AVATR ประเทศไทย ผู้นำยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะระดับไฮเอนด์ในเครือ CHANGAN Automobile ประกาศยกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดตัวพร้อมประกาศราคาจำหน่ายของ New AVATR 11 2026 โฉมใหม่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ยนตรกรรมรุ่นนี้ได้รับการอัปเกรดทางวิศวกรรมครั้งสำคัญด้วยการนำเทคโนโลยีระบบช่วงล่างไฟฟ้าแม่เหล็ก หรือ Magnetorheological Suspension (MR Suspension) ที่เคยสงวนไว้เฉพาะในรุ่นท็อปตัวพิเศษอย่าง Royal Edition มาติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อยเพื่อส่งมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง แม่นยำ และหนักแน่นในทุกสภาพผิวถนน

ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแต่ละรุ่นย่อย
- New AVATR 11 2026 รุ่น Ultra ราคาจำหน่าย 2,299,000 บาท
- New AVATR 11 2026 รุ่น Ultra AWD ราคาจำหน่าย 2,499,000 บาท





AVATR 11 2026 ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคและมิติตัวถังภายนอก
ตัวรถมีมิติตัวถังความยาว 4,880 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,970 มิลลิเมตร ความสูง 1,601 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,975 มิลลิเมตร รองรับห้องโดยสารแบบ 5 ที่นั่ง
งานออกแบบโครงสร้างภายนอกสะท้อนหลักสัดส่วนทองคำเปี่ยมพลัง World-Class Supercar Body Proportions ด้วยค่าสัดส่วนความเสถียรสมดุล 0.61 สัดส่วนตัวถังเปี่ยมพลังการเคลื่อนไหว 1.23 และสัดส่วนความสูงของล้ออันโดดเด่นที่ 0.481 รูปลักษณ์ภายนอกพัฒนาขึ้นภายใต้ปรัชญา Emotive Luxury และแนวคิด The Next Level of Futuristic Design การันตีความยอดเยี่ยมด้วยรางวัลระดับสากลอย่าง Red Dot Design Winner 2024


ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Disc-Wing Style Front Face ทำงานร่วมกับชุดไฟหน้า F-Shape LED Headlamp ที่ประกอบด้วยหลอด LED รวม 108 ดวง พ่วงระบบเอฟเฟกต์ไฟต้อนรับยามเปิดและปิดรถสุดล้ำ
ดีไซน์ด้านข้างมาพร้อมแนวคิด Floating Body Design เสริมสเกิร์ตสีดำสร้างมิติราวกับลอยตัวเหนือพื้นถนน และเสริมเส้นสาย Beltline โฉบเฉี่ยวแนวอวกาศ Extraordinary Spacecraft Rear Design พ่วงกระจกห้องโดยสารด้านหลังแบบ Privacy Glass และฝากระโปรงท้ายเปิดปิดไฟฟ้าพร้อมสปอยเลอร์หลังควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า









ห้องโดยสารและระบบความบันเทิง
ห้องโดยสารตกแต่งหรูหราพรีเมียมระดับลักชัวรี ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังแท้ Nappa เคลือบสารป้องกันแบคทีเรีย คอนโซลกลางและที่วางแขนหุ้มวัสดุเนื้อนุ่ม พร้อมบุแผงหลังคาด้วยวัสดุหนังกลับพรีเมียม
คอนโซลหน้าติดตั้งหน้าจอเชื่อมต่ออัจฉริยะไร้รอยต่อ Multi-screen Intelligent Connection ประกอบด้วย หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ LCD ขนาด 10.25 นิ้ว จอกลางอินโฟเทนเมนต์ระบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 10.25 นิ้ว รองรับระบบสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ 4 โซน การเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และโหมดการเชื่อมต่อหลายจอแบบ AVATR Link
เบาะนั่งคู่หน้าออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ชั้นสูงสไตล์ Zero-Gravity ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า 14 ทิศทาง พร้อมติดตั้งระบบอุ่นเบาะ ระบบระบายอากาศ และระบบนวดอัจฉริยะทั้งเบาะนั่งคู่หน้าและคู่หลัง โดยพนักพิงเบาะหลังสามารถปรับเอนและแยกพับได้แบบ 60:40
ยกระดับความบันเทิงระดับลักชัวรีด้วยระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูงระดับไฮเอนด์ Meridian High-end System 7.1.4 ประกอบด้วยลำโพงรวม 25 ตัว ทำงานร่วมกับเครื่องขยายเสียง 1 ตัว พร้อมติดตั้งลำโพงในพนักพิงศีรษะผู้ขับขี่สร้างโซนเสียงอิสระ
บรรยากาศภายในห้องโดยสารเสริมความผ่อนคลายด้วยหลังคากระจกพาโนรามาขนาดใหญ่เคลือบสารป้องกันรังสี UV ไฟสร้างบรรยากาศแบบ LED 256 เฉดสีทรงพลังดีไซน์ Emotional Vortex ระบบน้ำหอมอัจฉริยะ แผงแอร์ซ่อนอัตโนมัติควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าแยกอิสระ 2 โซน และระบบฟอกอากาศปล่อยประจุพร้อมกรองฝุ่น PM2.5



