NEWS

เมโทร กรุ๊ป ประเดิมส่ง HONGQI E-HS9 2026 เอสยูวีไฟฟ้าหรูระดับประธานาธิบดีบุกตลาดไทย หั่นราคาพิเศษเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท

เมโทร กรุ๊ป ประเดิมส่ง HONGQI E-HS9 2026 ยนตรกรรมฟูลไซส์ลักชัวรีเอสยูวีไฟฟ้าเรือธงพวงมาลัยขวา บุกตลาดไทย เคาะราคาเริ่มต้น 2,990,000 บาท จำกัด 400 คันแรก

เมโทร กรุ๊ป ประเดิมส่ง HONGQI E-HS9 2026 เอสยูวีไฟฟ้าหรูระดับประธานาธิบดีบุกตลาดไทย หั่นราคาพิเศษเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท

บริษัท เมโทร กรุ๊ป ผู้นำในธุรกิจยานยนต์ไทยที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 70 ปี ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์กับ China FAW Group Corporation บริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลจีน เปิดตัวแบรนด์รถยนต์หรูระดับผู้นำประเทศอย่างเป็นทางการ ประเดิมส่ง HONGQI E-HS9 2026 (หงษ์ฉี อี-เอชเอส 9) สุดยอดเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นเรือธงพวงมาลัยขวา บุกตลาดลักชัวรีไทยเป็นกลุ่มแรกของโลก พร้อมเปิดจองและให้สัมผัสคันจริง ณ โชว์รูมใจกลางเมือง One Bangkok และ HONGQI MANSION ถนนพระราม 2 ตั้งเป้าปักหมุดขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายพรีเมียมรวม 10 แห่งทั่วประเทศภายในระยะเวลา 3 ปี

คณะผู้บริหาร เมโทร กรุ๊ป และ China FAW Group
คณะผู้บริหาร เมโทร กรุ๊ป ร่วมแสดงความยินดีในการประกาศเปิดตัวแบรนด์ HONGQI ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

ดีไซน์ภายนอกระดับมาสเตอร์พีซและมิติตัวถัง

HONGQI E-HS9 2026 ยนตรกรรมฟูลไซส์ลักชัวรีเอสยูวี (Full-size Luxury SUV) พลังงานไฟฟ้า 100% ผ่านงานออกแบบระดับมาสเตอร์พีซโดย ไจล์ส เทย์เลอร์ อดีตนักออกแบบจากแบรนด์โรลส์-รอยซ์ ตัวรถผ่านบทพิสูจน์ความทนทานทางวิศวกรรมบนเส้นทางสายไหมยุคใหม่ One Belt One Road ระยะทางกว่า 6,000 กิโลเมตรจากกำแพงเมืองจีนสู่กรุงเทพมหานครได้อย่างราบรื่น

มิติตัวถังภายนอกมีความยาว 5,209 มิลลิเมตร ความกว้าง 2,010 มิลลิเมตร ความสูง 1,713 มิลลิเมตร ระยะความยาวฐานล้อกว้างขวางถึง 3,110 มิลลิเมตร และมีระยะต่ำสุดถึงพื้นอยู่ที่ 175 มิลลิเมตร น้ำหนักรถเปล่าปักหมุดที่ 2,636 กิโลกรัม รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมแนวตั้งทรงน้ำตกพ่วงสัญลักษณ์ธงแดงลากยาวผ่านกึ่งกลางฝากระโปรงหน้า ไฟหน้าอัจฉริยะแบบ Matrix LED ปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติ มือเปิดประตูไฟฟ้าแบบ Pop-out พร้อมระบบช่วยปิดประตูแบบผ่อนแรง Soft Closed (ประตูดูด) หลังคากระจกพาโนรามิกม่านบังแดดไฟฟ้า และล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 21 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 265/45 R21 ทั้งสี่ล้อ

ขุมพลังขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูงและระบบช่วงล่างถุงลม CDC

ขุมพลังขับเคลื่อนเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ประสิทธิภาพสูง กระจายกำลังขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ AWD มอบพละกำลังรวมสูงสุด 362 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 493 แรงม้า แรงบิดสูงสุดพุ่งแตะ 606 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 5.5 วินาที ควบคุมความนุ่มนวลผ่านระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติพ่วงระบบกันสะเทือนทางกล CDC ด้านหน้าแบบอิสระดับเบิ้ลวิชโบน และด้านหลังแบบอิสระ Trapezoidal arm พร้อมติดตั้งโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้งานถึง 7 รูปแบบ

ระบบพลังงานติดตั้งแบตเตอรี่แบบ Ternary Lithium ความจุสูงถึง 120 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) มอบระยะทางการขับขี่สูงสุด 760 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC รองรับการชาร์จไฟกระแสตรงความเร็วสูง DC สูงสุด 140 กิโลวัตต์

ห้องโดยสารระดับ First-class และหน้าจอลากยาว 3 จอ

ห้องโดยสารภายในจัดวางตำแหน่งเบาะนั่งระดับเฟิรสต์คลาสแบบ 6 ที่นั่ง (รูปแบบ 2+2+2) เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางและ 6 ทิศทางพ่วงระบบหน่วยความจำ ระบบนวดไฟฟ้า และระบบเป่าลมระบายอากาศ เบาะนั่งแถวที่ 2 ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางพร้อมระบบระบายอากาศ และเบาะแถวที่ 3 ปรับพับได้ด้วยระบบไฟฟ้า

