
พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ภายใต้การบริหารของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ผนึกกำลังร่วมกับ กรมการค้าภายใน สานต่อโครงการ “พื้นที่ปันสุขเพื่อชุมชน” ผ่านกิจกรรม “เติมเต็มรอยยิ้มให้เกษตรกรไทย เติมน้ำมันรับฟรี มังคุด” เพื่อร่วมเป็นสะพานเชื่อมโยงผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพเยี่ยมจากสวนสู่มือผู้บริโภคโดยตรง พร้อมช่วยพยุงราคาผลผลิตและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวสวนมังคุดในภาคใต้ช่วงผลผลิตล้นตลาด
สำหรับกิจกรรมพิเศษในครั้งนี้ ทาง OR ได้เข้ารับซื้อมังคุดสดจากกลุ่มเกษตรกรชาวสวนมังคุดภาคใต้รวมกว่า 100,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,000,000 บาท เพื่อนำมาจัดสรรเป็นของขวัญส่งต่อความสดชื่นและแทนคำขอบคุณแก่ผู้ขับขี่และผู้ใช้บริการสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น กว่า 360 สถานี ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, นนทบุรี และสมุทรปราการ
ในด้านสิทธิประโยชน์ เมื่อผู้ใช้รถเข้าเติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเกรดมาตรฐานหรือน้ำมันเกรดพรีเมียม ครบตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปต่อหนึ่งใบเสร็จ (คำนวณจากยอดการชำระเงินก่อนหักส่วนลดใดๆ) จะได้รับฟรีมังคุดคุณภาพดีจำนวน 1 ถุง น้ำหนักประมาณ 500 กรัม หรือราว 4 ผล โดยจำกัดสิทธิ์ 1 ถุง ต่อ 1 ใบเสร็จ ตลอดระยะเวลากิจกรรมตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2569 (เริ่มเวลา 00:00 น.) ไปจนถึงวันที่ 13 กันยายน 2569 หรือจนกว่าของจะหมดในแต่ละสถานี



เงื่อนไขการรับสิทธิ์ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง โดยไม่จำกัดเฉพาะสมาชิกบลูพลัส (blueplus+) เท่านั้น พร้อมทั้งรองรับช่องทางการชำระเงินทุกรูปแบบตามมาตรฐานของสถานีบริการ ไม่ว่าจะเป็นเงินสด, บัตรเครดิต, บัตรเดบิต, blueplus+ wallet, บิลเงินเชื่อ (บจน.) ตลอดจน Fleet Card ขององค์กร
นอกจากนี้ แคมเปญดังกล่าวยังสามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นแบบ On-top ได้อย่างเต็มที่ เช่น การรับน้ำดื่มบรรจุขวด หรือการรับของสมนาคุณร่มกอล์ฟกรณีเติมน้ำมันเกรดพรีเมียมตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจะให้บริการผ่านสถานีบริการที่มีพนักงานบริการตามปกติ โดยยกเว้นเฉพาะสถานีบริการในรูปแบบบริการตนเอง (Self-Serve)


Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
โครงการ “พื้นที่ปันสุขเพื่อชุมชน” ในรอบนี้สะท้อนความแข็งแกร่งของเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันในฐานะ Living Community ที่ทำหน้าที่มากกว่าเพียงจุดเติมเชื้อเพลิงยานยนต์ แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการกระจายสินค้าเกษตรสู่มือผู้ใช้รถในเขตเมืองหลวงอย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าแทรกแซงเพื่อดูดซับอุปทานส่วนเกินของผลไม้ฤดูกาลนอกจากจะช่วยสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้พี่น้องเกษตรกรแล้ว ยังสร้างความรู้สึกเชิงบวกให้แก่ผู้ขับขี่ที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนผลผลิตไทยไปพร้อมกัน กิจกรรมลักษณะนี้น่าจะเป็นต้นแบบที่ดีในการต่อยอดสู่สินค้าเกษตรแปรรูปหรือผลิตภัณฑ์ชุมชนอื่นๆ ในอนาคตหรือไม่ และในยุคที่สถานีบริการกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ บทบาทเชิงสังคมเช่นนี้จะกลายเป็นแต้มต่อสำคัญในการดึงดูดผู้ใช้รถให้แวะเวียนมาใช้งานอย่างสม่ำเสมอได้มากน้อยเพียงใด





