NEWS

ย้อนรอย 50 ปี HONDA ACCORD รถยนต์ระดับโกลบอลโมเดล ที่แต่ละเจเนอเรชั่นพัฒนาอะไรขึ้นมาบ้าง

Honda Accord ครบรอบ 50 ปีในฐานะโกลบอลโมเดลของฮอนด้า ย้อนดูพัฒนาการตั้งแต่เครื่องยนต์ CVCC, Electro Gyrocator, ช่วงล่าง Double Wishbone, Sport Hybrid i-MMD จนถึง Honda SENSING 360+ และ e:HEV เจเนอเรชันล่าสุด

ย้อนรอย 50 ปี HONDA ACCORD รถยนต์ระดับโกลบอลโมเดล ที่แต่ละเจเนอเรชั่นพัฒนาอะไรขึ้นมาบ้าง

บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor) ร่วมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของการถือกำเนิด Honda Accord หนึ่งในยนตรกรรมซีดานระดับตำนานที่เคียงคู่กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่โมเดลแรกที่เปิดตัวในปี 1976 โดยตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ยนตรกรรมรุ่นนี้ได้รับการยอมรับในฐานะ “โกลบอลโมเดล” ระดับไอคอนิกที่ส่งมอบไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกมากกว่า 160 ประเทศ และสร้างยอดขายสะสมทั่วโลกได้มากกว่า 25 ล้านคัน

ภาพรวม Honda Accord ในวาระครบรอบ 50 ปี
Honda Accord เดินทางสู่หลักไมล์ 50 ปี พร้อมยอดขายสะสมทั่วโลกมากกว่า 25 ล้านคัน

โดย ฮอนด้า มอเตอร์ ได้สรุปข้อมูลการพัฒนาแต่ละเจเนอเรชันของ Honda Accord ไว้ดังนี้

Honda Accord แต่ละเจเนอเรชันพัฒนาอะไรขึ้นมาบ้าง

Honda Accord เจเนอเรชันที่ 1 (1976) เปิดตัวด้วยเครื่องยนต์ CVCC นวัตกรรมระบบเผาไหม้ที่สามารถผ่านมาตรฐานควบคุมมลพิษอันเข้มงวดในยุค 70s ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องกรองไอเสีย พร้อมติดตั้งระบบ Service Guide แสดงสัญญาณเตือนการบำรุงรักษาและการทำงานของตัวรถบนแผงหน้าปัดเป็นครั้งแรก

Honda Accord เจเนอเรชันที่ 2 (1981) สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการติดตั้งระบบพวงมาลัยพาวเวอร์แปรผันตามความเร็วรถ (Speed-responsive Power Steering) และระบบช่วงล่างสามมิติ (3D Rear Damper) เป็นครั้งแรกของโลก รวมถึงการเปิดตัวระบบ Electro Gyrocator ซึ่งเป็นรากฐานของระบบนำทางผ่านดาวเทียม (Navigation System) รายแรกของโลก

Honda Accord เจเนอเรชันที่ 3 (1985) ยกระดับการขับขี่ในรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า (FF) ด้วยการนำระบบช่วงล่างแบบปีกนกคู่ 4 ล้อ (4-wheel Double Wishbone) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่สืบทอดมาจากรถสปอร์ตมาติดตั้งในรถซีดานเป็นครั้งแรกของโลก

Honda Accord เจเนอเรชันที่ 4 (1989) นำเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ชั้นสูงอย่างโครงสร้างรังผึ้ง (Honeycomb Structure) ทั้งในส่วนพื้นและหลังคาตัวถัง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับเดียวกับรถแข่งสูตรหนึ่ง (F1) และอากาศยาน มาใช้ในการสร้างความแข็งแกร่งและลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร

Honda Accord เจเนอเรชันที่ 5 (1993) เดินหน้าขยายบทบาทของ Accord ในฐานะซีดานระดับกลางที่มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทั้งด้านพื้นที่ห้องโดยสาร ความสบายในการเดินทาง และภาพลักษณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในหลายภูมิภาคทั่วโลก

Honda Accord เจเนอเรชันที่ 6 (1997) เป็นผู้บุกเบิกด้านความปลอดภัยเชิงป้องกันด้วยการติดตั้งระบบตรวจจับอาการเหนื่อยล้าและส่ายของตัวรถ (Driver Drowsiness Detection) เป็นครั้งแรกของโลก พร้อมระบบพวงมาลัยไฟฟ้า EPS และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว VSA รุ่นแรกของฮอนด้า

Honda Accord เจเนอเรชันที่ 7 (2002) ยกระดับสู่ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ HiDS (Honda Intelligent Driver Support) ซึ่งรวมถึงระบบรักษาช่องทางเดินรถ LKAS และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันเป็นครั้งแรก

Honda Accord เจเนอเรชันที่ 8 (2008) ขยับขนาดและบุคลิกของตัวรถให้ตอบโจทย์การใช้งานระดับ D-Segment มากขึ้น ทั้งความนิ่ง ความกว้างขวาง ความปลอดภัย และความสบายในการเดินทางไกล

Honda Accord เจเนอเรชันที่ 9 (2013) เริ่มต้นยุคขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าด้วยการเปิดตัวระบบ Sport Hybrid i-MMD ซึ่งเป็นระบบไฮบริดแบบ 2 มอเตอร์ ที่สามารถสลับโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาดและทรงประสิทธิภาพสูงสุด

