NEWS

จุดชนวนผลิตไทย! NISSAN เผยโฉม X‑TRAIL e‑POWER x e‑4ORCE 2026 บุกตลาดมาเลเซียไตรมาส 4 นี้

นิสสัน มอเตอร์ ประกาศเปิดตัว Nissan X‑Trail e‑POWER x e‑4ORCE 2026 อย่างเป็นทางการในระดับภูมิภาค ณ งาน Kuala Lumpur International Mobility Show (KLIMS 2026) ประเทศมาเลเซีย ประเด็นที่น่าคิดต่อแบบตาแตกก็คือ โรงงานนิสสันในป

จุดชนวนผลิตไทย! NISSAN เผยโฉม X‑TRAIL e‑POWER x e‑4ORCE 2026 บุกตลาดมาเลเซียไตรมาส 4 นี้
X-Trail e-POWER
A milestone moment with New X-Trail e-POWER x e-4ORCE

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประกาศเปิดตัว Nissan X‑Trail e‑POWER x e‑4ORCE 2026 อย่างเป็นทางการในระดับภูมิภาค ณ งาน Kuala Lumpur International Mobility Show (KLIMS 2026) ประเทศมาเลเซีย พร้อมล็อกเป้าหมายยืนยันกำหนดการเดินหน้าลงสู้ศึกตลาดหน้าร้านในแดนเสือเหลืองช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 นี้อย่างเต็มตัว ภายใต้การดูแลและจัดจำหน่ายโดยพันธมิตรรายสำคัญอย่าง เอ็ดดารัน ตันจง มอเตอร์ (Edaran Tan Chong Motor หรือ ETCM) 

Nissan X‑Trail e‑POWER x e‑4ORCE 2026 ชูจุดขายการผสานเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของนิสสันจำนวน 2 ระบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว

ระบบขับเคลื่อน e‑POWER เจเนอเรชันใหม่ ตัวรถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 100% เต็มระบบ มอบอัตราเร่งที่ตอบสนองฉับไวทันใจ การขับขี่ที่นุ่มนวล และความเงียบสงบภายในห้องโดยสารเสมือนรถยนต์ไฟฟ้า Pure EV โดยไม่ต้องพึ่งพาการสถานีชาร์จไฟจากภายนอก เนื่องจากตัวรถติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบแปรผัน VC-Turbo ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อป้อนกระแสไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่และมอเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งขจัดปัญหาความกังวลเรื่องระยะทางการวิ่งของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

เทคโนโลยี e‑4ORCE ระบบควบคุมการขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะด้วยไฟฟ้า ทำงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แยกอิสระหน้า-หลังโดยมอเตอร์หน้าให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 330 นิวตันเมตร และมอเตอร์หลังให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิด 195 นิวตันเมตร ระบบสามารถประมวลผลและกระจายแรงบิด รวมถึงควบคุมแรงเบรกไปยังล้อทั้ง 4 ได้อย่างอิสระแบบเรียลไทม์ ซึ่งเหนือกว่าระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบกลไกทั่วไปในอดีตที่มักจะมีอาการหน่วงหรือรอรอบการส่งกำลัง ระบบ e‑4ORCE นี้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเข้าโค้ง ลดอาการหน้าเชิด-ท้ายยุบขณะเร่งหรือชะลอความเร็ว และมอบเสถียรภาพการยึดเกาะสูงสุดในทุกสภาพผิวถนน

บูธนิสสันประจำงาน KLIMS 2026 นอกจากจะเป็นการโชว์ตัวของ X‑Trail ป้ายแดงแล้ว ยังได้มีการจัดแสดงไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้าตัวเก่งร่วมค่ายอย่าง Nissan Serena e‑POWER 2026 ยอดรถมินิแวนประกอบในประเทศมาเลเซียที่เพิ่งคว้าเกียรติยศรางวัล MPV of the Year 2026 มาหมาด ๆ รวมถึงคอมแพกต์เอสยูวียอดนิยมอย่าง Nissan KICKS e‑POWER 2025 เจ้าของรางวัล Vehicle of the Year 2025 มาร่วมสร้างความแข็งแกร่งหน้าร้าน

