
ตลอดระยะเวลา 30 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ทางค่าย ฟอร์ด ประเทศไทย ได้ตอกย้ำบทบาทสำคัญในการเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการสร้างคุณค่าอย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำของสายการผลิตไปจนถึงประสบการณ์ของผู้เป็นเจ้าของรถ โดยมีเม็ดเงินลงทุนสะสมในประเทศรวมกว่า 133,000 ล้านบาท ผ่านฐานการผลิตมาตรฐานระดับโลก พร้อมส่งมอบยานยนต์คุณภาพสู่มือผู้ใช้รถชาวไทยแล้วมากกว่า 800,000 คัน ควบคู่ไปกับการส่งออกรถยนต์ฝีมือคนไทยไปยังตลาดต่างประเทศกว่า 130 ประเทศทั่วโลก รวมยอดสะสมกว่า 3.3 ล้านคัน ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในห่วงโซ่อุปทานกว่าหมื่นตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง
ก้าวสำคัญด้านการผลิตของทางฟอร์ดขับเคลื่อนผ่านโรงงานหลัก 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (FTM) และโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (AAT) และเพื่อเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว ทางผู้ผลิตได้เดินหน้าเข้าซื้อโรงงานประกอบรถยนต์เดิมของซูซูกิที่ตั้งอยู่ติดกับโรงงานเอฟทีเอ็มในจังหวัดระยองเมื่อช่วงต้นปี 2026 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทแม่ที่มีต่อศักยภาพการผลิตและทักษะแรงงานไทย ในการเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตและการพัฒนายานยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต



ในมิติของผลิตภัณฑ์ ยานยนต์ตระกูลกระบะและพีพีวีอย่าง Ford Ranger 2026 และ Ford Everest 2026 นับเป็นหัวใจหลักในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในตลาดไทยมาโดยตลอด ตั้งแต่การเป็นผู้บุกเบิกตลาดกระบะตอนครึ่ง (Open Cab) การริเริ่มนำเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูงมาติดตั้งในรถกระบะเชิงพาณิชย์และรถอเนกประสงค์ ตลอดจนการได้รับเลือกให้เป็นเวทีเปิดตัวระดับโลกของรถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง Ford Ranger Raptor เจเนอเรชันแรก และ Ford Ranger Super Duty 2026 รุ่น 4 ประตู รวมถึงการเปิดตัว Ford Everest Platinum 2026 รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมที่ผสานความสะดวกสบายเข้ากับสมรรถนะออฟโรดอย่างลงตัว ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้สนใจเป็นเจ้าของตั้งแต่ช่วงเริ่มเปิดรับจอง



ด้านการสร้างประสบการณ์ความเป็นเจ้าของ ทางค่ายได้ผลักดันนวัตกรรมงานบริการภายใต้แนวคิดการดูแลผู้ใช้รถเสมือนบุคคลในครอบครัว ผ่านระบบสะสมคะแนน Ford Rewards Club เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และส่วนลดค่าบำรุงรักษาอย่างคุ้มค่า ตลอดจนการพัฒนาแอปพลิเคชันอัจฉริยะ Ford app ซึ่งมีผู้ใช้งานมากกว่า 130,000 ราย ส่งผลให้อัตราการนัดหมายเข้ารับบริการออนไลน์เติบโตเฉลี่ยถึง 26% ต่อปี และมีอัตราผู้ขับขี่นำรถกลับเข้ามาใช้บริการศูนย์ซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยสูงถึง 83% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จนได้รับคะแนนประเมินความพึงพอใจด้านบริการหลังการขายสูงเป็นอันดับ 2 จากผลการศึกษาของ Differential (2026 Thailand CXI Studies)



จิตวิญญาณแห่งความท้าทายยังถูกพิสูจน์ผ่านมอเตอร์สปอร์ต โดยทีมแข่ง ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2020 สามารถกวาดรางวัลแชมป์รวม 31 ถ้วยรางวัล ทั้งการแข่งขันประเภททางเรียบและออฟโรด ทั้งยังใช้สนามแข่งจริงเป็นห้องทดลองทางวิศวกรรมสำหรับรถยนต์โปรดักชันอย่าง Ford Ranger Raptor 2026 จนสามารถคว้าชัยชนะระดับเอเชียต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน ขณะเดียวกัน ทางผู้ผลิตยังได้สานสัมพันธ์กับคอมมูนิตี้ผู้ขับขี่ผ่านคลับรถยนต์ฟอร์ดกว่า 50 กลุ่มทั่วประเทศ ด้วยกิจกรรมทดสอบสมรรถนะอย่าง King of Tough และ Raptor Track Experience ซึ่งช่วยเสริมสร้างความผูกพันและนำฟีดแบ็กจริงมาต่อยอดการพัฒนาตัวรถ



นอกจากนี้ การสร้างรากฐานสังคมที่เข้มแข็งยังดำเนินไปควบคู่กันผ่านหน่วยงาน ฟอร์ด ฟิแลนโธรพี (Ford Philanthropy) ด้วยงบประมาณสนับสนุนกว่า 282 ล้านบาท ดำเนินโครงการเพื่อสังคมร่วมกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรกว่า 135 โครงการ ทั้งการพัฒนาทักษะอาชีพ การศึกษา และการจัดตั้งศูนย์ฟอร์ดเพื่อนชุมชน (Ford Community Center: FCC) เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และขับเคลื่อนความยั่งยืนให้แก่ชุมชนรอบข้างอย่างแท้จริง



Bangkok Motorhaus มองอย่างไร



การเดินทางครบ 30 ปีของ ฟอร์ด ประเทศไทย ไม่เพียงแต่เป็นหมุดหมายแห่งความมั่นคงของแบรนด์ระดับตำนานในตลาดเมืองไทย แต่ยังสะท้อนถึงการวางรากฐานเชิงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้ง การเดินหน้าเข้าซื้อโรงงานประกอบรถยนต์เพิ่มเติมในจังหวัดระยองช่วงต้นปี 2026 บ่งบอกถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ทางค่ายเตรียมขยายขีดความสามารถการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในตลาดโลก รวมถึงโอกาสในการต่อยอดไลน์การผลิตขุมพลังทางเลือกใหม่ๆ ทั้งไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดที่จะเข้ามาเสริมทัพรถกระบะและพีพีวีในอนาคต

สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ การเปลี่ยนผ่านจากจุดขายด้าน “สมรรถนะและความแข็งแกร่งของตัวรถ” ไปสู่ “ความผูกพันในระยะยาวผ่านงานบริการและคอมมูนิตี้” การที่ผู้ใช้รถมีอัตราการนำรถกลับเข้าศูนย์บริการซ้ำถึง 83% ควบคู่กับฐานผู้ใช้แอปพลิเคชันที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ชี้ให้เห็นว่าทัศนคติของผู้บริโภคต่อความคุ้มค่าในการถือครองรถยนต์ฟอร์ดกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ



