
บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) แถลงผลประกอบการช่วงครึ่งแรกของปี 2026 กวาดรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 118,696 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 4.2% YoY พร้อมโชว์ความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ Non-Oil ที่สร้างรายได้ 13,340 ล้านบาท พุ่งขึ้น 21.7% YoY และดันกำไรขั้นต้น Non-Oil ทะยานถึง 39.5% YoY แตะ 3,974 ล้านบาท โดยมี “กาแฟพันธุ์ไทย” เป็นหัวหอกคนสำคัญดันรายได้โตกระฉูด 61.5% YoY จากการปูพรมขยายสาขาเฉลี่ยเกิน 2 สาขาต่อวัน พร้อมเดินหน้าครึ่งปีหลังภายใต้กลยุทธ์ “Powering Thai Lives: Everywhere. Everyday. Everyone” เชื่อมโยง Ecosystem ภายใต้แนวคิด “One PTG”
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2026 แม้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมจะลดลง 5.2% YoY มาอยู่ที่ 3,192 ล้านลิตร แต่รายได้จากธุรกิจ Oil ยังคงเพิ่มขึ้น 2.3% YoY แตะ 105,356 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยมีจำนวนสถานีบริการน้ำมัน PT รวม 2,279 สถานี ครองส่วนแบ่งการตลาดค้าปลีกน้ำมันอยู่ที่ 20.0% ขณะที่ผลการดำเนินงานเฉพาะไตรมาส 2/2026 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 74 ล้านบาท ฟื้นตัวจากที่เคยขาดทุนสุทธิ 205 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
ข้อมูลผลการดำเนินงานและเป้าหมายธุรกิจของกลุ่ม PTG 2026

ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย ทำรายได้ครึ่งปีแรก 3,518 ล้านบาท เติบโต 61.5% YoY ปัจจุบันมีสาขารวม 2,467 แห่ง (เพิ่มขึ้น 825 สาขา หรือโต 50.2% YoY เฉลี่ยเปิดเพิ่มมากกว่า 2 สาขาต่อวัน) พร้อมปรับเป้าหมายการขยายสาขา ณ สิ้นปี 2026 แตะ 2,751 สาขา โดยเน้นการคัดเลือกทำเลคุณภาพและเพิ่มยอดขายต่อสาขา
ธุรกิจก๊าซ LPG สร้างรายได้ 5,414 ล้านบาท เติบโต 6.4% YoY ปริมาณจำหน่ายก๊าซเพิ่มขึ้น 5.2% YoY มีสถานีบริการรวม 248 แห่ง และยังคงเป้าหมายจุดจำหน่ายก๊าซ LPG รวม 836 จุดให้บริการภายในสิ้นปี 2026
ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้าพลังงานขยะของ บริษัท พลังงานพัฒนา 5 จำกัด เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2026 และเตรียมรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 3/2026 เป็นต้นไป

เป้าหมายภาพรวมธุรกิจ Non-Oil ปรับประมาณการเติบโตของยอดขายปี 2026 อยู่ที่ 20–30% YoY และคงเป้าหมายสัดส่วนกำไรขั้นต้นจาก Non-Oil ไว้ที่ 40–45% ของกำไรขั้นต้นรวม พร้อมตอกย้ำความสำเร็จด้วยการติดทำเนียบสมาชิก Sustainability Yearbook 2026 โดย S&P Global กลุ่ม Retailing และอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

ตัวเลขผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2026 จาก PTG สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการ “กระจายความเสี่ยง (Diversification)” ออกจากธุรกิจน้ำมันสำเร็จรูป (Oil) ที่ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของบริษัท ท่ามกลางบริบทที่ปริมาณการใช้น้ำมันผ่านสถานีบริการเริ่มชะลอตัวลงตามสภาวะเศรษฐกิจและการทยอยแทรกซึมของยานยนต์ไฟฟ้า แต่ PTG กลับสามารถประคองรายได้รวมและพลิกไตรมาส 2 กลับมาทำกำไรได้ด้วยพลังขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจ Non-Oil
สิ่งที่น่าทึ่งคือความเร็วในการสเกลธุรกิจของ “กาแฟพันธุ์ไทย” ที่ขยายตัวทะลุ 2,467 สาขา ด้วยอัตราการเปิดสาขาใหม่เฉลี่ยมากกว่า 2 สาขาต่อวัน จนสร้างรายได้ครึ่งปีไปแล้วกว่า 3.5 พันล้านบาท การปรับเป้าสิ้นปีแตะ 2,751 สาขาอย่างมีจังหวะ ถือเป็นแท็กติกการรักษาคุณภาพทำเล (Location Quality) ที่ฉลาด เพราะพันธุ์ไทยไม่ได้ทำหน้าที่แค่ขายเครื่องดื่ม แต่ทำหน้าที่เป็น “แม่เหล็กดึงทราฟฟิก (Traffic Magnet)” ให้คนเลี้ยวเข้าสถานีบริการ PT เพื่อสร้างโอกาสในการขายสินค้าและบริการอื่นๆ ภายในเครือข่าย
การผนึกกำลังผ่านฐานข้อมูลสมาชิกรอยัลตี้โปรแกรม PT Max Card และแพลตฟอร์มดิจิทัลภายใต้แนวคิด “One PTG” ยังทำให้ Ecosystem ของค่ายนี้มีความเหนียวแน่นสูงขึ้น ลูกค้าที่เข้ามาเติมน้ำมัน ซื้อก๊าซ LPG หรือดื่มกาแฟพันธุ์ไทย สามารถหมุนเวียนสิทธิประโยชน์ข้ามหมวดธุรกิจได้อย่างไร้รอยต่อ และเมื่อเสริมทัพด้วยรายได้เสริมที่แน่นอน (Recurring Income) จากโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่จะเริ่มรับรู้รายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยในไตรมาส 3 ยิ่งจะช่วยดันสัดส่วนกำไรขั้นต้น Non-Oil เข้าใกล้เป้าหมาย 40-45% ได้ตามที่วางไว้





