บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย พลิกโฉมแนวทางการสื่อสารทางการตลาดครั้งสำคัญในการเปิดตัวยนตรกรรมแฮทช์แบ็คไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุดอย่าง MG URBAN 2026 ผ่านการสร้างสรรค์แคมเปญ NEW MG URBAN City Takeover ปรับเปลี่ยนพื้นที่สื่อโฆษณาและแลนด์มาร์กสำคัญทั่วกรุงเทพมหานครให้กลายเป็นสีม่วง ซึ่งเป็นสีไฮไลท์ประจำตัวรถ เพื่อสะท้อนตัวตนที่โดดเด่นและเข้าถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม








รายละเอียดแคมเปญปูพรมสื่อโฆษณาทั่วกรุงเทพมหานคร
เอ็มจี เลือกขับเคลื่อนการตลาดเชิงรุกด้วยการเชื่อมโยงกระแสจากช่องทางออนไลน์สู่ออฟไลน์แบบไร้รอยต่อ เริ่มต้นจากการสร้างการรับรู้ในโลกดิจิทัลผ่านตัวตนของ “น้องม่วง” จนกลายเป็นกระแสไวรัลบนสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนจะทำการยกระดับสู่โลกออฟไลน์ด้วยการยึดพื้นที่สื่อและป้ายแบนเนอร์โฆษณาตามทำเลสำคัญทั่วกรุงเทพมหานคร เปลี่ยนพื้นที่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และย่านไลฟ์สไตล์ให้กลายเป็นกระดานโฆษณาขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่สยาม–ราชประสงค์ อโศก–สุขุมวิท สีลม–สาทร และพระราม 9–รัชดาภิเษก ผ่านจุดหมายหลัก of เมือง เช่น สยามพารากอน สยามสแควร์ อาคารอินเตอร์เชนจ์ โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค และใบหยกทาวเวอร์ ส่งผลให้อัตลักษณ์สีม่วงของตัวรถสื่อสารกับผู้บริโภคในทุกจังหวะชีวิตตลอดทั้งวัน




ข้อมูลสเปกทางเทคนิคของ MG URBAN 2026
- MG URBAN 2026 รุ่น STANDARD ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) ขนาดความจุ 42.8 kWh มอบระยะทางการขับขี่สูงสุด 435 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC รองรับการชาร์จกระแสตรง DC สูงสุด 82 kW และมาพร้อมระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าสู่อุปกรณ์ภายนอก V2L ขนาด 3.3 kW

ดีไซน์ด้านหน้ารถยนต์ไฟฟ้า MG URBAN 2026 สีม่วงสดใสและโฉบเฉี่ยว 
เส้นสายด้านข้างและไฟหน้า LED ดีไซน์สปอร์ตของแฮทช์แบ็คไฟฟ้า - MG URBAN 2026 รุ่น MAX และ ULTRA ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่ได้รับการอัปเกรดพละกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 160 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร สลับมาใช้แบตเตอรี่ LFP จากผู้ผลิต CATล แบบโครงสร้าง Cell-to-Body ขนาดความจุ 53.9 kWh ขยับระยะทางการขับขี่เพิ่มขึ้นเป็น 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มตามมาตรฐาน NEDC รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 88 kW พร้อมเพิ่มเติมฟังก์ชันเทคโนโลยีชั้นสูงอย่างระบบควบคุมการจอดระยะไกล Remote Parking ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ หลังคาแก้ว Panoramic Glass Roof และเบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ Cooling Seat

การทดสอบการใช้งานเทคโนโลยีในรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด MG URBAN 
ไฟท้าย LED ดีไซน์ล้ำสมัยสะท้อนอัตลักษณ์ความทันสมัยของตัวรถ 
ล้ออัลลอยลวดลายสปอร์ตและซุ้มล้อดีไซน์เข้ากันอย่างลงตัว 
การทดสอบขับขี่บนสภาพถนนเปียกเพื่อยืนยันสมรรถนะการทรงตัว
ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการและข้อเสนอพิเศษ
- MG URBAN 2026 รุ่น STANDARD ราคาพิเศษ 529,900 บาท (ราคาปกติ 579,900 บาท)
- MG URBAN 2026 รุ่น MAX ราคาพิเศษ 599,900 บาท (ราคาปกติ 649,900 บาท)
- MG URBAN 2026 รุ่น ULTRA ราคาพิเศษ 709,900 บาท (ราคาปกติ 749,900 บาท)
แพ็กเกจการรับประกันคุณภาพตัวรถจากโรงงานนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร ควบคู่กับการมอบเงื่อนไขพิเศษแถมฟรีระบบรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงและชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน Lifetime Warranty สำหรับผู้ครอบครองประเภทบุคคลธรรมดา พร้อมฟรีเครื่องชาร์จ MG Home Charger และประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี โดยตัวรถพร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายเอ็มจีทั้ง 126 แห่งทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป




Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การดำเนินกลยุทธ์ Takeover ปูพรมพื้นที่สื่อโฆษณาทั่วกรุงเทพมหานครให้เป็นสีม่วง เป็นแนวทางการสื่อสารทางการตลาดที่มุ่งหวังสร้างการจดจำต่อตัวผลิตภัณฑ์ในวงกว้างอย่างรวดเร็ว โดยการเลือกยึดพื้นที่แลนด์มาร์กหลักในย่านศูนย์กลางธุรกิจช่วยให้แบรนด์สามารถส่งข้อความเข้าถึงกลุ่มพนักงานออฟฟิศและคนรุ่นใหม่ในเมืองซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการปูรากฐานกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อสร้างความคุ้นเคยก่อนเปิดตัวรถคันจริงลงสู่ท้องถนน




การเปิดตัว MG URBAN 2026 ในราคาเริ่มต้นระดับ 5 แสนบาทต้นๆ ทำให้ตัวรถเข้าไปอยู่ในพื้นที่การแข่งขันโดยตรงกับกลุ่มแฮทช์แบ็กไฟฟ้ายอดนิยมในตลาดปัจจุบันอย่าง BYD Dolphin และ GAC Aion UT อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จุดเด่นหลักของตัวรถอยู่ที่ความกว้างขวางของห้องโดยสารและออปชันอำนวยความสะดวกในรุ่นท็อปอย่างระบบจอดอัตโนมัติระยะไกลและเบาะระบายอากาศ รวมถึงเงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่และมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งานที่แบรนด์นำมาใช้ดึงดูดใจผู้บริโภค




ถือเป็นปรากฏการณ์การตลาดที่สร้างความตื่นตัวและดึงดูดสายตาคนเมืองได้อย่างชัดเจน มีใครเห็นโฆษณาแบนเนอร์สีม่วงของตัวรถตามแลนด์มาร์กต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ กันบ้าง
















