
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเตรียมจัดงานครั้งสำคัญภายใต้ชื่องาน “The all-new electric GLC & Designer Talk” เพื่อเผยโฉมยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่อย่าง The all-new electric GLC หรือ Mercedes-Benz GLC 2026 สู่สายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในวันพุธที่ 23 กันยายน 2569 นี้ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายครั้งสำคัญของทางค่ายดาวสามแฉกในการยกระดับกลุ่มยนตรกรรมเอสยูวีระดับพรีเมียมสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
สำหรับ Mercedes-Benz GLC 2026 ขุมพลังไฟฟ้านี้ ได้รับการถ่ายทอดเอกลักษณ์งานดีไซน์ยุคใหม่ของทางผู้ผลิต ทั้งเส้นสายตัวถังที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ควบคู่ไปกับหลักอากาศพลศาสตร์ชั้นยอดที่ช่วยลดแรงต้านอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่และขยายระยะทางการเดินทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เพื่อตอบสนองการเดินทางของผู้ใช้รถยุคใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ



ไฮไลต์พิเศษภายในงาน ทางค่ายได้เปิดเวทีพูดคุยสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Designer Talk Session” โดยได้รับเกียรติจาก มร. ทุม เฮาเคอ (Thum Hauke) ดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าจากสตูดิโอ Mercedes-Benz Design สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี บินตรงมาร่วมถ่ายทอดเบื้องลึกเบื้องหลังและแรงบันดาลใจในการรังสรรค์งานออกแบบยานยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้สัมภาษณ์พิเศษและร่วมชมตัวรถอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของทิศทางกลยุทธ์และการทำตลาดในประเทศไทย มร. คริสเตียน เชลล์ (Christian Schell) ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จะมาร่วมเผยข้อมูลสำคัญ วิสัยทัศน์ และความพร้อมในการขับเคลื่อนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมอันเหนือระดับให้แก่ผู้สนใจและผู้ที่กำลังวางแผนเป็นเจ้าของยนตรกรรมหรูพลังงานทางเลือก



The all-new electric GLC มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 23 กันยายน 2569



สเปกและข้อมูลทางเทคนิค The all-new electric GLC (Mercedes-Benz GLC 2026)
การพัฒนา The all-new electric GLC หรือ Mercedes-Benz GLC 2026 ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญด้วยการสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าเฉพาะยุคใหม่ (MB.EA) ผสานโครงสร้างน้ำหนักเบาเข้ากับความแข็งแกร่งระดับสูง พร้อมรองรับงานสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800V



ขุมพลังขับเคลื่อนโดดเด่นด้วยรุ่นท็อป GLC 400 4MATIC Electric ที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ All-Wheel Drive ให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 483 แรงม้า (360 กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิดมหาศาล วิศวกรรมชุดเกียร์อัตโนมัติ 2 จังหวะ (2-Speed Transmission) บริเวณเพลาหลัง ปล่อยอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียงประมาณ 4.4 วินาที



แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-NMC) ความจุขนาดใหญ่ 94.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) มอบระยะทางวิ่งสูงสุดได้ถึง 713 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP ชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging) กำลังไฟสูงสุดถึง 330 กิโลวัตต์ ส่งผลให้การชาร์จไฟเพียง 10 นาที สามารถเพิ่มระยะทางการเดินทางได้มากถึง 240 – 305 กิโลเมตร
ภายในห้องโดยสารสู่ยุคดิจิทัลเต็มพิกัด หน้าจอยาวแบบ MBUX Hyperscreen ขนาดใหญ่ถึง 39.1 นิ้ว พาดยาวครอบคลุมตั้งแต่แผงหน้าปัดผู้ขับขี่ จอควบคุมส่วนกลาง ไปจนถึงจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด MB.OS (Mercedes-Benz Operating System) และระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX เจเนอเรชันที่ 4 ที่ผสานระบบ AI อัจฉริยะ เสริมด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ความจุ 110 ลิตร เพื่ออรรถประโยชน์ใช้สอยสูงสุด



ระบบช่วงล่างรองรับความนุ่มนวลและเสถียรภาพการทรงตัวขั้นสูงด้วยช่วงล่างถุงลม Airmatic ปรับระดับอัตโนมัติ ควบคู่กับเทคโนโลยี Car-to-X Communication ที่ประเมินและปรับความหนืดของโช้คอัพล่วงหน้าตามสภาพพื้นผิวถนนแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ทุกการเดินทางของผู้ใช้รถเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและความสะดวกสบายสูงสุด



Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การนำ The all-new electric GLC หรือ Mercedes-Benz GLC 2026 ขุมพลังไฟฟ้า 100% เข้ามาเปิดตัวในไทย ถือเป็นก้าวที่เฉียบคมและถูกจังหวะของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เนื่องจากตระกูล GLC คือหนึ่งในเสาหลักยอดนิยมของค่าย การเปิดตัวโมเดลไฟฟ้าล้วนที่มาพร้อมแพลตฟอร์ม 800V แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 94 kWh และระยะทางวิ่งเกิน 700 กิโลเมตร ย่อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกลุ่มพรีเมียมเอสยูวีไฟฟ้าไซส์คอมแพกต์



ที่น่าจับตามองในลำดับถัดไปคือการกำหนดโครงสร้างราคาจำหน่ายและออปชันของรุ่นย่อยที่จะเข้ามาทำตลาดในไทย ว่าจะสามารถเปิดราคาได้น่าดึงดูดใจเพียงใดเมื่อเทียบกับคู่แข่งร่วมสัญชาติเยอรมนี รวมถึงความพร้อมของเครือข่ายสถานีชาร์จกำลังไฟสูงที่สอดรับกับสถาปัตยกรรม 800V ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า The all-new electric GLC จะสามารถครองใจผู้สนใจที่กำลังมองหาเอสยูวีหรูพลังงานไฟฟ้าคันใหม่ได้มากน้อยเพียงใดในปี 2026 นี้









