แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมก้าวเข้าสู่สมรภูมิยานยนต์ไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ เลพาส ประเทศไทย จัดกิจกรรมทดสอบขับขี่ครั้งแรกในภูมิภาคสำหรับสื่อมวลชนสายยานยนต์ชั้นนำ เพื่อเปิดโอกาสให้ร่วมสัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยีวิศวกรรม และความประณีตของตัวรถอย่างใกล้ชิดครบทุกมิติ โดยประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นหมุดหมายแรกของโลกในการเปิดตัวไลน์อัปรถยนต์พวงมาลัยขวา

การเลือกประเทศไทยเป็นเวทีแรกสะท้อนถึงทิศทางเชิงกลยุทธ์ของแบรนด์ที่มุ่งยกระดับการเดินทางสู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างเต็มภาคภูมิ ควบคู่กับการประกาศแผนงานเร่งขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายและโชว์รูมบริการครบวงจรให้ครอบคลุมถึง 50 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้


มร. ชาร์ลส์ หวัง ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เลพาส ประเทศไทย เปิดเผยว่าประเทศไทยไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตลาดแรกของแบรนด์ แต่คือหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์การเติบโตในระดับสากล การตัดสินใจเลือกไทยเป็นเวทีแรกในการเปิดตัวรถยนต์พวงมาลัยขวาแสดงถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มองหาการเดินทางอันสง่างามตามแนวคิดหลักของแบรนด์ในการผสานงานดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
รายละเอียดเทคโนโลยีและระบบขับเคลื่อน LEPAS L6 EV 2026
LEPAS L6 EV 2026 ยนตรกรรมพรีเมียม SUV พลังงานไฟฟ้า 100% รังสรรค์ขึ้นด้วยภาษาการออกแบบล้ำสมัย Leopard Aesthetics ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสรีระและความทรงพลังของเสือดาว ส่งผลให้ตัวรถสามารถบรรลุค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่ต่ำเพียง 0.27 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดในกลุ่มเซ็กเมนต์รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเดียวกัน ห้องโดยสารภายในตกแต่งหรูหราด้วยแนวคิด Skyline มอบมิติความรู้สึกโปร่งสบายโอบล้อมผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างลงตัว


- ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ หรือ 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 275 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 7.9 วินาที
- ระบบแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate หรือ LFP ความจุ 65.05 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางขับขี่มากกว่า 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC
- ระบบชาร์จ รองรับ DC Fast Charge สูงสุด 120 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 30% ถึง 80% ภายใน 20 นาที
- ระบบความปลอดภัย ใช้ Bosch IPB 2.0 Brake by Wire พร้อม ADAS ครบวงจร ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันพร้อมหยุดและออกตัวอัตโนมัติ ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ระบบช่วยควบคุมรถในสภาพการจราจรติดขัด ระบบจอดรถอัตโนมัติ และระบบบันทึกเส้นทางถอยหลังอัจฉริยะ
รายละเอียดสถานีทดสอบสมรรถนะและการควบคุม
กิจกรรมทดสอบขับขี่สำหรับสื่อมวลชนในครั้งนี้ถูกออกแบบโครงสร้างแทร็กเส้นทางยาวรวม 3.5 กิโลเมตร แบ่งออกเป็นสถานีทดสอบหลักหลายรูปแบบเพื่อพิสูจน์ขีดความสามารถของตัวรถในทุกสภาวะจำลอง


สถานี Advanced Driver Assistance Features เปิดพื้นที่สำหรับการทดสอบระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ การประมวลผลของระบบเรดาร์ และการตอบสนองพละกำลังกับน้ำหนักพวงมาลัยผ่านโหมดการขับขี่ Eco, Normal และ Sport ส่วน Acceleration Test เป็นการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อแสดงวิศวกรรมการปรับจูนพาวเวอร์เทรนของมอเตอร์ไฟฟ้าที่เน้นความต่อเนื่อง นุ่มนวล และลดอาการ Torque Surge
สถานี Bosch IPB 2.0 Brake by Wire ทดสอบความแม่นยำของระบบเบรกไร้สายเจเนอเรชันล่าสุด โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับระดับการตอบสนองและระยะน้ำหนักแป้นเบรกได้ตามสไตล์การขับขี่ ขณะที่สถานี Handling Test และการเปลี่ยนช่องทางวิ่งกะทันหัน ใช้ประเมินการทรงตัว การโยกเปลี่ยนเลน และความมั่นคงในการเข้าโค้งความเร็วสูงจากช่วงล่างที่ปรับแต่งและเซ็ตระบบเหล็กกันโคลง หรือ Anti-roll Bar ทั้งด้านหน้าและด้านหลังให้เหมาะกับสภาพถนนไทย
สถานี Suspension Test และการวัดค่า NVH ให้สื่อมวลชนขับผ่านเครื่องกีดขวางจำกัดความเร็วหรือ Speed Bump หลายขนาด รวมถึงพื้นผิวถนนจำลองทั้งทางลูกระนาด ทางผิวคลื่น และทางขรุขระ เพื่อสัมผัสความสามารถในการซับแรงกระแทกและการเก็บเสียงของห้องโดยสาร ส่วนรอบทดสอบพิเศษ APA และ FTBA มีทีมผู้ฝึกสอนการขับขี่ระดับมืออาชีพสาธิตระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติและระบบบันทึกเส้นทางถอยหลังอัจฉริยะในพื้นที่มุมอับจำลอง ณ บริเวณ PARK11 ใกล้อาคาร Silverskin Cafe