Honda Accord เจเนอเรชันที่ 10 (2017) เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญสู่แพลตฟอร์มใหม่ ดีไซน์สปอร์ตขึ้น เทคโนโลยีห้องโดยสารทันสมัยขึ้น และการผลักดันระบบขับเคลื่อนไฮบริดกับ Honda SENSING ให้เป็นแกนหลักของ Accord ยุคใหม่

Honda Accord เจเนอเรชันที่ 11 (2024 – ปัจจุบัน) ติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะล้ำสมัยระดับท็อปอย่าง Honda SENSING 360 และเวอร์ชันอัปเกรด Honda SENSING 360+ ในโมเดลล่าสุดปี 2026 นี้ ซึ่งทำงานร่วมกับกล้องและเรดาร์รอบคันเพื่อตรวจจับสิ่งกีดขวางแบบ 360 องศา ผสานขุมพลัง e:HEV เจเนอเรชันล่าสุดที่ให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจและอัตราการประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

การเดินทางมาถึงหลักไมล์ 50 ปีของ Honda Accord 2026 ไม่ใช่เพียงเรื่องของความแก่กล้าในตลาด แต่คือบทพิสูจน์ชั้นดีของกลยุทธ์ Local Optimization หรือการปรับตัวให้เข้ากับจริตของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคที่ฮอนด้าทำ ไม่ยัดเยียดสเปกแบบเดียวกันทั่วโลก แต่เลือกที่จะแตกไลน์การเซ็ตอัพตัวรถตามความต้องการของพื้นที่ เช่น ในอเมริกาต้องการความนุ่มนวลและขนาดตัวถังที่โอ่โถง ยุโรปเน้นแฮนด์ลิงที่คมคาย ส่วนในแถบเอเชียและไทยเน้นความคุ้มค่า ความประหยัด และความหรูหรากว้างขวาง ซึ่งความยืดหยุ่นในสายการผลิตตรงนี้ทำให้ Accord กลายเป็นรถญี่ปุ่นรุ่นแรกที่ไปปักธงสร้างฐานผลิตในอเมริกาเมื่อปี 1982 และกวาดแชมป์ยอดขายรถยนต์นั่งอันดับ 1 ในแดนลุงแซมได้อย่างเหนียวแน่น

เชิงวิศวกรรม หากเรามองลึกลงไปในสายเลือดของ Accord จะพบว่ารถรุ่นนี้คือ “The เทคโนโลยี ครีเอเตอร์” ของแบรนด์ เพราะนวัตกรรมเปลี่ยนโลกหลายอย่างของฮอนด้ามักจะถูกนำมาประเดิมลงในรถซีดาน D-Segment รุ่นนี้ก่อนเสมอ ตั้งแต่เครื่องยนต์ CVCC ที่สยบกฎหมายมลพิษอันเข้มงวดของสหรัฐฯ ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแคทตาไลติก ไปจนถึงระบบนำทางอย่าง Electro Gyrocator และเมื่อตัดสลับมาในเจเนอเรชันที่ 11 เวอร์ชันปี 2026 ล่าสุดนี้ Accord ยังคงทำหน้าที่เป็นเวทีโชว์เทคโนโลยีหลักของฮอนด้า ทั้ง e:HEV และ Honda SENSING 360+

โจทย์สำคัญข้อใหญ่ของฮอนด้าและผู้จำหน่ายหน้าร้านในปัจจุบันคือ การเผชิญหน้ากับกระแสการเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไฟฟ้า 100% จากประเทศจีนในเซกเมนต์ใกล้เคียงกัน ซึ่งจุดนี้จุดขายดั้งเดิมของ Accord ในเรื่องความเสถียรของระบบวิศวกรรม ความทนทานของตัวแชสซีส์ และความแม่นยำของระบบความปลอดภัยที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว 50 ปี จะต้องถูกนำมาสื่อสารอย่างเข้มข้นเพื่อสร้างความมั่นใจเหนือคู่แข่งระยะสั้น

ซึ่งหากฮอนด้าสามารถรักษาบรรทัดฐานการขับขี่ที่มีเลเยอร์และลุ่มลึก ผสานกับสิทธิประโยชน์และมูลค่าขายต่อ (Resale Value) ที่มั่นคงในระยะยาวได้ ยนตรกรรมตระกูล Accord ก็จะยังคงสถานะการเป็นคู่หูที่รู้ใจและไม่มีวันล้าสมัยในใจของผู้ใช้รถทั่วโลกต่อไปได้อย่างแน่นอนครับ

NEWS x CAR DATA

รถที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์นี้

เปิดข้อมูลรุ่นรถ ราคา สเปก รุ่นย่อย เปรียบเทียบ และสร้างภาพแชร์จากฐานข้อมูล Bangkok Motorhaus

ดู Car Database
Accord
Honda

Accord

MY 2026–ปัจจุบัน · Sedan · เครื่องยนต์เบนซิน 2.0L DOHC i-VTEC e:HEV | fuel: เบนซินไฮบริด รองรับ

รอตรวจสอบ
ดูสเปกSave Image
Accord (2026)
Honda

Accord (2026)

MY 2026–ปัจจุบัน · Sedan · เครื่องยนต์เบนซิน 2.0L DOHC i-VTEC e:HEV | fuel: เบนซินไฮบริด รองรับ

รอตรวจสอบ
ดูสเปกSave Image
Accord (2023-Present)
Honda

Accord (2023-Present)

MY 2023–ปัจจุบัน · Sedan · เครื่องยนต์เบนซิน 2.0L DOHC i-VTEC e:HEV | fuel: เบนซินไฮบริด รองรับ

1,479,000 - 1,729,000 บาท
ดูสเปกSave Image

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top