NEWS

Motor Expo Racing Team คัมแบ็กในรอบ 7 ปี คว้าโพเดียม TC4 ศึก RAAT Endurance 2026

Motor Expo Racing Team หวนคืนสนามแข่งในรอบ 7 ปี พร้อม Honda CR-Z หมายเลข 63 ก่อนประเดิม RAAT Thailand Endurance Championship 2026 สนามแรกด้วยโพเดียมอันดับ 2 รุ่น TC4 และอันดับ 5 Overall

Motor Expo Racing Team คัมแบ็กในรอบ 7 ปี คว้าโพเดียม TC4 ศึก RAAT Endurance 2026

Motor Expo (มอเตอร์ เอ็กซ์โป) หวนคืนสู่สังเวียนความเร็วระดับประเทศในรอบ 7 ปี ด้วยการส่ง Motor Expo Racing Team ลงแข่งขัน RAAT Thailand Endurance Championship 2026 สนามที่ 1 ซึ่งเป็นการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบมาราธอนชิงแชมป์ประเทศไทยแบบต่อเนื่อง 6 ชั่วโมงเต็ม

ทีมชุดนี้นำทัพโดย 3 นักแข่งสัญชาติไทย ได้แก่ ชไมพร ปภัสร์พงษ์, ชาริยะ นุยา และ พงศ์พล นารายพิทักษ์ ร่วมกันขับ Honda CR-Z หมายเลข 63 ก่อนประเดิมฤดูกาลด้วยผลงานขึ้นโพเดียมอันดับ 2 รุ่น TC4 และจบอันดับ 5 Overall แบบรวมทุกรุ่น

สามนักขับ Motor Expo Racing Team ในชุดแข่งประจำทีม RAAT Endurance 2026
ทีมแข่ง Motor Expo Racing Team นำโดย ชไมพร ปภัสร์พงษ์, ชาริยะ นุยา และ พงศ์พล นารายพิทักษ์

ผลการแข่งขัน Motor Expo Racing Team สนามแรก

รถแข่ง Honda CR-Z หมายเลข 63 สังกัด Motor Expo Racing Team ทำผลงานคว้าอันดับที่ 2 ในรุ่น TC4 และจบผลการแข่งขันทั่วไปแบบรวมทุกรุ่นในอันดับที่ 5

ความพร้อมของทีมเริ่มเห็นชัดตั้งแต่รอบจับเวลาคัดเลือก (Qualifying) เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2026 โดยทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของรุ่น ส่งผลให้ทีมได้ออกสตาร์ทจากกริดแถวหน้า ก่อนบริหารความเร็ว การสลับนักขับ และกลยุทธ์เข้าพิตตลอด 6 ชั่วโมงจนรับธงตราหมากรุกได้สำเร็จ

กติกา TC4 และการเซ็ตอัป Honda CR-Z หมายเลข 63

ตัวแข่ง Honda CR-Z หมายเลข 63 ถูกโมดิฟายด์และปรับแต่งโครงสร้าง แชสซีส์ ระบบกันสะเทือน และระบบเบรก เพื่อลงแข่งขันภายใต้กติกาเชิงเทคนิคของรุ่น TC4 ซึ่งกำกับโดยราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ RAAT

กติกาของรุ่นนี้ควบคุมความจุกระบอกสูบเพื่อสร้างสมดุลในการแข่งขัน โดยรถแข่งเครื่องยนต์แบบไม่มีระบบอัดอากาศ หรือ Naturally Aspirated กำหนดความจุสูงสุดไม่เกิน 1,550 ซีซี ส่วนรถแข่งที่ใช้ Turbocharger หรือ Supercharger กำหนดความจุสูงสุดไม่เกิน 1,350 ซีซี

ด้วยกรอบดังกล่าว Honda CR-Z ของทีมจึงต้องเน้นน้ำหนักตัวรถ การยึดเกาะของช่วงล่างหน้าแบบ MacPherson Strut และหลังแบบ Torsion Beam รวมถึงความทนทานของดิสก์เบรก 4 ล้อตลอดการแข่งขัน 6 ชั่วโมง มากกว่าการพึ่งพาพละกำลังเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว

ความท้าทายของ Endurance 6 ชั่วโมง

การแข่งขันรูปแบบ Endurance ไม่ได้วัดผลเฉพาะความเร็วต่อรอบ แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอของนักขับ ความเสถียรของตัวรถ การบริหารยาง น้ำมัน และจังหวะงานหน้าพิต ทีมจึงต้องวางแผนให้ทุก stint ทำงานต่อเนื่องโดยลดความผิดพลาดให้น้อยที่สุด

ผลงานอันดับ 5 Overall ของ Honda CR-Z ไฮบริดสปอร์ตจึงสะท้อนทั้งความอึดของตัวรถและความแม่นยำของทีมงานที่สามารถรักษาจังหวะได้ตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

การหวนคืนสู่วงการความเร็วของ Motor Expo ในนาม Motor Expo Racing Team พร้อมผลงานคว้าโพเดียมอันดับ 2 รุ่น TC4 และอันดับ 5 Overall ตั้งแต่สนามแรกของปี 2026 เป็นการคัมแบ็กที่ทรงพลังมาก เพราะทีมไม่ได้กลับมาเพียงเพื่อสร้างสีสัน แต่กลับมาพร้อมผลลัพธ์ที่ยืนยันความพร้อมของคน รถ และทีมงานหน้าพิต

แท็กติกที่น่าสนใจคือการเลือก Honda CR-Z สปอร์ตแฮทช์แบ็คไฮบริดมาสู้ศึก Endurance 6 ชั่วโมง รถรุ่นนี้มีภาพจำด้านดีไซน์และเทคโนโลยีไฮบริดอยู่แล้ว เมื่อนำมาโมดิฟายด์ในกติกา TC4 จึงกลายเป็นเวทีพิสูจน์ทั้งความอึด ความประหยัด และความเสถียรของแพ็กเกจโดยรวม

หัวใจของผลลัพธ์นี้คือความสม่ำเสมอ การรักษา lap time และจังหวะพิตที่แม่นยำ เพราะกติกา TC4 จำกัดความจุเครื่องยนต์จนทำให้ทุกทีมต้องแข่งกันด้วยความนิ่งมากกว่าพละกำลังล้วน หาก Motor Expo Racing Team รักษามาตรฐานนี้ได้ต่อเนื่อง สนามถัดไปมีโอกาสสร้างกระแสให้รถแข่งไฮบริดสปอร์ตกลับมาคึกคักในหมู่นักเล่นรถไทยได้ไม่น้อย

Motor Expo Racing Team ถ่ายภาพร่วมกับ Honda CR-Z หมายเลข 63 หลังการแข่งขัน
Motor Expo Racing Team ประเดิมการคัมแบ็กด้วยโพเดียมอันดับ 2 รุ่น TC4 ในสนามแรก

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top