NEWS

LEPAS เปิดฉาก Media Test Drive ในไทยเป็นแห่งแรกของโลกเตรียมส่ง LEPAS L6 EV 2026 ชิงเค้กพรีเมียมเอสยูวีไฟฟ้าก่อนเปิดราคาเป็นทางการ 24 กรกฎาคมนี้

LEPAS ประเทศไทยจัดกิจกรรม Media Test Drive รถยนต์พวงมาลัยขวาเป็นแห่งแรกของโลก เปิดให้สื่อไทยทดสอบ LEPAS L6 EV 2026 ก่อนประกาศราคาอย่างเป็นทางการ 24 กรกฎาคม 2026 พร้อมแผนขยายโชว์รูมและศูนย์บริการ 50 แห่งทั่วประเทศ

LEPAS เปิดฉาก Media Test Drive ในไทยเป็นแห่งแรกของโลกเตรียมส่ง LEPAS L6 EV 2026 ชิงเค้กพรีเมียมเอสยูวีไฟฟ้าก่อนเปิดราคาเป็นทางการ 24 กรกฎาคมนี้

แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมก้าวเข้าสู่สมรภูมิยานยนต์ไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ เลพาส ประเทศไทย จัดกิจกรรมทดสอบขับขี่ครั้งแรกในภูมิภาคสำหรับสื่อมวลชนสายยานยนต์ชั้นนำ เพื่อเปิดโอกาสให้ร่วมสัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยีวิศวกรรม และความประณีตของตัวรถอย่างใกล้ชิดครบทุกมิติ โดยประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นหมุดหมายแรกของโลกในการเปิดตัวไลน์อัปรถยนต์พวงมาลัยขวา

LEPAS L6 EV 2026 พรีเมียมเอสยูวีไฟฟ้าก่อนประกาศราคาในไทย
LEPAS L6 EV 2026 พรีเมียมเอสยูวีไฟฟ้าก่อนประกาศราคาในไทย

การเลือกประเทศไทยเป็นเวทีแรกสะท้อนถึงทิศทางเชิงกลยุทธ์ของแบรนด์ที่มุ่งยกระดับการเดินทางสู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างเต็มภาคภูมิ ควบคู่กับการประกาศแผนงานเร่งขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายและโชว์รูมบริการครบวงจรให้ครอบคลุมถึง 50 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้

มร. ชาร์ลส์ หวัง ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เลพาส ประเทศไทย เปิดเผยว่าประเทศไทยไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตลาดแรกของแบรนด์ แต่คือหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์การเติบโตในระดับสากล การตัดสินใจเลือกไทยเป็นเวทีแรกในการเปิดตัวรถยนต์พวงมาลัยขวาแสดงถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มองหาการเดินทางอันสง่างามตามแนวคิดหลักของแบรนด์ในการผสานงานดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

รายละเอียดเทคโนโลยีและระบบขับเคลื่อน LEPAS L6 EV 2026

LEPAS L6 EV 2026 ยนตรกรรมพรีเมียม SUV พลังงานไฟฟ้า 100% รังสรรค์ขึ้นด้วยภาษาการออกแบบล้ำสมัย Leopard Aesthetics ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสรีระและความทรงพลังของเสือดาว ส่งผลให้ตัวรถสามารถบรรลุค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่ต่ำเพียง 0.27 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดในกลุ่มเซ็กเมนต์รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเดียวกัน ห้องโดยสารภายในตกแต่งหรูหราด้วยแนวคิด Skyline มอบมิติความรู้สึกโปร่งสบายโอบล้อมผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างลงตัว

  • ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ หรือ 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 275 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 7.9 วินาที
  • ระบบแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate หรือ LFP ความจุ 65.05 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางขับขี่มากกว่า 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC
  • ระบบชาร์จ รองรับ DC Fast Charge สูงสุด 120 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 30% ถึง 80% ภายใน 20 นาที
  • ระบบความปลอดภัย ใช้ Bosch IPB 2.0 Brake by Wire พร้อม ADAS ครบวงจร ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันพร้อมหยุดและออกตัวอัตโนมัติ ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ระบบช่วยควบคุมรถในสภาพการจราจรติดขัด ระบบจอดรถอัตโนมัติ และระบบบันทึกเส้นทางถอยหลังอัจฉริยะ

