
นิสสัน ประเทศไทย เดินหน้ารุกการสื่อสารแบรนด์อย่างต่อเนื่องด้วยการต่อยอดแคมเปญ “ทุกนาทีมีค่า (Every Minute Matters)” เพื่อตอกย้ำแนวคิด “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ” ผ่านการผสมผสานสื่อออนไลน์และสื่อนอกบ้าน (Out-of-Home) โดยหยิบยกมิติของเวลา 45 นาที มาสร้างประสบการณ์ร่วมให้ผู้ใช้รถและผู้บริโภคทั่วไปได้สัมผัสถึงความหมายของเวลาที่มักหมดไปกับการรอคอย พร้อมสะท้อนจุดเด่นของเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าในกลุ่มยนตรกรรม Nissan e-POWER 2026
ทางค่ายเริ่มต้นสร้างความแปลกใหม่บนโลกออนไลน์ด้วยการปล่อยชิ้นงานโฆษณาความยาวเต็ม 45 นาที บนแพลตฟอร์ม YouTube ในรูปแบบโฆษณาที่กดข้ามได้ (Skippable Advertisement) ซึ่งจงใจออกแบบให้มีความยาวเท่ากับเวลาที่ผู้บริโภคมักต้องใช้รอในหลากหลายกิจกรรม เพื่อดึงพฤติกรรมความคุ้นเคยของผู้ใช้บริการออนไลน์ที่มักกดข้ามเนื้อหาที่มีความยาว มาสะท้อนให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าช่วงเวลา 45 นาทีนั้นมีความยาวนานเพียงใดเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่จำเป็นต้องรอ
นอกจากมิติบนหน้าจอดิจิทัลแล้ว ทางผู้ผลิตยังได้ขยายแนวคิดเดียวกันสู่โลกแห่งความจริงผ่านสื่อจอดิจิทัลนอกบ้าน (DOOH) บนทำเลสำคัญทั่วกรุงเทพฯ โดยนำเสนอภาพสัญญาณไฟจราจรสีแดงที่แสดงตัวเลขนับถอยหลัง “45” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เชิงเปรียบเทียบที่ผู้ขับขี่และคนใช้รถบนท้องถนนคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพื่อเปลี่ยนตัวเลขเชิงนามธรรมให้กลายเป็นภาพจำของช่วงเวลาแห่งการรอคอยที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน
แคมเปญดังกล่าวมุ่งชี้ให้เห็นว่า เวลา 45 นาที แม้ดูเหมือนเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของวัน แต่หากไม่ต้องสูญเสียไปกับการรอ ผู้บริโภคจะสามารถนำเวลานี้ไปทำกิจกรรมที่มีคุณค่าได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัว การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ การจัดการธุระส่วนตัว หรือการมีเวลาพักผ่อนให้กับตนเอง ยิ่งไปกว่านั้น หากช่วงเวลาดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำๆ สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า เมื่อสะสมต่อเนื่องก็อาจมีมูลค่าเทียบเท่ากับวันและเดือนแห่งความสุขที่สามารถนำไปใช้กับสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต



การนำเสนอในเฟสนี้จึงเป็นการเชื่อมโยงโดยตรงเข้ากับจุดเด่นของเทคโนโลยียานยนต์ Nissan e-POWER 2026 เช่นในรุ่นยอดนิยมอย่าง Nissan Kicks e-POWER 2026 ซึ่งให้ประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า 100% ด้วยแรงบิดที่ตอบสนองทันใจและเงียบสงบ แต่ปลดล็อกข้อจำกัดด้านการรอคอยด้วยการใช้เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนสู่แบตเตอรี่และมอเตอร์ โดยที่ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องมองหาสถานีชาร์จหรือเสียเวลารอชาร์จไฟจากภายนอก
สำหรับชิ้นงานโฆษณาความยาว 45 นาทีแบบกดข้ามได้ ได้เริ่มเปิดตัวให้ได้รับชมอย่างเป็นทางการบน YouTube พร้อมกับการเปิดตัวสื่อ DOOH สัญญาณไฟแดงตามจุดยุทธศาสตร์ทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจและผู้ที่กำลังพิจารณารถยนต์พลังงานทางเลือกได้สัมผัสแนวคิดการใช้ชีวิตที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างราบรื่นโดยไม่ต้องเสียเวลารอคอย

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การขยับตัวของ นิสสัน ประเทศไทย ในแคมเปญ Every Minute Matters ครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์การสื่อสารเชิงอินไซต์ที่ตรงจุดและชาญฉลาดอย่างยิ่ง เพราะแทนที่จะเน้นการเปรียบเทียบตัวเลขเชิงเทคนิคของมอเตอร์ไฟฟ้าหรือประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเพียงอย่างเดียว ทางค่ายเลือกที่จะดึงจุดแข็งสูงสุดของ Nissan e-POWER นั่นคือ “ความเป็นมิตรต่อรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่ต้องพึ่งพาแท่นชาร์จภายนอก” มาชนกับ Pain Point เรื่องเวลาของคนเมืองในยุคปัจจุบัน
ในจังหวะที่ตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกกำลังเติบโตอย่างเข้มข้น และผู้บริโภคหลายกลุ่มยังมีความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จหรือเวลาที่ต้องจัดสรรเพื่อการประจุไฟ การชูจุดเด่นเรื่อง 45 นาทีที่ได้รับกลับคืนมา จึงช่วยสร้างความแตกต่างให้กับเทคโนโลยี e-POWER ได้อย่างมีน้ำหนัก น่าจับตาว่าการตอกย้ำจุดยืน “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ” ในระลอกนี้ จะสามารถดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการสัมผัสสมรรถนะการขับขี่แบบยานยนต์ไฟฟ้าแต่ยังต้องการความสะดวกสบายและความคล่องตัวในชีวิตประจำวันให้หันมาพิจารณายนตรกรรมตระกูล e-POWER ได้มากน้อยเพียงใด






