บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และเดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดกิจกรรมทดสอบสมรรถนะรถยนต์สำหรับสื่อมวลชนบนเส้นทางระยะไกลจากภาคเหนือสู่ภาคใต้ เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน DM-i ในรถยนต์ BYD SEALION 5 DM-i 2026 เดินทางผ่าน 22 จังหวัดทั่วประเทศ รวมระยะทางทดสอบจริงกว่า 1,500 กิโลเมตร ภายใต้เงื่อนไขการเริ่มต้นเดินทางด้วยการชาร์จกระแสไฟและเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มความจุเพียงครั้งเดียว โดยไม่มีการแวะเติมพลังงานระหว่างทางจนถึงจุดหมายปลายทาง
ผลลัพธ์และสถิติจากบันทึกการทดสอบระยะทางไกล
การทดสอบจัดขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมและการขับขี่จริงบนท้องถนน โดยแบ่งกลุ่มรถยนต์ทดสอบออกเป็นสองรูปแบบเพื่อเก็บข้อมูลประสิทธิภาพ รูปแบบแรกคือกลุ่มที่ทำการขับขี่เดินทางต่อเนื่องยาวนาน 24 ชั่วโมงติดต่อกัน และรูปแบบที่สองคือกลุ่มที่มีการแวะพักผ่อนค้างคืนระหว่างเส้นทางที่จังหวัดราชบุรีเป็นเวลา 1 คืน รถยนต์ทุกคันเริ่มต้นออกจากจุดสตาร์ทด้วยสถานะแบตเตอรี่ 99% และเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มความจุถัง 52 ลิตร ซึ่งผลลัพธ์ปรากฏว่ารถยนต์ทดสอบทุกคันสามารถเดินทางถึงจุดหมายปลายทางที่จังหวัดภูเก็ตได้สำเร็จพร้อมพลังงานที่ยังคงเหลืออยู่ในระบบ โดยมีบันทึกสถิติแยกตามกลุ่มดังนี้

กลุ่มขับขี่ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง
- รถทดสอบคันที่ 1 ทำระยะทางวิ่งรวมสูงสุดได้ 1,524 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 28.40 กิโลเมตร/ลิตร คิดเป็นค่าน้ำมันเฉลี่ย 1.37 บาท/กิโลเมตร
- รถทดสอบคันที่ 2 ทำระยะทางวิ่งรวมสูงสุดได้ 1,572 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 29.29 กิโลเมตร/ลิตร คิดเป็นค่าน้ำมันเฉลี่ย 1.33 บาท/กิโลเมตร
กลุ่มแวะพักค้างคืน 1 คืน
- รถทดสอบคันที่ 1 ทำระยะทางวิ่งรวมสูงสุดได้ 1,754 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 32.68 กิโลเมตร/ลิตร คิดเป็นค่าน้ำมันเฉลี่ย 1.19 บาท/กิโลเมตร
- รถทดสอบคันที่ 2 ทำระยะทางวิ่งรวมสูงสุดได้ 1,847 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 34.41 กิโลเมตร/ลิตร คิดเป็นค่าน้ำมันเฉลี่ย 1.13 บาท/กิโลเมตร
เส้นทางหลักที่ใช้ในการทดสอบครอบคลุมระยะทางรวม 1,555 กิโลเมตร ตัดผ่านพื้นที่ 22 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และสิ้นสุดการทดสอบที่จังหวัดภูเก็ต

BYD SEALION 5 DM-i 2026 ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขุมพลัง DM-i (Dual Mode Intelligent) ซึ่งเป็นระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ออกแบบมาเพื่อทำงานผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ขับเคลื่อนล้อหน้า มอบพละกำลังรวมสูงสุดของระบบอยู่ที่ 155 กิโลวัตต์ และมีแรงบิดรวมสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ตัวรถติดตั้งแบตเตอรี่เอกสิทธิ์ความปลอดภัยสูง BYD Blade Battery ขนาดความจุ 18.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถเลือกขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้เป็นระยะทางสูงสุด 110 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ตัวระบบรองรับการชาร์จกระแสไฟสลับ AC และรองรับการชาร์จกระแสตรงความเร็วสูง DC Fast Charging สูงสุด 18 kW พร้อมความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 52 ลิตร สามารถสร้างระยะทางการขับขี่รวมสูงสุดมากกว่า 1,200 กิโลเมตรเมื่อพลังงานทั้งสองระบบเต็มพิกัด