รายละเอียดสถานีทดสอบสมรรถนะและการควบคุม

กิจกรรมทดสอบขับขี่สำหรับสื่อมวลชนในครั้งนี้ถูกออกแบบโครงสร้างแทร็กเส้นทางยาวรวม 3.5 กิโลเมตร แบ่งออกเป็นสถานีทดสอบหลักหลายรูปแบบเพื่อพิสูจน์ขีดความสามารถของตัวรถในทุกสภาวะจำลอง

สถานี Advanced Driver Assistance Features เปิดพื้นที่สำหรับการทดสอบระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ การประมวลผลของระบบเรดาร์ และการตอบสนองพละกำลังกับน้ำหนักพวงมาลัยผ่านโหมดการขับขี่ Eco, Normal และ Sport ส่วน Acceleration Test เป็นการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อแสดงวิศวกรรมการปรับจูนพาวเวอร์เทรนของมอเตอร์ไฟฟ้าที่เน้นความต่อเนื่อง นุ่มนวล และลดอาการ Torque Surge

สถานี Bosch IPB 2.0 Brake by Wire ทดสอบความแม่นยำของระบบเบรกไร้สายเจเนอเรชันล่าสุด โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับระดับการตอบสนองและระยะน้ำหนักแป้นเบรกได้ตามสไตล์การขับขี่ ขณะที่สถานี Handling Test และการเปลี่ยนช่องทางวิ่งกะทันหัน ใช้ประเมินการทรงตัว การโยกเปลี่ยนเลน และความมั่นคงในการเข้าโค้งความเร็วสูงจากช่วงล่างที่ปรับแต่งและเซ็ตระบบเหล็กกันโคลง หรือ Anti-roll Bar ทั้งด้านหน้าและด้านหลังให้เหมาะกับสภาพถนนไทย

สถานี Suspension Test และการวัดค่า NVH ให้สื่อมวลชนขับผ่านเครื่องกีดขวางจำกัดความเร็วหรือ Speed Bump หลายขนาด รวมถึงพื้นผิวถนนจำลองทั้งทางลูกระนาด ทางผิวคลื่น และทางขรุขระ เพื่อสัมผัสความสามารถในการซับแรงกระแทกและการเก็บเสียงของห้องโดยสาร ส่วนรอบทดสอบพิเศษ APA และ FTBA มีทีมผู้ฝึกสอนการขับขี่ระดับมืออาชีพสาธิตระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติและระบบบันทึกเส้นทางถอยหลังอัจฉริยะในพื้นที่มุมอับจำลอง ณ บริเวณ PARK11 ใกล้อาคาร Silverskin Cafe

ระบบช่วยจอดอัตโนมัติและหน้าจอควบคุมใน LEPAS L6 EV 2026
ระบบช่วยจอดอัตโนมัติและหน้าจอควบคุมใน LEPAS L6 EV 2026

แผนงานเครือข่ายและความพร้อมการทำตลาด

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม เลพาส ประเทศไทย เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์เชิงรุกในการเร่งขยายเครือข่ายโชว์รูมจัดจำหน่ายและศูนย์บริการซ่อมบำรุงมาตรฐานให้ครบ 50 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปี ค.ศ. 2026 โดยมี นายจิตติศักดิ์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการด้านการขายและการพัฒนาเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย ซึ่งเป็นผู้บริหารชาวไทยคนแรกของแบรนด์ เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนกลยุทธ์

