บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่แบรนด์ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการร่วมกับ วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ในการเปิดตัวภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์เรื่องล่าสุด SUPERGIRL ภายใต้แคมเปญสร้างสรรค์ Fly With SUPERGIRL, Drive With BYD เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 ที่ผ่านมา การผนึกกำลังครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายฐานการจดจำแบรนด์เข้าสู่กลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์ พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำเทคโนโลยีขุมพลังสะอาดแห่งอนาคต

ในพิธีเปิดตัวภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ได้รับเกียรติจาก นายเค่อ ยูบิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ นายจิรศักดิ์ ชื่นอารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด เข้าร่วมเป็นตัวแทนต้อนรับกลุ่มลูกค้าบีวายดีและเรเว่อย่างใกล้ชิด



บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักจากผู้ได้รับสิทธิพิเศษเข้าชมภาพยนตร์ก่อนใคร แคมเปญนี้ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นเต้นผ่านเรื่องราวการผจญภัยของยอดมนุษย์คนใหม่ แต่ยังเป็นเครื่องมือสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความรับรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนระดับผู้นำอุตสาหกรรมอย่าง ขุมพลัง BYD DM-i ซึ่งเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่สามารถเติมน้ำมันได้ ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทยอย่างตรงจุด
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ ออโตโมทีฟ สร้างอารมณ์ร่วมและการจดจำแบรนด์ผ่านความบันเทิงระดับโลก หรือ Entertainment Marketing ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ท่ามกลางภาวะสงครามราคาที่ตลาดรถยนต์ในไทยกำลังห้ำหั่นกันอย่างรุนแรง การดึงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับฮอลลีวูดอย่าง SUPERGIRL เข้ามาเชื่อมโยงกับแคมเปญรถยนต์พลังงานใหม่ ขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มคลั่งไคล้เทคโนโลยี หรือ Tech Early Adopters ไปสู่กลุ่มมวลชนขนาดใหญ่ หรือ Mass Market โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่ที่รักความบันเทิง
การจับคู่สตอรีของยอดมนุษย์หญิงที่มีพลังเหินฟ้าเข้ากับขุมพลังสะอาดของบีวายดี ช่วยสร้างภาพจำเชิงบวกและความรู้สึกพรีเมียมล้ำสมัยให้กับตัวผลิตภัณฑ์ได้อย่างเนียนตา
การชูโรงเทคโนโลยีไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก DM-i ในโมเดลหลักอย่าง BYD SEAL 5 DM-i 2026, BYD SEALION 5 DM-i 2026 และ BYD SEALION 6 DM-i 2026 ถือเป็นยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านที่ตอบโจทย์ Pain Point ของคนไทยอย่างแท้จริง เพราะข้อดีของระบบ DM-i คือการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบและประหยัดเสมือนรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ แต่ยังคงความสะดวกสบายในการเติมน้ำมันได้ยามเดินทางไกล ถือเป็นสะพานเชื่อมชิ้นสำคัญสำหรับผู้บริโภคที่ยังไม่พร้อมขยับไปใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ร้อยเปอร์เซ็นต์






