
เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานงานบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง สานต่อความห่วงใยภายใต้แนวคิด “CHERY Family Care” ด้วยการเปิดให้ผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าทรงเรโทรขาลุย Chery V23 2026 สามารถนำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กและเปลี่ยนชิ้นส่วนระบบควบคุมการเข้าถึงตัวรถ ได้แก่ รีโมทกุญแจ, กล่อง NFC และโมดูลบลูทูธ (Bluetooth Module) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อยกระดับความสะดวกสบายและความเสถียรในการใช้งาน โดยเปิดให้เริ่มลงทะเบียนนัดหมายล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ และพร้อมให้บริการตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ณ ศูนย์บริการมาตรฐานเชอรีทั่วประเทศ
การประกาศมาตรการดูแลในครั้งนี้ ตอกย้ำทิศทางการดำเนินธุรกิจของทางค่ายที่ยึดถือเสียงสะท้อนจากผู้ขับขี่จริงเป็นหัวใจสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ โดยก่อนหน้านี้ ทางผู้ผลิตได้เคยทุ่มงบประมาณกว่า 46 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนชุดกระจกมองข้างดีไซน์ใหม่ให้แก่ผู้ใช้งาน Chery V23 2026 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายมาแล้ว ซึ่งนับเป็นการแสดงความรับผิดชอบและสร้างความอุ่นใจอย่างเป็นรูปธรรมให้กับกลุ่มผู้ใช้รถชาวไทยตั้งแต่ช่วงแรกของการทำตลาด
มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี และไอคาร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางแบรนด์มองว่าผู้ใช้รถทุกคนเปรียบเสมือนสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว โดยความคิดเห็นและประสบการณ์จากการใช้งานจริงบนท้องถนน คือข้อมูลล้ำค่าที่ช่วยให้ทีมวิศวกรและฝ่ายบริการเข้าใจความต้องการที่แท้จริง พร้อมนำไปต่อยอดพัฒนาทั้งตัวรถและระบบการให้บริการได้อย่างตรงจุด เพื่อให้ทุกคนที่เลือกร่วมเดินทางไปกับทางค่าย มั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลและรับฟังอย่างจริงใจตลอดอายุการใช้งาน
สำหรับการเข้ารับบริการเปลี่ยนชุดอุปกรณ์ในครั้งนี้ ทางศูนย์บริการเชอรีจะทำการตรวจสอบระบบการทำงานอย่างละเอียด และดำเนินการปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกล่องสัญญาณ NFC, ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth ตลอดจนรีโมทกุญแจตามความเหมาะสมของรถแต่ละคัน ผู้ที่เป็นเจ้าของ Chery V23 2026 สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและนัดหมายเวลาเข้ารับบริการล่วงหน้ากับศูนย์บริการเชอรีสาขาใกล้บ้าน เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2569 เป็นต้นไป


Bangkok Motorhaus มองอย่างไร การเคลื่อนไหวของ Chery Thailand ในครั้งนี้ สะท้อนบทเรียนสำคัญของการทำตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยอย่างชัดเจน เพราะในยุคที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกหลากหลาย การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องของราคาจำหน่ายหรือสมรรถนะบนหน้ากระดาษอีกต่อไป หากแต่วัดกันที่ “ความเร็วและความจริงใจในการแก้ไขปัญหาหลังการส่งมอบ”
จุดที่น่าชื่นชมคือความกล้าตัดสินใจของทางผู้ผลิต ที่ไม่ปล่อยให้ปัญหาจุกจิกด้านระบบการเชื่อมต่อและกุญแจดิจิทัลกลายเป็นประเด็นเรื้อรังบั่นทอนความมั่นใจของผู้ใช้รถ การยอมทุ่มงบประมาณทั้งในเคสกระจกมองข้างก่อนหน้านี้ จนมาถึงการอัปเกรดระบบ NFC และ Bluetooth ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกว่า แบรนด์พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากคอมมูนิตี้ผู้ขับขี่จริงอย่างเปิดกว้าง
ก้าวต่อไปที่น่าจับตามองคือ การรักษามาตรฐานการส่งมอบอะไหล่และการบริหารจัดการคิวของศูนย์บริการทั่วประเทศให้รวดเร็วและราบรื่น หาก Chery สามารถต่อยอดความใส่ใจนี้ไปสู่ระบบนิเวศการบริการหลังการขายในระยะยาวได้อย่างมั่นคง ก็น่าคิดว่านี่อาจเป็นแต้มต่อสำคัญที่ช่วยสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น และลบข้อกังขาเดิมๆ เกี่ยวกับการดูแลหลังการขายของแบรนด์รถยนต์หน้าใหม่ในใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างยั่งยืนหรือไม่






