NEWS

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ชู Ecosystem AI พลิกโฉมเคลม-ซ่อมรถยนต์ปี 2026

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ตอกย้ำภาพลักษณ์ InsurTech Leader เปิดระบบนิเวศ AI แบบ End-to-End ช่วยให้ผู้ใช้รถตรวจสภาพรถ เคลม และติดตามงานซ่อมผ่านแอปได้รวดเร็ว โปร่งใส และลดการรอพนักงาน

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ชู Ecosystem AI พลิกโฉมเคลม-ซ่อมรถยนต์ปี 2026

บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ประกาศยุทธศาสตร์ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็น InsurTech Leader ด้วยการเปิดตัวระบบนิเวศเทคโนโลยี AI ครบวงจรแบบ End-to-End เพื่อแก้ปัญหาความซับซ้อนของการทำประกันภัยรถยนต์ในอดีต

แนวทางใหม่นี้มุ่งปรับกระบวนการทำงานให้รวดเร็ว โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคควบคุมทุกขั้นตอนการตรวจสภาพรถ การเคลม และการส่งซ่อมได้ด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านนวัตกรรมอัจฉริยะที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง

Thaivivat AI Ecosystem ยกระดับมาตรฐานบริการประกันภัยรถยนต์
ประกันภัยไทยวิวัฒน์ชู AI Ecosystem เพื่อยกระดับกระบวนการประกันภัยรถยนต์ตั้งแต่ตรวจสภาพรถจนถึงงานเคลมและส่งซ่อม

ปฏิวัติขั้นตอนตั้งแต่ตรวจสภาพรถจนถึงใบเคลมอัตโนมัติ

ไทยวิวัฒน์แก้ปัญหาความล่าช้าในการเริ่มต้นความคุ้มครองด้วยระบบ MARS Inspect จากเดิมที่ลูกค้าต้องนัดหมายและรอเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบสภาพตัวถังรถ เปลี่ยนเป็นการใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพรถยนต์ตามมุมที่กำหนด

จากนั้นระบบ AI จะวิเคราะห์สภาพรถและตรวจสอบร่องรอยความเสียหาย เพื่อช่วยอนุมัติเริ่มความคุ้มครองได้ภายในไม่กี่นาที ลดขั้นตอนที่เคยใช้เวลานานและเพิ่มความคล่องตัวให้ลูกค้า

ในนาทีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ระบบ Claim Generate จะเข้ามาลดการยืนรอพนักงานเคลม โดยผู้ขับขี่สามารถถ่ายภาพความเสียหายเพื่อให้ AI ประเมินตำแหน่ง ระดับความเสียหาย ประมาณการค่าสินไหม และสร้างใบเคลมอัตโนมัติได้ทันที

เชื่อมอู่ซ่อมผ่าน MARS Garage ด้วยซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเอง

ในกระบวนการส่งซ่อม เทคโนโลยี MARS Garage จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมข้อมูลระหว่างบริษัทประกันและเครือข่ายอู่ซ่อมรถยนต์ ระบบ AI จะวิเคราะห์ภาพถ่ายชิ้นส่วนที่เสียหายซึ่งอู่ส่งเข้ามา เพื่อประเมินและอนุมัติงานซ่อมตามมาตรฐานที่ชัดเจน

การลดขั้นตอนเอกสารที่ซับซ้อนช่วยให้ระยะเวลาจอดรอซ่อมในอู่สั้นลง และเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะได้รับรถคืนรวดเร็วขึ้น หัวใจสำคัญของความแม่นยำคือการที่ไทยวิวัฒน์เลือกลงทุนพัฒนา AI และแพลตฟอร์มทั้งหมดด้วยทีมวิศวกรภายในองค์กร แทนการซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จรูปจากต่างประเทศ

แนวทางนี้ทำให้ระบบสามารถเรียนรู้จากเคสอุบัติเหตุจริง รวมถึงลักษณะการทำงานของอู่ซ่อมรถในประเทศไทยได้ตรงกับบริบทหน้างาน และรองรับการขยายตัวของระบบนิเวศประกันภัยในระยะยาว

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

ในมุมมองของคนรักรถและผู้ใช้รถยนต์ทั่วไป ปัญหาที่น่าปวดหัวที่สุดของระบบประกันภัยไม่ใช่ขั้นตอนการจ่ายเบี้ย แต่คือวันที่มีอุบัติเหตุ ภาพจำของการยืนรอพนักงานเคลมท่ามกลางสภาพจราจรและแดดเมืองไทย หรือการที่รถต้องไปจอดแช่อยู่ในอู่หลายวันเพียงเพราะรอเอกสารอนุมัติซ่อม คือสิ่งที่ทุกคนอยากหลีกเลี่ยง

การที่ไทยวิวัฒน์นำ AI เข้ามาประกบแบบ End-to-End ตั้งแต่ตรวจสภาพรถ ออกใบเคลม จนถึงอนุมัติงานซ่อม จึงเป็นการทำลายกำแพง Pain Point ได้เฉียบคม โดยเฉพาะในปี 2026 ที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างรวดเร็ว ตัวรถเต็มไปด้วยเทคโนโลยี ชิ้นส่วนตัวถัง และเซนเซอร์รอบคัน

ผู้ซื้อรถยุคใหม่ย่อมมองหาบริการประกันภัยที่ก้าวทันนวัตกรรมของตัวรถ การประเมินความเสียหายจากภาพถ่ายด้วยมาตรฐานที่ชัดเจน จะช่วยสร้างความอุ่นใจว่าการประเมินชิ้นส่วนรถยนต์คันโปรดเป็นไปอย่างโปร่งใสตามหลักวิศวกรรม ไม่ใช่การใช้สายตาคาดคะเนตามความรู้สึก

สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดคือยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นเองในบ้าน เพราะลักษณะอุบัติเหตุ พฤติกรรมการขับขี่ และระบบการทำงานของอู่ซ่อมในไทยมีความเฉพาะตัวสูง อัลกอริทึมที่เรียนรู้จากข้อมูลในประเทศย่อมตอบโจทย์หน้างานได้ดีกว่า ความท้าทายต่อไปคือการสเกลระบบให้ครอบคลุมอู่ซ่อมสีและตัวถังพันธมิตรทั่วประเทศในมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งหากทำสำเร็จ วงการประกันภัยรถยนต์ไทยจะต้องเร่งยกเครื่องเทคโนโลยีตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top