บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ MG ในประเทศไทย ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงคนใหม่ นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ เข้าดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป
บทบาทใหม่นี้ครอบคลุมการดูแลการดำเนินงานด้านการตลาด การขาย การบริการหลังการขาย รวมถึงการบริหารเครือข่ายตัวแทนผู้จำหน่ายทั่วประเทศ โดยจะร่วมขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางธุรกิจเคียงข้าง มร. ซู๋ว์ หยิ่น (Mr. Xu Yin) กรรมการผู้จัดการ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของแบรนด์ให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงในตลาดยานยนต์ไทยยุคใหม่

ส่งไม้ต่อในจังหวะตลาดรถไทยแข่งขันหนัก
การปรับทัพครั้งสำคัญของ MG ถือเป็นการส่งไม้ต่อหลังจากที่ นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ อดีตรองกรรมการผู้จัดการ ผู้ร่วมวางรากฐานความสำเร็จให้แบรนด์มาตลอด 12 ปี ได้รับมอบหมายให้ไปบริหารและดูแลภาพรวมกลุ่มธุรกิจยานยนต์จีนในบทบาทใหม่
นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ ถือเป็นบุคลากรระดับแถวหน้าของวงการที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยาวนานกว่า 30 ปี ผ่านงานบริหารระดับสูงในกลุ่มแบรนด์รถยนต์พรีเมียม และมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Ecosystem ในประเทศไทยยุคเริ่มต้น


ภารกิจหลักของรองกรรมการผู้จัดการคนใหม่
ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ MG ต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้ทั้งด้าน front-end และ back-end ของธุรกิจ ตั้งแต่งานสื่อสารแบรนด์ การผลักดันยอดขาย การดูแลบริการหลังการขาย ไปจนถึงการประสานเครือข่ายดีลเลอร์ในประเทศให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น
ประสบการณ์จากตลาดรถพรีเมียมของนายฉัตวิทัยจึงมีน้ำหนักต่อภาพลักษณ์ของ MG ในช่วงที่ตลาดรถยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการแข่งขันของแบรนด์จีนรุ่นใหม่ สงครามราคา และความคาดหวังของลูกค้า EV ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพบริการหลังการขายมากขึ้นกว่าเดิม
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การขยับหมากของ MG ประเทศไทย ด้วยการดึงตัว นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ มารับตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการในเวลานี้ ถือเป็นแท็กติกการเดินเกมท่ามกลางสถานการณ์ตลาดยานยนต์ไทยปี 2026 ที่ต้องเผชิญการแข่งขันดุเดือดและแรงกดดันจากสงครามราคาของแบรนด์น้องใหม่หลากสัญชาติ
การเลือกผู้บริหารชาวไทยที่มีโปรไฟล์ระดับพรีเมียม บวกกับประสบการณ์สายตรงด้าน EV Ecosystem กว่า 30 ปี มาร่วมทัพ สะท้อนว่า MG กำลังพยายามปรับ Brand Positioning จากเดิมที่เน้นตลาดแมสและสู้ด้วยความคุ้มค่าของออปชัน ให้ก้าวสู่อีกระดับที่มีความพรีเมียม น่าเชื่อถือ และสากลมากขึ้น
ความท้าทายหลักที่รองกรรมการผู้จัดการคนใหม่ต้องเร่งจัดการทันที คือการฟื้นฟูและสร้างความเชื่อมั่นในระบบบริการหลังการขาย รวมถึงการบริหารความสัมพันธ์กับดีลเลอร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าเก่าและดึงดูดลูกค้าใหม่ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ละเอียดอ่อนในการเลือกซื้อรถยนต์มากขึ้น
หากการสลับขั้วอำนาจในฝ่ายบริหารครั้งนี้สามารถเชื่อมโยงนวัตกรรมโปรดักต์สายพันธุ์ใหม่ของ MG เข้ากับงานบริการที่ประณีตและไร้รอยต่อได้จริง แบรนด์จะมีโอกาสรักษาตำแหน่งผู้นำแถวหน้าในกลุ่มยานยนต์พลังงานทางเลือกได้ยั่งยืนขึ้นในระยะยาว





