NEWS

เปลี่ยนขยะเป็นพลังงานหมุนเวียน PTG 2026 ลุยบิ๊กโปรเจกต์ศูนย์จัดการขยะครบวงจรบ้านพรุ รองรับ 400 ตันต่อวัน

บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เดินหน้าโครงการกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ที่ชุมชนเทศบาลเมืองบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้บริษัท พลังงานพัฒนา 5 จำกัด (PP5) รองรับขยะกว่า 400 ตันต่อวัน แปรเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าและ

แชร์บทความ
เปลี่ยนขยะเป็นพลังงานหมุนเวียน PTG 2026 ลุยบิ๊กโปรเจกต์ศูนย์จัดการขยะครบวงจรบ้านพรุ รองรับ 400 ตันต่อวัน
คณะผู้บริหาร PTG และ PP5 หน้าโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเทศบาลเมืองบ้านพรุ จังหวัดสงขลา
คณะผู้บริหาร PTG และ PP5 ที่หน้าโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเทศบาลเมืองบ้านพรุ จังหวัดสงขลา ภายใต้บริษัท พลังงานพัฒนา 5 จำกัด (PP5)

บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี หรือ PTG ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานและผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมัน PT เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ประกาศยกระดับการจัดการขยะชุมชนผ่านโครงการกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากชุมชนเทศบาลเมืองบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท พลังงานพัฒนา 5 จำกัด หรือ PP5 ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจของ PTG โดยชูโมเดลเปลี่ยนขยะมูลฝอยกว่า 400 ตันต่อวันให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้าและเชื้อเพลิงขยะ (RDF) พร้อมสานต่อโครงการ “พีทีค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” ยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจท้องถิ่นตามแนวคิด Co-Create Ecosystem สู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในระยะยาว

โครงการกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเทศบาลเมืองบ้านพรุ

ตั้งอยู่บนพื้นที่บริหารจัดการรวมกว่า 30 ไร่ ในเขตอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้รับการออกแบบโครงสร้างเชิงวิศวกรรมให้เป็นศูนย์บริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าขยะชุมชน โรงคัดแยกขยะเพื่อผลิตเชื้อเพลิงขยะ (Refuse-Derived Fuel หรือ RDF) ระบบบำบัดน้ำเสีย และพื้นที่สำหรับฝังกลบขยะที่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

ตัวโครงการมีขีดความสามารถทางเทคนิคในการรองรับปริมาณขยะชุมชนเพื่อนำมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 400 ตันต่อวัน ในส่วนของโรงคัดแยกขยะสามารถรองรับมวลขยะรวมได้ตั้งแต่ 300 ถึง 600 ตันต่อวัน ซึ่งสามารถสกัดและแปรรูปออกมาเป็นเชื้อเพลิงพลังงานความร้อนสูง (RDF) ได้จำนวน 100 ถึง 200 ตันต่อวัน เพื่อส่งป้อนเป็นพลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่ภาคใต้อย่างยั่งยืน

กิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว โครงการพีทีค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน ที่บ้านพรุ
กิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ ภายใต้โครงการ “พีทีค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน”

กิจกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนผ่านโครงการ พีทีค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน

นอกเหนือจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียน ทาง PTG ได้จัดกิจกรรมขับเคลื่อนสังคมในพื้นที่ตำบลบ้านพรุ โดยครอบคลุมการตรวจวัดสายตาและมอบแว่นตาให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ การเยี่ยมเยียนพร้อมมอบสิ่งของยังชีพจำเป็นแก่ผู้ป่วยติดเตียง การมอบทุนการศึกษาและเครื่องมือการเรียนรู้ให้เยาวชน สนับสนุนงบประมาณโครงการอาหารกลางวันและกิจกรรมด้านโภชนาการในโรงเรียน จัดหลักสูตรอบรมขับขี่ปลอดภัยเพื่อส่งเสริมวินัยจราจร รวมถึงร่วมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่ท้องถิ่น

PTG มอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนแก่นักเรียนในพื้นที่ตำบลบ้านพรุ
PTG มอบทุนการศึกษาและสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่ตำบลบ้านพรุ ผ่านโครงการ “พีทีค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน”