แผนงานเครือข่ายและความพร้อมการทำตลาด
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม เลพาส ประเทศไทย เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์เชิงรุกในการเร่งขยายเครือข่ายโชว์รูมจัดจำหน่ายและศูนย์บริการซ่อมบำรุงมาตรฐานให้ครบ 50 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปี ค.ศ. 2026 โดยมี นายจิตติศักดิ์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการด้านการขายและการพัฒนาเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย ซึ่งเป็นผู้บริหารชาวไทยคนแรกของแบรนด์ เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนกลยุทธ์
นายจิตติศักดิ์ระบุว่าความท้าทายขั้นสูงสุดของแบรนด์ยานยนต์หน้าใหม่ในสมรภูมิประเทศไทยไม่ใช่เรื่องของคุณภาพตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่คือกำแพงความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เลพาสจึงมุ่งเน้นการปูพรมระบบหลังบ้าน การจัดการงานบริการหลังการขาย และการเข้าถึงศูนย์บริการที่จับต้องได้ตั้งแต่วันแรก เพื่อให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจในการใช้งานระยะยาว ทั้งนี้ ตัวรถมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมประกาศราคาสุทธิในวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 2026
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การขยับตัวเปิดหน้าชกของ เลพาส ประเทศไทย ในการจัดกิจกรรม Media Test Drive สเปกพวงมาลัยขวาเป็นแห่งแรกของโลกก่อนการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ถือเป็นแท็กติกการตลาดเชิงจิตวิทยาที่น่าสนใจ ท่ามกลางภาวะสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังห้ำหั่นกันอย่างรุนแรงจนแบรนด์ใหม่ๆ มักถูกมองข้ามหากไม่มีราคาที่ต่ำเร้าใจ
การเลือกเปิดแทร็กให้สื่อมวลชนเข้ามาสัมผัสเนื้อหาทางวิศวกรรมและสมรรถนะการขับขี่ก่อน คือความพยายามในการสร้างมูลค่าความพรีเมียมและความเหนือชั้นของผลิตภัณฑ์ หรือ Product Value ให้เด่นชัด เพื่อให้ผู้บริโภคโฟกัสไปที่สเปกตัวรถมากกว่าการรอคอยสงครามตัดราคาเพียงอย่างเดียว ยิ่งการวางหมากดึงผู้บริหารชาวไทยที่มีความเข้าใจ insight ตลาดในประเทศเข้ามาคุมบังเหียนงานขยายดีลเลอร์ 50 แห่ง ยิ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเลพาสต้องการหยั่งรากลึกทางธุรกิจระยะยาว ไม่ใช่แค่การเข้ามาทำตลาดแบบฉาบฉวย
ตัวรถ LEPAS L6 EV 2026 ถือว่าทำการบ้านมาได้ดีในแง่การลบจุดอ่อนดั้งเดิมของรถยนต์ไฟฟ้าค่ายจีนหลายๆ แบรนด์ การปรับตั้งค่าระบบช่วงล่างและเสริมเหล็กกันโคลงหน้า-หลังพิเศษสำหรับถนนเมืองไทย ถือเป็นหมัดเด็ดที่จะช่วยแก้ปัญหาอาการโยนตัว โคลงเคลง หรือความรู้สึกนุ่มย้วยเหมือนนั่งเรือยามวิ่งผ่านทางลอนคลื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่คนขับรถชาวไทยให้ความสำคัญสูงมาก
ควบคู่ไปกับการปรับจูนซอฟต์แวร์มอเตอร์ 160 กิโลวัตต์ ให้ส่งกำลังเร่งแบบ Smooth ป้องกันอาการ Torque Surge หน้าเชิดท้ายห้อย ซึ่งจะช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะของผู้โดยสารและทำให้การควบคุมรถยนต์ SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่มีความเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับรถยนต์ยุโรปชั้นนำ รวมถึงการเลือกใช้ระบบเบรกเทคโนโลยี Bosch IPB 2.0 แบบไร้สายที่ให้ความยืดหยุ่นสูงในการปรับระยะแป้นเบรกตามใจชอบ
กุญแจสำคัญที่จะตัดสินแพ้ชนะในการแจ้งเกิดของแบรนด์ป้ายแดงแบรนด์นี้ จึงขึ้นอยู่กับราคาค่าตัวที่จะประกาศในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้อย่างสิ้นเชิง หากเลพาสสามารถเคาะราคาเริ่มต้นเปิดตัวออกมาได้สอดคล้องและดึงดูดใจ ควบคู่ไปกับเงื่อนไขแพ็กเกจการรับประกันระบบไฟฟ้าที่อุ่นใจ ก็จะเป็นจุดชี้ขาดสำคัญของการแจ้งเกิดในตลาดไทยครับ






