NEWS

เปิดตัว THE KIA PV5 CARGO 2026 รถตู้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ พื้นที่บรรทุก 4,420 ลิตร เคาะราคา 1,199,000 บาท

บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว The Kia PV5 Cargo 2026 รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ 100% รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการรุกตลาดกลุ่มฟลีทและผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ด้วยการเป็นร

แชร์บทความ
เปิดตัว THE KIA PV5 CARGO 2026 รถตู้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ พื้นที่บรรทุก 4,420 ลิตร เคาะราคา 1,199,000 บาท
เปิดตัว THE KIA PV5 CARGO 2026 รถตู้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ พื้นที่บรรทุก 4,420 ลิตร เคาะราคา 1,199,000 บาท (ปก)

บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว The Kia PV5 Cargo 2026 รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ 100% รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการรุกตลาดกลุ่มฟลีทและผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ด้วยการเป็นรถยนต์รุ่นแรกของเกียที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด PBV (Platform Beyond Vehicle) บนสถาปัตยกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเฉพาะทาง E-GMP.S (Electric Global Modular Platform for Service) การันตีรางวัลระดับโลกมากมาย อาทิ International Van of the Year (IVOTY) 2026, Red Dot Award 2026 และมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP Commercial Van Safety Rating

Kia PV5 Cargo 51.5 kWh ราคาจำหน่าย 1,199,000 บาท

มิติตัวถังภายนอกมีความยาว 4,695 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,895 มิลลิเมตร ความสูง 1,890 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,995 มิลลิเมตร มอบรัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.5 เมตร ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่และถอยจอดในเขตเมืองหรือพื้นที่จำกัดได้อย่างสะดวก

มิติห้องบรรทุกสินค้ารองรับปริมาตรความจุสูงสุด 4,420 ลิตร โดยมีความยาวพื้นที่บรรทุก 2,255 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,565 มิลลิเมตร ความสูง 1,520 มิลลิเมตร พร้อมการออกแบบความสูงของขอบประตูท้ายจากพื้นเพียง 419 มิลลิเมตร เพื่อช่วยผ่อนแรงและเพิ่มความสะดวกในกระบวนการขนถ่ายสินค้า

ห้องโดยสารเน้นความสะดวกสบายและการใช้งานของคนขับ ติดตั้งหน้าจอแสดงผล Infotainment ขนาด 12.9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay™ และ Android Auto™ แบบไร้สาย พอร์ตชาร์จ USB Type-C หลายตำแหน่ง และโดดเด่นด้วยฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก

ขุมพลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพลาหน้า ให้พละกำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 51.5 kWh รองรับระยะทางการขับขี่สูงสุด 384 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จไฟกระแสตรง DC Fast Charging จาก 10% ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 30 นาที

ระบบความปลอดภัยจัดเต็มด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESC, TSA, HAC, TPMS, กล้องมองหลัง, เซนเซอร์ช่วยจอดหน้า-หลัง, ระบบเบรกอัตโนมัติ MCB พ่วงเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ ADAS เช่น ระบบควบคุมความเร็วแปรผัน Smart Cruise Control with Stop & Go, ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ Forward Collision Avoidance Assist พร้อม Junction Assist และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน LFA & LKA

การรับประกันและบริการหลังการขาย

  • การรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง นาน 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

การเปิดตัวของ The Kia PV5 Cargo 2026 ในประเทศไทย ถือเป็นการขยับตัวทางกลยุทธ์ในการเข้าเจาะตลาด Commercial EV Fleet ที่กำลังเติบโต โจทย์ใหญ่ของภาคธุรกิจโลจิสติกส์ยุคใหม่ คือการลดต้นทุนการดำเนินงาน (TCO – Total Cost of Ownership) ควบคู่กับการลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตามเป้าหมาย ESG

แท็กติกของเกียที่ไม่ได้นำเอารถตู้เครื่องยนต์สันดาปมาดัดแปลงเป็นรถไฟฟ้า แต่เลือกสร้าง The Kia PV5 Cargo 2026 ขึ้นมาบนแพลตฟอร์ม EV สเปกเฉพาะทาง E-GMP.S ทำให้ตัวรถสามารถจัดการพื้นที่ห้องบรรทุกสินค้าได้อย่างชาญฉลาด ปริมาตรความจุ 4,420 ลิตร และความสูงขอบประตูท้ายที่ต่ำเพียง 419 มิลลิเมตร คือจุดเด่นทางวิศวกรรมที่ตอบโจทย์ Pain Point ของการจัดส่งสินค้าแบบ Last-mile Delivery ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ที่ต้องเผชิญทั้งการจราจรติดขัด ซอยแคบ และการยกของเข้าออกวันละหลายร้อยรอบ

จุดเด่นสำคัญอีกประการคือ การจัดเต็มระบบความปลอดภัย ADAS ระดับรถยนต์นั่งพรีเมียม ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่ายรถเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่ มักจะตัดออกเพื่อทำราคาให้ถูกที่สุด การที่เกียใส่ระบบ Smart Cruise Control with Stop & Go และระบบช่วยเบรกอัตโนมัติมาให้ จะช่วยลดความเหนื่อยล้าของคนขับ ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการหลับในหรือการจราจรติดขัด ซึ่งในมุมมองของผู้บริหารฟลีท นั่นหมายถึงการลด Downtime หรือระยะเวลาที่รถต้องจอดซ่อมโดยสิ้นเชิง ประกอบกับฟังก์ชัน V2L ที่สามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้ ก็ยิ่งเพิ่มความหลากหลายให้แก่กลุ่มธุรกิจบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service) หรือรถบริการนอกสถานที่

การเปิดราคาจำหน่ายที่ 1,199,000 บาท พ่วงการรับประกันตัวรถนาน 7 ปี และแบตเตอรี่ 8 ปี ถือเป็นข้อเสนอที่สร้างความคุ้มค่าและสร้างความอุ่นใจในการบริหารงบประมาณระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top