บริษัท เพอร์ฟอร์แมนส์ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ายกระดับมาตรฐานผู้จำหน่ายรถยนต์ระดับพรีเมียมด้วยการประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ หลังกวาดรางวัลอันทรงเกียรติจาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประจำปี 2026 รวมทั้งสิ้น 4 รางวัลใหญ่ นำโดยรางวัลสูงสุด BMW Customer Support Performance Award 2025 พร้อมควบอีก 3 รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมด้านการบริการ ยานยนต์ไฟฟ้า และความพึงพอใจของลูกค้ามินิ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Customer-First ที่มุ่งตอบโจทย์อินไซต์และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างแท้จริงในทุกจุดสัมผัส เพื่อเปลี่ยนช่วงเวลาการเข้ารับบริการให้กลายเป็นการเดินทางที่อบอุ่นและน่าประทับใจสำหรับผู้ใช้บริการจริงทุกคน
บรรยากาศความสำเร็จ เพอร์ฟอร์แมนส์ มอเตอร์ส 2026 กับ 4 รางวัลใหญ่ระดับประเทศ



- รางวัลสูงสุด BMW Customer Support Performance Award 2025 เครื่องหมายการันตีความเป็นเลิศด้านการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจรตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงบริการหลังการขาย
- รางวัล Customer Support Excellence Winner สะท้อนความทุ่มเทของทีมงานในการเอาใจใส่และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าในระยะยาว
- รางวัล BMW Electric Excellence Winner ตอกย้ำการเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ BEV ของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย
- รางวัล Best of MINI Customer Centricity Winner สิ่งสะท้อนความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลสำหรับลูกค้า MINI
เครือข่าย เพอร์ฟอร์แมนส์ มอเตอร์ส 2026 คว้าชัยรางวัลย่อยรวม 10 รางวัลสูงสุดในประเทศ
- รางวัลด้านการบริการ ได้แก่ สาขาราชพฤกษ์ และสาขาอยุธยา
- รางวัลด้านอุปกรณ์ตกแต่งแท้ ได้แก่ สาขาจรัญสนิทวงศ์
- รางวัลด้านการจัดการลูกค้า ได้แก่ สาขาอยุธยา
- รางวัลด้านการบริหารงานรับประกัน ได้แก่ สาขาจรัญสนิทวงศ์ และสาขาราชพฤกษ์
- รางวัลด้านเทคนิค ได้แก่ สาขารามอินทรา และสาขาอยุธยา
- รางวัลด้านการฝึกอบรม ได้แก่ สาขาจรัญสนิทวงศ์ และสาขาราชพฤกษ์
- รางวัล Outstanding Employee Engagement Leadership จากโครงการ Happy Workplace ในหมวด Dealer Sustainability Awards 2025 เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวกให้พนักงานมีความสุขในการส่งมอบบริการ
กลยุทธ์บริการพรีเมียมเหนือระดับ Performance Beyond the Drive
- ยกระดับโชว์รูมนำร่องสาขาดอนเมืองให้เป็นรูปแบบ Pet-friendly พร้อมต้อนรับสมาชิกสี่ขาของครอบครัวอย่างอบอุ่นระหว่างเข้ารับบริการ
- จัดเต็มสิ่งอำนวยความสะดวกสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายในโชว์รูม ทั้งกาแฟระดับพรีเมียม Pacamara เครื่องหอมดูแลผิวจากภูตะวัน ผลไม้คัดสรรตามฤดูกาล รวมถึงกิจกรรมพิเศษอย่างคลาสพิลาทิสเพื่อสุขภาพ
- มอบโปรแกรมสะสมคะแนนและสิทธิประโยชน์ระยะยาว พร้อมบริการอำนวยความสะดวกพิเศษ เช่น รถรับส่งไปกลับสนามบิน เอกสิทธิ์เฉพาะตัวสำหรับลูกค้าของดีเลอร์เท่านั้น
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การกวาดรางวัลใหญ่รวมถึงรางวัลย่อยสะสมถึง 10 รางวัลสูงสุดในประเทศของ เพอร์ฟอร์แมนส์ มอเตอร์ส 2026 รอบนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของแท็กติกการฉีกกรอบธุรกิจค้าปลีกยานยนต์แบบเดิมๆ (Traditional Dealership) ในยุคที่ตัวผลิตภัณฑ์รถยนต์ของแต่ละค่ายเริ่มมีมาตรฐานและสมรรถนะที่ใกล้เคียงกัน สงครามการแข่งขันที่แท้จริงจึงย้ายไปอยู่ที่การส่งมอบประสบการณ์หลังการขาย หรือ Customer Experience ซึ่งเพอร์ฟอร์แมนส์ มอเตอร์ส มองเกมนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่งด้วยการเปลี่ยนศูนย์บริการให้กลายเป็น Lifestyle Space ที่สามารถผสานเข้ากับชีวิตประจำวันของลูกค้าได้อย่างกลมกลืน
กลยุทธ์การจับมือกับแบรนด์พรีเมียมอย่างกาแฟ Pacamara หรือเครื่องหอมภูตะวัน ตลอดจนการเปิดคลาสพิลาทิสและการทำโชว์รูม Pet-friendly ที่สาขาดอนเมือง คือการทำการบ้านจากอินไซต์ของคนเมืองและกลุ่มโมเดิร์นลักชูรี่ในปี 2026 อย่างลึกซึ้ง ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้มองหาแค่ช่างเทคนิคที่เก่งกาจ แต่ต้องการความรื่นรมย์และความคุ้มค่าของเวลาที่เสียไปในระหว่างรอรถ การเปลี่ยน pain point ของการรอคอยให้เป็นช่วงเวลาพักผ่อนของครอบครัวและสัตว์เลี้ยง จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่ช่วยสร้าง Brand Advocacy หรือแรงสนับสนุนจากผู้บริโภคจริงได้อย่างทรงพลัง ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านคะแนนความพึงพอใจจนคว้า รางวัลสูงสุด BMW Customer Support Performance Award 2025 มาครองได้สำเร็จ
ขณะเดียวกัน รางวัล BMW Electric Excellence Winner ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าดีเลอร์รายนี้สามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (BEV) ได้อย่างเบ็ดเสร็จ การขายรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันไม่ได้จบลงที่การส่งมอบรถ แต่คือการให้ความรู้ด้านระบบชาร์จไฟ โครงสร้างพื้นฐาน และการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อน ซึ่งทีมงานของเพอร์ฟอร์แมนส์ มอเตอร์ส สามารถตอบโจทย์นี้จนได้รับความไว้วางใจในฐานะฟันเฟืองหลักของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
จุดสังเกตที่น่าจับตาและเป็นความท้าทายหลังจากนี้ คือการรักษามาตรฐานอันเข้มข้นนี้ให้คงเส้นคงวาและสม่ำเสมอทั่วทั้งเครือข่ายทุกสาขา เพราะเมื่อผู้บริโภคเกิดความคาดหวังในระดับพรีเมียมสูงสุดแล้ว การรักษาความพึงพอใจในทุกๆ จุดสัมผัส (Touchpoints) ย่อมต้องใช้พลังงานและการบริหารงานบุคคลอย่างมหาศาล ซึ่งแท็กติกการสร้างโครงการ Happy Workplace เพื่อดูแลพนักงานภายในองค์กรให้มีความสุขก่อนไปส่งต่อความสุขให้ลูกค้านั้น ถือเป็นการแก้โจทย์ที่ถูกจุดและยั่งยืนที่สุดในเชิงการบริหารธุรกิจเวลานี้ครับ






