บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ประกาศความสำเร็จของศูนย์บริการยานยนต์ครบวงจร FIT Auto ในโอกาสครบรอบ 12 ปี พร้อมเปิดเผยสถิติการให้บริการลูกค้าตลอดทศวรรษที่ผ่านมามากกว่า 2.8 ล้านบิล
ล่าสุด FIT Auto เดินหน้ายกระดับมาตรฐานศูนย์บริการเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้าและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 120 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2026 จากปัจจุบัน 114 สาขา

สามมิติยุทธศาสตร์ศูนย์บริการยานยนต์แห่งอนาคต
การก้าวสู่ปีที่ 12 ในปี 2026 นี้ FIT Auto มุ่งเน้นการปรับโฉมและพัฒนาประสบการณ์การเข้ารับบริการของลูกค้าใน 3 ด้านหลัก เพื่อสร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นในยุคที่รถยนต์มีเทคโนโลยีซับซ้อนขึ้น
มิติแรกคือการรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในกลุ่มอุตสาหกรรม EV ได้แก่ EVme, King Gen, KMUTNB และ NV Gotion เพื่อยกระดับศักยภาพงานซ่อมบำรุง มีการจัดสรรช่องบริการเฉพาะสำหรับ EV พร้อมเพิ่มบริการตรวจเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ หรือ State of Health และระบบวินิจฉัยรหัสแจ้งเตือนความผิดปกติของรถยนต์ไฟฟ้า
มิติที่สองคือการยกระดับพื้นที่รับรองระดับพรีเมียมหน้าร้าน ด้วยการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่พักคอยระหว่างรอรถ เช่น เก้าอี้นวดเพื่อผ่อนคลาย โดยเริ่มนำร่องที่ FIT Auto สาขาวิภาวดี 62 เป็นแห่งแรก ก่อนขยายผลไปยังสาขาอื่น
มิติที่สามคือการปรับโฉมสู่การเป็นศูนย์บริการที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงทั่วประเทศ รองรับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่และครอบครัวที่นิยมเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลายมากขึ้นระหว่างรอรับบริการ


แคมเปญครบรอบ 12 ปี และคอลเลกชันพิเศษ
ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 12 ปี FIT Auto ยังร่วมมือกับ ทู สิราษฎร์ อินทรโชติ ศิลปินนักวาดภาพชื่อดังภายใต้นามปากกา Made It When Drunk มาร่วมออกแบบสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันพิเศษ
นอกจากนี้ ยังจับมือกับพันธมิตรแบรนด์ยางรถยนต์และบริษัทประกันภัยชั้นนำ เพื่อส่งมอบโปรโมชันและสิทธิพิเศษระหว่างวันที่ 1-12 มิถุนายน 2569 ให้ลูกค้าได้ร่วมฉลองไปพร้อมกับแบรนด์
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การขยับแผนยุทธศาสตร์ของ FIT Auto ในปี 2026 สะท้อนชัดว่าศูนย์บริการแบบ Fast-Fit ยุคใหม่ไม่สามารถทำหน้าที่เพียงเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง สลับยาง หรือเช็กระบบช่วงล่างแบบเดิมได้อีกต่อไป การจับมือกับพันธมิตรอย่าง EVme และ NV Gotion คือการเดินเกมเชิงรุกเพื่อชิงความได้เปรียบในฐานลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่เนิ่น ๆ
ปัญหาสำคัญของอู่นอกในปัจจุบันคือการขาดเครื่องมือวิเคราะห์ระบบไฟแรงสูงและการประเมินสุขภาพแบตเตอรี่ที่แม่นยำ การเปิดช่องซ่อม EV เฉพาะทางพร้อมระบบเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ จึงช่วยดึงผู้ใช้รถ EV ที่เริ่มหมดประกันจากศูนย์บริการค่ายหลักให้หันมาพึ่งพิงแบรนด์ในเครือ ปตท. ได้มากขึ้น
อีกจุดที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนพื้นที่หน้าร้านให้เป็นไลฟ์สไตล์สเปซ ทั้งรูปแบบ Pet Friendly และการอัปเกรดเลาจน์ด้วยเก้าอี้นวด นี่คือการแก้ Pain Point ด้านเวลาของคนยุคใหม่ เพราะลูกค้าหลายคนมองว่าการนำรถเข้าศูนย์บริการคือการเสียเวลาชีวิต การเปลี่ยนอู่ซ่อมรถให้เป็นพื้นที่พักผ่อนที่พาสัตว์เลี้ยงมานั่งรอได้ จึงสร้าง Emotional Value ที่แตกต่างจากคู่แข่งได้ชัดเจน
เป้าหมาย 120 สาขาในปีนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเครือข่าย OR แต่โจทย์สำคัญคือการรักษามาตรฐานฝีมือช่างและคุณภาพบริการให้เท่ากันทั่วประเทศ โดยเฉพาะเมื่อขยับมาจับงานไฟฟ้าแรงสูง หาก FIT Auto คุมมาตรฐานและระบบอะไหล่ EV ได้รวดเร็ว นี่อาจกลายเป็นฟาสต์ฟิตสัญชาติไทยที่แข็งแกร่งและตามทันได้ยาก



