
บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ร่วมกับ นิสสัน มอเตอร์สปอร์ต แอนด์ คัสโตไมซิ่ง (Nissan Motorsports & Customizing หรือ NMC) ประกาศเปิดตัว Nissan Kicks ROCK CREEK 2026 รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีรุ่นตกแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรดสำหรับตลาดประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ สานต่อความสำเร็จจากการตอบรับอย่างล้นหลามของรุ่นพี่อย่าง X-Trail ROCK CREEK โดยเตรียมวางจำหน่ายผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายนิสสันทั่วประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 23 ธันวาคม 2569
Nissan Kicks ROCK CREEK 2026 มิติใหม่แห่งยนตรกรรมสายเอาต์ดอร์



รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการตกแต่งภายใต้ธีมสีดำเข้มดุดัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์เฉพาะรุ่น ROCK CREEK เสริมลูกเล่นช่องดักลม 3 ช่องสีเงิน (3-slot silver accents) กันชนหน้าสีดำเงาตัดด้วยการ์ดกันกระแทกใต้ห้องเครื่องตกแต่งแถบสีแดงลาวา (Lava Red) ที่ได้แรงบันดาลใจจากธารลาวาภูเขาไฟ เสริมความบึกบึนด้วยคิ้วซุ้มล้อ ชายบันไดข้างสีดำด้าน มือจับประตูสีดำ ราวหลังคาสีดำ และป้ายสัญลักษณ์ ROCK CREEK เอกลักษณ์เฉพาะตัวบริเวณด้านข้างและฝาท้าย
ระบบช่วงล่างเสริมความแกร่งด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น ตกแต่งด้วยแถบสีแดง Lava Red พร้อมปั๊มโลโก้ลายหิน Rock-Mark เสริมทัศนวิสัยการขับขี่ในทุกสภาพอากาศด้วยไฟตัดหมอกแบบ LED และชุดไฟหน้า LED อัจฉริยะ



ห้องโดยสารภายในคุมโทนสีดำเข้มตัดขอบด้วยแถบสีแดง Lava Red บริเวณเบาะนั่ง แผงประตู คอนโซลกลาง และพวงมาลัยหุ้มหนัง Tailor Fit ไฮไลต์สำคัญคือการใช้วัสดุหุ้มเบาะนั่งแบบกันน้ำ (Water-repellent material) ที่ช่วยรองรับกิจกรรมกลางแจ้งและการเปียกชื้นได้อย่างดีเยี่ยม แผงแดชบอร์ดและที่วางแขนตกแต่งด้วยวัสดุลวดลายคาร์บอนเพื่อเสริมความสปอร์ตพรีเมียม



สำหรับเกรด Utility Spec ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยขั้นสูงเพิ่มเติม อาทิ เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับด้วยระบบไฟฟ้า ประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยรีโมตคอนโทรล หน้าจออินโฟเทนเมนต์ NissanConnect ระบบกระจกมองหลังอัจฉริยะ (Intelligent Rear View Mirror) กล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ (Intelligent Around View Monitor พร้อมฟังก์ชัน MOD) ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSI/BSW) ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลัง (RCTA) ตลอดจนชุดกล้องบันทึกภาพด้านหน้าและด้านหลัง
ขุมพลังขับเคลื่อนด้วยระบบ e-POWER ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์รหัส HR14DDe โดยมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า (2WD) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้าอัจฉริยะ e-4ORCE (4WD) มอเตอร์คู่หน้า-หลัง ที่ช่วยควบคุมการกระจายแรงบิดและการเบรกในแต่ละล้ออย่างแม่นยำ เพิ่มเสถียรภาพในการลุยเส้นทางหิมะ ทางลูกรัง และพื้นผิวลื่น



ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น แบ่งออกเป็น 4 รุ่นย่อย



- รุ่น ROCK CREEK (2WD) ราคา 3,485,900 เยน (ราว 8.19 แสนบาท)
- รุ่น ROCK CREEK Utility Spec (2WD) ราคา 3,996,300 เยน (ราว 9.39 แสนบาท)
- รุ่น ROCK CREEK e-4ORCE (4WD) ราคา 3,880,800 เยน (ราว 9.12 แสนบาท)
- รุ่นท็อปสุด ROCK CREEK e-4ORCE Utility Spec (4WD) ราคา 4,309,800 เยน (ราว 1.01 ล้านบาท)
โดยมีสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ ทูโทน Dark Metal Gray / Super Black, ขาว Pure White Pearl, น้ำตาล Crystal Brown และดำ Super Black



Bangkok Motorhaus มองอย่างไร



การแตกไลน์อัปแพ็กเกจ “ROCK CREEK” จากรุ่นใหญ่อย่าง Pathfinder และ X-Trail ลงสู่คอมแพกต์เอสยูวีอย่าง Nissan Kicks ROCK CREEK 2026 สะท้อนถึงการจับกระแส “Outdoor & Camping Lifestyle” ของค่ายนิสสันได้อย่างแม่นยำ เพราะในปัจจุบัน ผู้บริโภคไม่ได้มองหารถครอสโอเวอร์สำหรับใช้งานในเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการรถยนต์ขนาดกะทัดรัดที่พร้อมพาออกไปผจญภัยในวันหยุดได้จริง
การผสานฟังก์ชันที่ตอบโจทย์สายลุยอย่าง เบาะผ้ากันน้ำ ชิ้นส่วนการ์ดกันกระแทกโทนสี Lava Red และตัวเลือก ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ e-4ORCE ทำให้ Kicks กลายเป็นเอสยูวีไซส์เล็กที่มีความครบเครื่องและมีเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุดรุ่นหนึ่ง


หากทางนิสสัน ประเทศไทย ตัดสินใจนำแพ็กเกจการตกแต่งสไตล์ ROCK CREEK หรือนำระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE เข้ามาเสริมทัพให้กับ Kicks e-POWER ในบ้านเรา จะช่วยปลุกกระแสและเพิ่มความคึกคักให้กับตลาด B-SUV สายลุยเมืองไทยได้มากน้อยเพียงใด? แฟนๆ สายแคมป์ปิ้งและขาลุยคิดเห็นอย่างไรกับดีไซน์นี้บ้าง มาร่วมคอมเมนต์คุยกันได้เลยครับ







