NEWS

ยอดขายรถยนต์ กรกฎาคม 2026 ส.อ.ท. เผยสัญญาณบวก ตลาดในประเทศพุ่ง 20% ไฮบริดแรงต่อเนื่อง

ส.อ.ท. เผยยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนกรกฎาคม 2026 แตะ 49,589 คัน เติบโต 20.00% รับอานิสงส์งบประมาณภาครัฐและการผ่อนปรนสินเชื่อ ขณะที่กลุ่มรถยนต์ไฮบริด (HEV) ยอดจดทะเบียนพุ่งแรงกว่า 46%

แชร์บทความ
ยอดขายรถยนต์ กรกฎาคม 2026 ส.อ.ท. เผยสัญญาณบวก ตลาดในประเทศพุ่ง 20% ไฮบริดแรงต่อเนื่อง
ยอดขายรถยนต์ กรกฎาคม 2026 ส.อ.ท. เผยสัญญาณบวก ตลาดในประเทศพุ่ง 20% ไฮบริดแรงต่อเนื่อง (ปก)

ตลาดรถยนต์ไทยเดือนกรกฎาคม 2026 ส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ภายในประเทศรวม 49,589 คัน ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 20.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.12% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

การฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ในประเทศได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีของภาครัฐ ซึ่งส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านโครงการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบกับสถาบันการเงินเริ่มผ่อนปรนความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ลงบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์และรถกระบะใช้งาน เพื่อสอดรับกับความต้องการในการประกอบอาชีพของภาคธุรกิจและผู้ประกอบการรายย่อย ส่งผลให้ยอดขายสะสมรวม 7 เดือนแรก (มกราคม – กรกฎาคม 2569) มีจำนวนทั้งสิ้น 326,458 คัน

ในด้านกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรม โรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศสามารถผลิตรถยนต์ได้รวมทั้งสิ้น 117,383 คันในเดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้น 6.12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเติบโต 11.45% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยแบ่งสัดส่วนออกเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 73,158 คัน คิดเป็น 62.32% ของยอดผลิตทั้งหมด และการผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ 44,225 คัน คิดเป็น 37.68% ซึ่งเติบโตขึ้น 10.90% สะท้อนถึงการปรับสายการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว

เมื่อพิจารณาโครงสร้างการผลิตตามประเภทรถยนต์ พบว่ากลุ่มรถยนต์นั่ง (Passenger Cars) มีปริมาณการผลิต 42,912 คัน เพิ่มขึ้น 10.66% โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่กลุ่มรถยนต์ไฮบริด (HEV) ที่มีจำนวนการผลิตถึง 17,991 คัน เติบโตก้าวกระโดด 28.32% ขณะที่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เริ่มมีการเดินสายการผลิตในประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,547 คัน ขยายตัว 37.15% ส่วนกลุ่มรถกระบะขนาด 1 ตัน มีการผลิตรวม 72,001 คัน เพิ่มขึ้น 3.61% โดยกลุ่มรถกระบะบรรทุกตอนเดียว (Single Cab) เติบโตโดดเด่นถึง 11.23% และรถยนต์อเนกประสงค์ดัดแปลง (PPV) ขยายตัว 10.74%

ยอดขายรถยนต์ กรกฎาคม 2026 ส.อ.ท. เผยสัญญาณบวก ตลาดในประเทศพุ่ง 20% ไฮบริดแรงต่อเนื่อง 2

สำหรับความเคลื่อนไหวในกลุ่มยานยนต์พลังงานใหม่ (xEV) ตัวเลขยอดจดทะเบียนใหม่ป้ายแดงทั่วประเทศแสดงให้เห็นถึงทิศทางความนิยมของผู้ใช้รถที่มุ่งหน้าสู่ระบบขับเคลื่อนแบบผสมอย่างชัดเจน โดยรถยนต์ไฮบริด (HEV) มียอดจดทะเบียนสูงถึง 11,289 คัน เติบโตพุ่งสูง 46.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งผลให้ยอดจดทะเบียนสะสม 7 เดือนแรกแตะ 84,321 คัน ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) มียอดจดทะเบียนป้ายแดงในเดือนกรกฎาคมจำนวน 7,548 คัน และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มีจำนวน 981 คัน