ราคาจำหน่ายและเงื่อนไขแคมเปญพิเศษ
การจัดจำหน่ายในประเทศไทยมีรุ่นย่อยและโครงสร้างราคา พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่ออกรถและส่งมอบภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ดังนี้
- BYD SEALION 5 DM-i รุ่น Dynamic ราคา 759,900 บาท
- BYD SEALION 5 DM-i รุ่น Premium ราคา 799,900 บาท

สิทธิประโยชน์จากแคมเปญพิเศษมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 109,000 บาท ประกอบด้วย แพ็กเกจดูแลบำรุงรักษา BYD CARE for DM-i มูลค่าสูงสุดกว่า 34,000 บาท เงื่อนไขระบบรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) มูลค่า 50,000 บาท เครื่องชาร์จไฟที่บ้านยี่ห้อ ZHIDA พร้อมบริการติดตั้งมูลค่า 25,000 บาท ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. ระยะเวลา 1 ปี และฟิล์มเซรามิก XUV Max III Film พร้อมบริการติดตั้ง โดยเปิดรับสิทธิ์และให้บริการผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการบีวายดีทั้ง 166 สาขาทั่วประเทศ
ประมวลภาพจากกิจกรรมทดสอบ








Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การจัดกิจกรรมทดสอบระยะไกลจากเหนือจรดใต้ของเรเว่ ออโตโมทีฟในครั้งนี้ เป็นแนวทางการสื่อสารการตลาดที่มุ่งทำลายกำแพงความกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ (Range Anxiety) ของผู้บริโภคเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานทางเลือกอย่างตรงไปตรงมา การนำเสนอสถิติและตัวเลขค่าน้ำมันเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 1.13 บาทต่อกิโลเมตร ร่วมกับระยะทางวิ่งสูงสุดที่ทำได้ถึง 1,847 กิโลเมตรจากน้ำมันหนึ่งถังและไฟหนึ่งชาร์จ ถือเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ช่วยดึงดูดกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ที่จำเป็นต้องเดินทางไกลข้ามจังหวัดบ่อยครั้ง แต่ยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า 100% เต็มตัว ให้หันมาพิจารณาเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด DM-i มากยิ่งขึ้น
ในแง่ของตำแหน่งผลิตภัณฑ์ การวางระดับราคาของ BYD SEALION 5 DM-i 2026 ในช่วง 7 แสนกลางถึงปลาย ทำให้ตัวรถสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้างได้ง่าย และกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มรถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีดั้งเดิมในตลาด โครงสร้างวิศวกรรมที่ให้แบตเตอรี่ขนาด 18.3 kWh พร้อมรองรับระบบชาร์จเร็ว DC Fast Charging 18 kW ถือเป็นจุดเด่นที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานชีวิตประจำวันในเมืองด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้จริง อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าพิจารณาคือ การทำตลาดระบบปลั๊กอินไฮบริดในยุคปัจจุบันมีความจำเป็นต้องพึ่งพาพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคที่ต้องมีวินัยในการเสียบปลั๊กชาร์จไฟอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบขับเคลื่อนสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัดพลังงานได้ตามตัวเลขที่ทดสอบ
โจทย์สำคัญของบีวายดีหลังจากนี้คือ การสร้างความเข้าใจในความแตกต่างของรถยนต์ในอนุกรม DM-i แต่ละรุ่นที่มีความใกล้เคียงกันในด้านพิกัดตัวถังและราคา รวมถึงการรักษามาตรฐานการบริการหลังการขายและการจัดเตรียมชิ้นส่วนอะไหล่ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการทั้ง 166 สาขาทั่วประเทศให้สอดคล้องกับปริมาณยอดขายที่เติบโตขึ้น หากแบรนด์สามารถบริหารจัดการระบบนิเวศการบริการหลังการขายและการสื่อสารข้อดีของระบบขับเคลื่อนนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ความมั่นใจของผู้บริโภคต่อยานยนต์พลังงานผสมจะยิ่งมีความเสถียรและยั่งยืนในระยะยาวครับ
นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพิสูจน์เทคโนโลยีพลังงานผสมที่ให้ความประหยัดและความสะดวกในการเดินทางไกลอย่างน่าสนใจครับ แล้วแฟนเพจทุกท่านล่ะครับ มีความคิดเห็นอย่างไรกับผลการทดสอบระยะทางไกลเชียงใหม่ถึงภูเก็ตของเจ้า BYD SEALION 5 DM-i 2026 คันนี้บ้าง คิดว่าอัตราสิ้นเปลืองและตัวเลขค่าใช้จ่ายเฉลี่ยระดับนี้ทำได้จริงหรือไม่ครับ






