดด้วยสถาปัตยกรรมขุมพลัง e-POWER เจนเนอเรชันที่ 2 ซึ่งมีรูปแบบวิศวกรรมแตกต่างจากเวอร์ชันญี่ปุ่น โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ รหัส HR12DE ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าส่งไปเก็บยังแบตเตอรี่ลิเธียมไออนขนาดความจุ 2.06 กิโลวัตต์ชั่วโมง
ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรหัส EM57 มอบพละกำลังแรงม้าสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนมีเพียงรูปแบบขับเคลื่อนสองล้อหน้า (2WD) เท่านั้น โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ e-Pedal Step ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเร่งและชะลอความเร็วรถได้ด้วยการควบคุมแป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่น
ราคาจำหน่าย Nissan Kicks e-POWER ในประเทศไทย
- รุ่นย่อย E ราคา 759,000 บาท
- รุ่นย่อย V ราคา 829,000 บาท
- รุ่นย่อย VL ราคา 779,000 บาท (ราคาปกติ 899,000 บาท)
- รุ่นย่อย AUTECH ราคา 829,000 บาท (ราคาปกติ 949,000 บาท)
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การเผยโฉมแบบโมเดลเชนจ์ของ Nissan Kicks 2026 ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การขยับเซกเมนต์และยกระดับคุณค่าตัวรถ (Value Up) ของนิสสันอย่างชัดเจน แท็กติกการตลาดที่น่าสนใจในตลาดญี่ปุ่นคือการพยายามลบจุดด้อยดั้งเดิมของรถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีพิกัดตัวเล็ก ด้วยการยัดเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE ระดับสูงเข้ามา ซึ่งในทางวิศวกรรมยานยนต์ ระบบนี้จะเข้ามาจัดระเบียบแรงบิดและควบคุมเสถียรภาพการโคลงตัวขณะเข้าโค้งได้อย่างเฉียบคม เหนือกว่าคู่แข่งพิกัดเดียวกันในไทยอย่าง Honda HR-V หรือ Toyota Corolla Cross ที่ส่วนใหญ่ยังคงเน้นระบบขับเคลื่อนสองล้อหน้าเป็นหลัก อีกทั้งการเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 1.4 ลิตรตัวใหม่ปั่นไฟทดแทนบล็อก 1.2 ลิตรเดิม ควบคู่กับการลดชิ้นส่วนระบบไฟฟ้าลงเหลือกล่องโมดูลาร์แบบ 5-in-1 ยิ่งทำให้ตัวรถมีความประหยัด กระชับตัว และเงียบเชียบขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นจุดเด่นด้านสมรรถนะและการเก็บเสียงที่เหนือชั้นกว่ารถยนต์ไฮบริดทั่วไป
จุดสังเกตสำคัญอยู่ที่นโยบายการตั้งราคาและการวางแผนโครงสร้างต้นทุน หากเปรียบเทียบราคาตัวเริ่มต้นเกรด X Simple Package ในประเทศญี่ปุ่นที่ทำตัวเลขต่ำระดับ 6.2 แสนบาท (ประมาณ 2,999,700 เยน) จะพบว่าราคาเปิดตัวในบ้านเกิดมีความน่าดึงดูดใจอย่างมากเนื่องจากไม่มีกำแพงภาษีนำเข้าและข้อจำกัดด้านชิ้นส่วนโลคอลคอนเทนต์เหมือนโครงสร้างราคาในไทย อย่างไรก็ตาม โอกาสที่นิสสันประเทศไทยจะนำสเปกขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE และเครื่องยนต์ปั่นไฟบล็อก 1.4 ลิตรตัวนี้เข้ามาผลิตเพื่อวางจำหน่ายในประเทศในอนาคตอันใกล้อาจจะยังเป็นเรื่องที่ต้องลุ้นกันเหนื่อย เนื่องจากข้อจำกัดด้านการลงทุนปรับเปลี่ยนสายการผลิตในโรงงานและระดับราคาต้นทุนที่จะต้องดีดตัวขึ้นไปชนกับเอสยูวีพิกัดที่ใหญ่กว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แท็กติกที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับตลาดไทยคือการลากทำตลาดโมเดลปัจจุบันที่ใช้ระบบ e-POWER เจนเนอเรชันที่ 2 ต่อไปพร้อมอัดแคมเปญราคาพิเศษเพื่อสู้ศึกกับรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน (Chinese EV) ที่กำลังแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดอย่างหนักหน่วงในเวลานี้
ถือเป็นบทพิสูจน์การก้าวกระโดดของนวัตกรรม e-POWER ที่ล้ำสมัยขึ้นอย่างน่าประทับใจครับ แล้วแฟนเพจทุกท่านล่ะครับ มองความต่างระหว่างสเปกญี่ปุ่นและสเปกไทยของเจ้า Nissan Kicks 2026 คันนี้อย่างไรบ้าง? คิดว่าระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ e-4ORCE และชุดมอเตอร์ไฟฟ้า 5-in-1 ตัวใหม่นี้ เป็นออปชันที่น่าดึงดูดใจและคุ้มค่ามากพอที่คุณอยากจะเห็นนิสสันประเทศไทยตัดสินใจนำเข้ามาทำตลาดในบ้านเราเร็วๆ นี้แล้วหรือยัง? ร่วมคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นพูดคุยกันได้เลยครับ