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

เมกะโปรเจกต์โรงไฟฟ้าขยะที่บ้านพรุ จังหวัดสงขลา การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว (Green Infrastructure) ของบริษัทลูกอย่าง PP5 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมหรือสร้างภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ในเชิงเศรษฐศาสตร์พลังงาน นี่คือหมากเกมสำคัญในการกระจายความเสี่ยงและสร้างแหล่งรายได้ใหม่จากธุรกิจนอกเหนือจากน้ำมัน (Non-oil) ที่มีความมั่นคงสูง

เนื่องจากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนมีข้อได้เปรียบในแง่ของความสม่ำเสมอของวัตถุดิบ (ขยะมูลฝอย) ซึ่งในพื้นที่จังหวัดสงขลามีปริมาณขยะเกิดใหม่สูงถึง 1,500 ตันต่อวัน การเข้ามาจับจองสิทธิ์ในการบริหารจัดการขยะ 400 ตันต่อวัน จึงเป็นการสกัดจุดอ่อนด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น และเปลี่ยนให้เป็นกระแสเงินสดกลับคืนสู่บริษัทในระยะยาว

ในแง่วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดวางโมเดลธุรกิจ (Circular Economy) ความฉลาดของโครงการนี้อยู่ที่การไม่พึ่งพาเพียงรายได้จากการขายกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขยะแต่เพียงอย่างเดียว แต่มีการติดตั้งระบบคัดแยกขยะเพื่อผลิตเชื้อเพลิง RDF สูงถึง 100 ถึง 200 ตันต่อวัน ซึ่งเชื้อเพลิงประเภทนี้กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในภาคอุตสาหกรรมหนัก (เช่น โรงงานปูนซีเมนต์ หรือโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่) ที่ต้องการลดสัดส่วนการใช้ถ่านหินเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ส่งผลให้ PTG สามารถขยายขอบเขตระบบนิเวศทางธุรกิจ (Co-Create Ecosystem) จากผู้ให้บริการพลังงานปลายน้ำสู่ผู้ซัพพลายพลังงานหมุนเวียนต้นน้ำในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างลงตัว ขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรม “พีทีค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” เข้ามาประกบขนานไปกับตัวโครงการโรงไฟฟ้า ถือเป็นจิตวิทยาการบริหารมวลชน (Stakeholder Management) ที่ดีเยี่ยม ช่วยลดแรงต้านและสร้างทัศนคติเชิงบวกให้แก่คนในชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

จุดสังเกตสำคัญที่ PTG และทีมวิศวกรต้องควบคุมอย่างใกล้ชิดคือ มาตรฐานในการควบคุมมลพิษทางอากาศ และการจัดการระบบน้ำชะขยะ เนื่องจากทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ในพื้นที่ภาคใต้มีปริมาณฝนตกชุกตลอดทั้งปี หากระบบบำบัดน้ำเสียหรือมาตรการฝังกลบที่สุขาภิบาลเกิดการรั่วไหลลงสู่ชั้นน้ำใต้ดิน ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของชุมชนบ้านพรุและภาพลักษณ์ของแบรนด์ PT ในภาพรวม

แต่หากโครงการขนาด 30 ไร่นี้สามารถรักษาระดับมาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัยและควบคุมมลพิษได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันจะกลายเป็นพิมพ์เขียว (Blueprint) ชั้นดีที่ช่วยให้ PTG สามารถนำโมเดลกรีนเอนเนอร์ยี่นี้ไปสเกลอัปขยายผลในเทศบาลเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ เป็นผู้นำด้านการจัดการพลังงานสะอาดครบวงจรควบคู่ไปกับเป้าหมายความยั่งยืนได้อย่างสง่างามครับ

ภาพหมู่ผู้ร่วมกิจกรรมโครงการพีทีค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน ร่วมกับชุมชนตำบลบ้านพรุ
ภาพหมู่กิจกรรมโครงการ “พีทีค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” ร่วมกับชุมชนตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top