นายจิตติศักดิ์ระบุว่าความท้าทายขั้นสูงสุดของแบรนด์ยานยนต์หน้าใหม่ในสมรภูมิประเทศไทยไม่ใช่เรื่องของคุณภาพตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่คือกำแพงความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เลพาสจึงมุ่งเน้นการปูพรมระบบหลังบ้าน การจัดการงานบริการหลังการขาย และการเข้าถึงศูนย์บริการที่จับต้องได้ตั้งแต่วันแรก เพื่อให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจในการใช้งานระยะยาว ทั้งนี้ ตัวรถมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมประกาศราคาสุทธิในวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 2026

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

การขยับตัวเปิดหน้าชกของ เลพาส ประเทศไทย ในการจัดกิจกรรม Media Test Drive สเปกพวงมาลัยขวาเป็นแห่งแรกของโลกก่อนการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ถือเป็นแท็กติกการตลาดเชิงจิตวิทยาที่น่าสนใจ ท่ามกลางภาวะสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังห้ำหั่นกันอย่างรุนแรงจนแบรนด์ใหม่ๆ มักถูกมองข้ามหากไม่มีราคาที่ต่ำเร้าใจ

การเลือกเปิดแทร็กให้สื่อมวลชนเข้ามาสัมผัสเนื้อหาทางวิศวกรรมและสมรรถนะการขับขี่ก่อน คือความพยายามในการสร้างมูลค่าความพรีเมียมและความเหนือชั้นของผลิตภัณฑ์ หรือ Product Value ให้เด่นชัด เพื่อให้ผู้บริโภคโฟกัสไปที่สเปกตัวรถมากกว่าการรอคอยสงครามตัดราคาเพียงอย่างเดียว ยิ่งการวางหมากดึงผู้บริหารชาวไทยที่มีความเข้าใจ insight ตลาดในประเทศเข้ามาคุมบังเหียนงานขยายดีลเลอร์ 50 แห่ง ยิ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเลพาสต้องการหยั่งรากลึกทางธุรกิจระยะยาว ไม่ใช่แค่การเข้ามาทำตลาดแบบฉาบฉวย

ตัวรถ LEPAS L6 EV 2026 ถือว่าทำการบ้านมาได้ดีในแง่การลบจุดอ่อนดั้งเดิมของรถยนต์ไฟฟ้าค่ายจีนหลายๆ แบรนด์ การปรับตั้งค่าระบบช่วงล่างและเสริมเหล็กกันโคลงหน้า-หลังพิเศษสำหรับถนนเมืองไทย ถือเป็นหมัดเด็ดที่จะช่วยแก้ปัญหาอาการโยนตัว โคลงเคลง หรือความรู้สึกนุ่มย้วยเหมือนนั่งเรือยามวิ่งผ่านทางลอนคลื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่คนขับรถชาวไทยให้ความสำคัญสูงมาก

ควบคู่ไปกับการปรับจูนซอฟต์แวร์มอเตอร์ 160 กิโลวัตต์ ให้ส่งกำลังเร่งแบบ Smooth ป้องกันอาการ Torque Surge หน้าเชิดท้ายห้อย ซึ่งจะช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะของผู้โดยสารและทำให้การควบคุมรถยนต์ SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่มีความเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับรถยนต์ยุโรปชั้นนำ รวมถึงการเลือกใช้ระบบเบรกเทคโนโลยี Bosch IPB 2.0 แบบไร้สายที่ให้ความยืดหยุ่นสูงในการปรับระยะแป้นเบรกตามใจชอบ

กุญแจสำคัญที่จะตัดสินแพ้ชนะในการแจ้งเกิดของแบรนด์ป้ายแดงแบรนด์นี้ จึงขึ้นอยู่กับราคาค่าตัวที่จะประกาศในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้อย่างสิ้นเชิง หากเลพาสสามารถเคาะราคาเริ่มต้นเปิดตัวออกมาได้สอดคล้องและดึงดูดใจ ควบคู่ไปกับเงื่อนไขแพ็กเกจการรับประกันระบบไฟฟ้าที่อุ่นใจ ก็จะเป็นจุดชี้ขาดสำคัญของการแจ้งเกิดในตลาดไทยครับ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top