แผงคอนโซลหน้าติดตั้งหน้าจออัจฉริยะลากยาวรวม 3 จอ ประกอบด้วย หน้าจอมาตรวัดดิจิทัล 8.8 นิ้ว หน้าจอกลางระบบสัมผัส 15.6 นิ้ว และหน้าจออินโฟเทนเมนต์สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า 15.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เสริมพลังเสียงด้วยชุดเครื่องเสียงพรีเมียมจาก BOSE ลำโพง 16 ตำแหน่ง แท่นชาร์จไร้สายกำลังไฟ 50 วัตต์ และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระ 4 โซนพ่วงระบบกรองฝุ่น PM 2.5

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS และราคาพิเศษแนะนำ

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ (SACC) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSD) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKA) ระบบเตือนการออกนอกช่องทาง (LDW) ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบกล้องมองภาพรอบคันแบบ 360 องศา (AVM)

ราคาจำหน่ายพิเศษช่วงแนะนำอยู่ที่ 2,990,000 บาท เฉพาะรถยนต์ 400 คันแรกเท่านั้น (จากราคาปกติที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในภายหลัง) มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี ฟรีเครื่องชาร์จ Wall Charger พร้อมติดตั้ง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance นาน 5 ปีเต็ม

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

เมโทร กรุ๊ป ด้วยการนำเข้า HONGQI E-HS9 2026 มาทุบตลาดลักชัวรีเอสยูวีในระดับราคาไม่ถึง 3 ล้านบาท ถือเป็นแท็กติกการตลาดเชิงรุกที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับค่ายรถยนต์ยุโรปและญี่ปุ่นอย่างรุนแรง การตั้งราคาพิเศษช่วงแนะนำที่ 2,990,000 บาท สำหรับตัวถังขนาดใหญ่เกิน 5.2 เมตร พร้อมงานวิศวกรรมระดับแฟล็กชิป ถือเป็นกลยุทธ์ “Price-to-Size” ที่ทำลายโครงสร้างราคาเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะในพิกัดราคาเท่านี้ หากผู้บริโภคเดินเข้าหาแบรนด์ยุโรปเจ้าตลาด จะได้เพียงรถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีขนาดกลางเท่านั้น แต่หงษ์ฉีหยิบยื่นความอลังการระดับยานพาหนะรัฐมนตรี ดีไซน์กลิ่นอาย Rolls-Royce โดย Giles Taylor และฐานล้อยาว 3.1 เมตร ซึ่งเป็นมิติตัวถังที่สามารถสร้างแรงดึงดูดสายตาและสะท้อนภาพลักษณ์ความภูมิฐานบนท้องถนนไทยได้อย่างเบ็ดเสร็จ

จุดเด่นเชิงเทคนิคที่น่าสนใจคือ การจับคู่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 120 kWh เข้ากับระบบช่วงล่างถุงลมและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อพละกำลัง 493 แรงม้า ในแง่ไดนามิกส์และการเดินทาง รถคันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเป็นรถผู้บริหารและรถครอบครัวระดับหรูอย่างแท้จริง การเก็บเสียงด้วยกระจกสองชั้นรอบคันและการเซ็ตติ้งความนุ่มนวลของช่วงล่าง CDC จะช่วยลบจุดอ่อนของรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มักจะมีอาการกระเด้งกระดอนจากน้ำหนักแบตเตอรี่ ประกอบกับการที่เมโทร กรุ๊ป มีรากฐานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมานานกว่า 70 ปี มีการันตีโครงสร้างซัพพลายเชนอะไหล่และสโลแกนบริการหลังการขายแบบส่งตรงถึงหน้าบ้าน ยิ่งช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและลดความกังวลใจของกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อสูงได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ระบบสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าของตัวรถที่ยังคงจำกัดกำลังการชาร์จไฟกระแสตรง DC สูงสุดไว้ที่ 140 กิโลวัตต์ ซึ่งเมื่อเทียบกับขนาดความจุแบตเตอรี่ที่ใหญ่ยักษ์ถึง 120 kWh จะทำให้การชาร์จพลังงานตามสถานีชาร์จสาธารณะในจังหวะเดินทางไกลต้องใช้เวลาจอดพักนานกว่ารถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ที่เปลี่ยนไปใช้สถาปัตยกรรม 800 โวลต์กันแล้ว รวมถึงตัวเลขระยะทาง 760 กิโลเมตรที่เป็นมาตรฐาน CLTC ของจีน ซึ่งหากนำมาวิ่งใช้งานจริงภายใต้สภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัดและการจราจรที่หนาแน่นในกรุงเทพฯ ตัวเลขระยะวิ่งจริงจะหมุนเวียนลงมาอยู่ที่พิกัดประมาณ 500 ถึง 550 กิโลเมตร ซึ่งยังคงเพียงพอสำหรับการใช้งานแต่ผู้ขับขี่ต้องคำนวณการเดินทางให้ดี

นอกจากนี้ การสร้างการรับรู้และปรับทัศนคติของผู้บริโภคชาวไทยให้ยอมรับแบรนด์ลักชัวรีจากจีนในระดับราคาหลายล้านบาทยังคงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์คุณค่าของตัวผลิตภัณฑ์ แต่อย่างไรก็ดี การเปิดตัวด้วยแพ็กเกจราคาพิเศษและออปชันที่ล้นคันขนาดนี้ HONGQI E-HS9 2026 ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่ทรงคุณค่าและมีความโดดเด่นที่สุดสำหรับผู้บริหารยุคใหม่ที่ต้องการฉีกหนีความซ้ำซากจำเจจากแบรนด์กระแสหลัก ถือเป็นการเปิดตัวแฟล็กชิปเอ็มพีวีไฟฟ้าที่สร้างมาตรฐานความหรูหราอลังการได้คุ้มค่าตัวแบบน่ากลัวมากครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top