ยิ่งไปกว่านั้น นิสสันยังสร้างสีสันด้วยดีไซน์บูธในธีม “Nissan Crossing Ginza” ที่หยิบยกเอาเอกลักษณ์ย่านกินซ่ามาถ่ายทอดในรูปแบบลายเส้นมังงะ ผสมผสานศิลปวัฒนธรรมสไตล์ญี่ปุ่นเข้ากับโลกยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างลงตัว 

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

การเผยโฉมของ Nissan X‑Trail e‑POWER x e‑4ORCE 2026 ที่มาเลเซีย ถือเป็นหมากเกมยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคที่น่าจับตาอย่างยิ่ง คือการใช้ความต่อเนื่องของกระแสเทคโนโลยี e‑POWER มารุกฆาตตลาดกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ (D-Segment SUV) หลังจากที่ KICKS และ Serena มาได้สำเร็จก่อนหน้านี้ 

การนำระบบ e‑4ORCE มอเตอร์คู่มา X‑Trail คือจิตวิทยาการตลาด เพราะจุดเด่นเชิงวิศวกรรมของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ สามารถลบจุดอ่อนของรถเอสยูวีทรงสูงเรื่องอาการโคลงตัวและการโยนตัวขณะเข้าโค้งได้อย่างเด็ดขาด 

หากสับเกียร์หันกลับมามองสมรภูมิในประเทศไทย โมเดลนี้ได้เปิดตัวและทำตลาดล่วงหน้าไปก่อนแล้วในฐานะรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูป (CBU) ตรงจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยราคาจำหน่ายหน้าร้านที่ 1,699,000 บาท ซึ่งในเชิงกลยุทธ์อุตสาหกรรมยานยนต์ การที่นิสสันยอมแบกต้นทุนภาษีนำเข้าแล้วเคาะราคานี้ออกมา ถือเป็นแท็กติกการเดินหมากแบบ “Seeding & Testing Market” เพื่อหยั่งเชิงและทดสอบดีมานด์ที่แท้จริงของกลุ่มลูกค้าระดับบนในไทย 

ทว่า จุดประกายและประเด็นที่น่าคิดต่อแบบตาแตกก็คือ โรงงานนิสสันในประเทศไทยนั้นมีสถานะและศักยภาพอันแข็งแกร่งในการเป็น “ฐานการผลิตเทคโนโลยี e-POWER แห่งที่ 2 ของโลกนอกประเทศญี่ปุ่น” อยู่แล้ว ปัจจุบันรับหน้าที่ผลิตพาวเวอร์เทรนด์นี้ป้อนให้กับกลุ่มตลาดในประเทศและส่งออกในรุ่น KICKS

ดังนั้น แผนการเปิดตัว X-Trail e-POWER ในมาเลเซียช่วงไตรมาส 4 โดยกลุ่มตันจง รวมถึงยอดจำหน่ายของเวอร์ชันนำเข้าญี่ปุ่นในไทย จึงไม่ใช่แค่เรซการขายธรรมดา แต่มันคือแบบทดสอบสำคัญ (Volume Indicator) หากสเกลยอดจองของทั้งสองประเทศในภูมิภาคอาเซียนรวมกันมีตัวเลขที่มากพอจนเกิดความคุ้มค่าในเชิงอุตสาหกรรม มันจะกลายเป็นแรงผลักดันและเหตุผลชั้นดีให้ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ยอมกดปุ่มอนุมัติเปิดไลน์ประกอบ (CKD) เจ้า Nissan X-Trail e-POWER x e-4ORCE ในโรงงานประเทศไทยเพื่อทำหน้าที่เป็นฮับส่งออกกระจายสินค้าไปทั่วภูมิภาคอาเซียนในอนาคต 

ซึ่งหากแท็กติกนี้เกิดขึ้นจริงหน้าร้าน จะทำให้ทลายกำแพงภาษีนำเข้าและสามารถตั้งราคาจำหน่ายลงมาฟาดฟันกับคู่แข่งสายไฮบริดแบบดั้งเดิม รวมถึงค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนได้อย่างดุดันแน่นอนครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top