ยอดจดทะเบียนรถยนต์กรกฎาคม 2026 ตามเชื้อเพลิงแต่ละประเภท (รย.1) ยอดรวม 50,964 คัน

1. รถยนต์ไฟฟ้า BEV จำนวน 21,024 คัน คิดเป็น 41.25% 2. รถยนต์ไฮบริด HEV จำนวน 11,864 คัน คิดเป็น 23.28% 3. รถยนต์ดีเซล Diesel จำนวน 8,093 คัน คิดเป็น 15.88% 4. รถยนต์เบนซิน Gasoline จำนวน 8,023 คัน คิดเป็น 15.74% 5. รถยนต์น้ำมันผสมไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก PHEV จำนวน 1,955 คัน คิดเป็น 3.84% 6. รถยนต์อื่น ๆ จำนวน 5 คัน คิดเป็น 0.01%

ด้านภาคการค้าระหว่างประเทศ การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป (CBU) ทำยอดส่งออกได้ 74,169 คัน เพิ่มขึ้น 2.39% สร้างมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 52,238.96 ล้านบาท ขยายตัว 11.49% เมื่อรวมมูลค่าการส่งออกเครื่องยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่ยานยนต์ ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในเดือนกรกฎาคมแตะระดับ 76,903.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.51%

ยอดขายรถยนต์ กรกฎาคม 2026 ส.อ.ท. เผยสัญญาณบวก ตลาดในประเทศพุ่ง 20% ไฮบริดแรงต่อเนื่อง 3

ทั้งนี้ จากความผันผวนของเศรษฐกิจคู่ค้าในบางภูมิภาค ทาง ส.อ.ท. ได้ปรับเป้าหมายการผลิตรถยนต์รวมของปี 2569 ลงเล็กน้อยอยู่ที่ 1,450,000 คัน โดยปรับลดเฉพาะเป้าการผลิตเพื่อการส่งออกมาอยู่ที่ 900,000 คัน แต่ยังคงรักษาเป้าหมายการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไว้ที่ระดับเดิม 550,000 คัน มั่นใจว่าแรงกระตุ้นตลาดในช่วงครึ่งปีหลังจะช่วยประคองการเติบโตของอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

ตัวเลขยอดขายเดือนกรกฎาคม 2026 ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับตลาดยานยนต์ไทย การที่ยอดขายในประเทศพลิกกลับมาเติบโตระดับ 20% สะท้อนว่าสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจและการผ่อนปรนเกณฑ์สินเชื่อเริ่มส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความต้องการรถเพื่อการพาณิชย์และรถยนต์สำหรับครอบครัว

จุดเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือกระแสความนิยมของขุมพลังไฮบริด (HEV) ที่กลายมาเป็นคำตอบกระแสหลักของผู้ใช้รถชาวไทยในปัจจุบัน ด้วยความลงตัวด้านความประหยัด ความคุ้มค่า และการใช้งานที่ไร้ข้อจำกัดด้านสถานีชาร์จ ทำให้สัดส่วนยอดขายและยอดผลิตในประเทศเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ประกอบกับในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2026 จะมีทั้งมหกรรมยานยนต์ระดับประเทศและแคมเปญส่งเสริมการขายจากค่ายรถยนต์ต่างๆ เข้ามาเสริมทัพ จึงน่าติดตามเป็นอย่างยิ่งว่าโมเมนตัมการฟื้นตัวนี้จะสามารถขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ไทยให้ปิดยอดรวมทั้งปีตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ราบรื่นเพียงใด

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top