
สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) ร่วมมือกับ กรมธุรกิจพลังงาน (DOEB) กระทรวงพลังงาน ประกาศยืนยันความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในการรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ ทั้งน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อขับเคลื่อนความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและผู้ใช้รถทั่วประเทศ ด้วยการรับรองมาตรฐานทางวิศวกรรมจากผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ
คุณยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์พลังงานโลกที่มีความผันผวน การผลักดันการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตได้ภายในประเทศ ทั้งแก๊สโซฮอล์ E20 และดีเซล B20 ถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนภาคเกษตรกรรมไทย ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิต ลดภาระต้นทุนด้านพลังงานของภาคการขนส่งและประชาชน ตลอดจนลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของผู้ประกอบการยานยนต์ที่เป็นสมาชิก TAIA ในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
สำหรับการรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ในปัจจุบัน มีค่ายผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำให้การรับรองครอบคลุมถึง 16 ยี่ห้อ รวมทั้งสิ้น 273 รุ่น ได้แก่ BMW & MINI, BYD, Changan, Ford, Geely, Great Wall Motor, Honda, Mazda, Mercedes-Benz, Mitsubishi, Nissan, Suzuki, Toyota & Lexus และ Volvo ขณะที่กลุ่มรถจักรยานยนต์ได้รับการรับรองจาก 5 แบรนด์หลัก รวม 138 รุ่น ได้แก่ Honda, Yamaha, Kawasaki, Suzuki และ Royal Enfield
ในส่วนของน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ปัจจุบันมีค่ายผู้ผลิตยานยนต์ให้การรับรองรองรับการใช้งานถึง 15 ยี่ห้อ รวมทั้งสิ้น 1,135 รุ่น ครอบคลุมทั้งกลุ่มรถกระบะ รถยนต์อเนกประสงค์ ไปจนถึงรถบรรทุกและรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แก่ Toyota, Isuzu, Ford, Mitsubishi, Nissan, Mazda, MG, Great Wall Motor, Chevrolet, Hyundai, Hino, Scania, MAN, UD Trucks และ Volvo Trucks



ด้านโครงสร้างพื้นฐานสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศมีความพร้อมเต็มพิกัดในการให้บริการ โดยปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันที่จำหน่ายแก๊สโซฮอล์ E20 จำนวน 6,079 แห่ง และสถานีบริการน้ำมันที่พร้อมจ่ายดีเซล B20 จำนวน 1,282 แห่ง กระจายครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงพลังงานทางเลือกได้อย่างทั่วถึง
ทางสมาคมฯ และกรมธุรกิจพลังงาน ย้ำเตือนเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้รถว่า ยานยนต์รุ่นที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิตสามารถเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และดีเซล B20 ใช้งานได้จริงอย่างปลอดภัย โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ สมรรถนะ หรือความทนทานของเครื่องยนต์ และตัวรถยังคงได้รับสิทธิ์การรับประกันคุณภาพตามเงื่อนไขมาตรฐานของแต่ละบริษัทผู้ผลิตอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ ผู้ใช้รถสามารถตรวจสอบความเข้ากันได้ของรุ่นรถผ่านคู่มือประจำรถ สติ๊กเกอร์บริเวณฝาถังน้ำมัน ศูนย์บริการทางการ หรือฐานข้อมูลประกาศรับรองของกรมธุรกิจพลังงาน


Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การประกาศยืนยันความพร้อมอย่างเป็นทางการร่วมกันระหว่าง TAIA และกรมธุรกิจพลังงานในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงเสถียรภาพและความร่วมมืออันเหนียวแน่นของห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยเฉพาะการเปิดกว้างให้ทั้งรถยนต์สันดาปภายใน รถยนต์ไฮบริด (HEV) ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ตลอดจนรถยนต์แบบ REEV รุ่นใหม่ ๆ รองรับการใช้พลังงานทางเลือกได้อย่างไร้รอยต่อ
นอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้รถในแง่ของค่าใช้จ่ายและความทนทานของเครื่องยนต์แล้ว ยังเป็นโอกาสที่ดีในการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและภาคเกษตรกรรมไทยในระยะยาว น่าติดตามต่อไปว่าในอนาคต นโยบายโครงสร้างราคาพลังงานและการส่งเสริมสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ใช้พลังงานชีวภาพ จะช่วยเร่งอัตราการใช้งาน E20 และ B20 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดได้มากน้อยเพียงใด และผู้ใช้รถในบ้านเราจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกเติมน้ำมันอย่างไรเมื่อความเชื่อมั่นถูกการันตีอย่างชัดเจนเช่นนี้









