
วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยรายงานสถิติจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปประจำเดือนเมษายน 2569 พบสถิติยอดขายในประเทศขยายตัวขึ้นเล็กน้อยที่ 2.54% โดยมีอานิสงส์สำคัญจากการเริ่มทยอยส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) จากยอดจองท่วมท้นในงานมอเตอร์โชว์ช่วงที่ผ่านมา สวนทางกับภาพรวมยอดการส่งออกสำเร็จรูปที่ดิ่งลง 8.43% เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์ความตึงเครียดและสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ

เจาะ 5 อันดับประเภทรถยนต์มียอดขายสูงสุด ประจำเดือนเมษายน 2569
จากข้อมูลสถิติล่าสุดของ ส.อ.ท. ในกลุ่มรถยนต์ทำตัวเลขรวมไปได้ 33,654 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 9.07% เมื่อนำมาจำแนกแยกตามประเภทระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยีพลังงาน พบว่า BEV และ HEV เป็นสองแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในรอบเดือนนี้

- อันดับ 1: รถยนต์นั่งไฟฟ้า 100% (BEV) ยอดขาย 13,882 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 28.69% ขยายตัวเพิ่มขึ้น 27.35% จากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว
- อันดับ 2: รถยนต์นั่งไฮบริด (HEV) ยอดขาย 11,204 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 23.15% ขยายตัวเพิ่มขึ้น 41.75% จากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว
- อันดับ 3: รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในดั้งเดิม (ICE) ยอดขาย 7,109 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 14.69% หดตัวลดลง 35.18% จากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว
- อันดับ 4: รถยนต์นั่งไฮบริดผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) ยอดขาย 1,023 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 2.11% ลดลง 5.54% จากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว
- อันดับ 5: รถยนต์นั่งประเภทขยายระยะทางขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (REEV) ยอดขาย 436 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 0.90% ขยายตัวเพิ่มขึ้น 100% จากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว
สรุปสถิติตลาดรถยนต์ประจำเดือนเมษายน 2569
การผลิต (Production)
- ยอดผลิตรถยนต์รวมในเดือนเมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 103,794 คัน ลดลง 0.44% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2568 และลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ถึง 22.20%
- สถิติยอดผลิตสะสม 4 เดือนแรก มกราคม-เมษายน 2569 มีจำนวนรวม 473,545 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 4%
- ยอดผลิตรถยนต์นั่งในเดือนเมษายน ทำได้ 36,650 คัน ลดลง 8.43% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง ICE 11,870 คัน, BEV 4,716 คัน, PHEV 1,738 คัน และ HEV 18,326 คัน
- ยอดผลิตรถกระบะขนาด 1 ตันในเดือนเมษายน ทำได้ 65,933 คัน เพิ่มขึ้น 3.44% ขณะที่ยอดผลิตรถกระบะดับเบิลแค็บไฟฟ้า BEV สะสม 4 เดือนแรก ทำได้ 1,536 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 38,300%
ยอดขายภายในประเทศ (Domestic Sales)
- ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนเมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,394 คัน เพิ่มขึ้น 2.54% จากเดือนเมษายนปีที่แล้ว แต่ลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ร้อยละ 19.16
- สถิติยอดขายสะสม 4 เดือนแรก มียอดรวม 230,477 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 15.02%
- ยอดขายรถยนต์นั่งและรถตรวจการณ์ในเดือนเมษายน ทำได้ 33,654 คัน เพิ่มขึ้น 9.07% แบ่งเป็น ICE 7,109 คัน, BEV 13,882 คัน, HEV 11,204 คัน และ REEV 436 คัน
- ยอดขายกลุ่มรถกระบะทำได้ 9,831 คัน ลดลง 10.11% ขณะที่รถกระบะไฟฟ้า BEV มียอดขาย 109 คัน เพิ่มขึ้น 36.35% และรถ PPV มียอดขาย 2,619 คัน ลดลง 16.57%
การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป (Export)
ภาพรวมการส่งออกยังเป็นจุดกดดันสำคัญของอุตสาหกรรมในเดือนนี้ โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากความตึงเครียดในภูมิภาคและเส้นทางขนส่งหลัก

- ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนเมษายน 2569 ทำได้ 60,190 คัน ลดลง 8.43% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนปีที่แล้ว และลดลงจากเดือนมีนาคมปีนี้ถึง 25.13%
- ยอดส่งออกไปตลาดตะวันออกกลางหดตัวรุนแรงเหลือเพียง 993 คัน ลดลง 91.76% จากผลกระทบของสงครามขัดแย้ง
- ยอดส่งออกจำแนกตามรายรุ่นย่อย ประกอบด้วย รถกระบะสันดาป 36,615 คัน, รถกระบะไฟฟ้า BEV 6 คัน, รถยนต์นั่ง ICE 2,031 คัน, รถยนต์นั่ง BEV 1,924 คัน, รถยนต์นั่ง HEV 6,713 คัน และรถ PPV 12,543 คัน
- รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ และชิ้นส่วนอะไหล่ในเดือนเมษายน มียอดรวม 62,637.24 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.86
สรุปสถิติตลาดรถยนต์ภายในประเทศ ภาพรวมสะสมมกราคม-เมษายน 2569
- ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนเมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,394 คัน เพิ่มขึ้น 2.54% ส่งผลให้ยอดขายสะสม 4 เดือนแรกอยู่ที่ 230,477 คัน เพิ่มขึ้น 15.02%
- ยอดขายกลุ่มรถกระบะทั่วไปทำได้ 9,831 คัน ลดลง 10.11% จากความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ
- ยอดผลิตรถยนต์รวมในเดือนเมษายนมีจำนวน 103,794 คัน ลดลงเล็กน้อย 0.44% ดันยอดผลิตสะสม 4 เดือนแรกขึ้นมาอยู่ที่ 473,545 คัน เพิ่มขึ้น 4%
- ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนเมษายนทำได้ 60,190 คัน ลดลง 8.43% และดิ่งลงจากเดือนมีนาคมปีนี้ถึง 25.13% ขณะที่ยอดส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า BEV ยังเติบโตเด่นด้วยจำนวน 1,924 คัน เพิ่มขึ้น 191.52%
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การจัดลำดับท็อปประเภทรถยนต์ในยอดขาย เมษายน 2026 รอบนี้ ส่งสัญญาณเตือนภัยข้ามค่ายอย่างชัดเจนว่า พฤติกรรมและจริตในการเลือกซื้อรถของคนไทยได้เปลี่ยนผ่านสู่โลกยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกใหม่อย่างถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว การที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ 100% หรือ BEV สามารถโค่นแชมป์เก่าอย่างเครื่องยนต์สันดาปภายในดั้งเดิม ICE ลงไปอยู่อันดับที่ 3 ได้อย่างเบ็ดเสร็จ พ่วงด้วยการเติบโตแบบก้าวกระโดดของรถยนต์ไฮบริด HEV ในอันดับที่ 2 เป็นเครื่องยืนยันว่าวิกฤตราคาน้ำมันขายปลีกหน้าร้านที่พุ่งทะยานจากปัญหาการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาขั้นรุนแรงที่ทำให้ผู้บริโภคยอมเปลี่ยนใจละทิ้งรถน้ำมันเดิม ๆ มุ่งสู่รถยนต์พลังงานสะอาดเร็วขึ้น
ประกอบกับแรงส่งจากการเริ่มส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าลอตใหญ่ที่ค่ายต่าง ๆ กวาดใบจองมาจากงานมอเตอร์โชว์ ยิ่งช่วยดันให้เซกเมนต์นี้คึกคักเป็นพิเศษ สวนทางกับกระบะดีเซลเชิงพาณิชย์และรถ PPV ที่ยังคงจมดิ่งจากพิษสถาบันการเงินคุมเข้มงวดการปล่อยสินเชื่ออย่างหนักหน่วง
ความท้าทายหลักที่น่ากังวลในภาพรวมอุตสาหกรรมนับจากนี้คือ แรงกดดันจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ภาคการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของไทยไปตลาดดังกล่าววูบหายไปกว่า 91% ภายในเดือนเดียว อีกทั้งยังมีสัญญาณเตือนภัยเรื่องการขอปรับขึ้นราคาชิ้นส่วนยานยนต์จากพาร์ทเนอร์ซัพพลายเออร์หลังบ้านโดยอ้างผลกระทบด้านต้นทุนลอจิสติกส์จากสงคราม ซึ่งหากค่ายรถยนต์ไม่สามารถตรึงราคาชิ้นส่วนและราคาจำหน่ายไว้ได้ท่ามกลางภาวะกำลังซื้อและดัชนีอุตสาหกรรมในประเทศที่เติบโตต่ำในปัจจุบัน โครงสร้างราคาและเป้าหมายการผลิตรวมของประเทศอาจจะได้รับผลกระทบจนหลุดเป้าหมายได้ในครึ่งปีหลังครับ