ขุมพลัง แบตเตอรี่ และระบบชาร์จ
ขุมพลังขับเคลื่อนหลักใช้ชุดแบตเตอรี่ Ternary Lithium (NCM) คุณภาพสูงระดับโลกจาก CATL ขนาดความจุใหญ่ถึง 116.79 กิโลวัตต์ชั่วโมง บนแพลตฟอร์มแรงดันไฟฟ้าสูง 800 โวลต์ รองรับการจ่ายกระแสไฟออกสู่อุปกรณ์ภายนอก V2L กำลังไฟสูงสุด 3.3 กิโลวัตต์
รุ่น Ultra ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
ติดตั้งมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motor) ให้กำลังสูงสุด 230 กิโลวัตต์ หรือ 313 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 6.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มอบระยะทางวิ่งสูงสุด 680 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มตามมาตรฐาน NEDC
รุ่น Ultra AWD ขับเคลื่อนสี่ล้อ
ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ มอเตอร์หน้าแบบ Asynchronous AC Motor และมอเตอร์หลังแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 395 กิโลวัตต์ หรือ 537 แรงม้า แรงบิดมอเตอร์รวมสูงสุด 641 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ฉับไวในเวลาเพียง 4.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มอบระยะทางวิ่งสูงสุด 630 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC
ระบบชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงความเร็วสูง (DC Fast Charge) รองรับกำลังไฟสูงสุดถึง 240 กิโลวัตต์ สามารถประจุไฟจากระดับ 30% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 25 นาที ส่วนการชาร์จกระแสสลับ (AC) รองรับกำลังไฟสูงสุด 11 กิโลวัตต์ พ่วงระบบดึงพลังงานจากการเบรกกลับคืน Regenerative Braking
ช่วงล่าง MR Suspension และระบบช่วยขับขี่
ระบบเบรกคู่หน้าติดตั้งคาลิปเปอร์ประสิทธิภาพสูงจาก Brembo โดยรุ่น Ultra และ Ultra AWD ใช้คาลิปเปอร์สีเหลือง ส่วนรุ่น Royal Edition ใช้คาลิปเปอร์สีแดง ทำงานควบคู่กับล้ออัลลอยดีไซน์ Spiral ขนาด 22 นิ้ว รัดด้วยยางหน้ากว้าง 265/40 R22 เป็นมาตรฐาน
โครงสร้างแชสซีส์ได้รับการอัปเกรดระบบช่วงล่างเป็นแบบดับเบิลวิชโบน ปีกนกคู่ ในด้านหน้าและมัลติลิงก์ในด้านหลัง ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีช่วงล่างไฟฟ้าแม่เหล็ก MR Suspension ที่มอบพลังซับแรงกระแทกสูงสุดถึง 10,000 นิวตัน และปรับความหนืดโช้กอัพแต่ละล้อแบบเรียลไทม์ 1,000 ครั้งต่อวินาที ช่วยให้เข้าโค้งนิ่งสนิทและผ่านทางขรุขระได้อย่างราบรื่น




ชุดระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ Intelligent Driving ครบครัน นำโดยระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน Lane Centering Control (LCC) มอบการขับขี่ที่ผ่อนคลาย และระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติเมื่อเปิดไฟเลี้ยว User Directed Lane Change (UDLC) ที่จะทำการเปลี่ยนเลนให้อย่างนุ่มนวลและปลอดภัยเมื่อเส้นทางพร้อม
ติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบช่วยเตือนหากเสี่ยงต่อการชนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (FCW/RCW) ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB) และระบบเตือนขณะเปิดประตู (DOW)
มอบทัศนวิสัยการจอดที่แม่นยำด้วยระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมระบบแสดงภาพพื้นใต้ท้องรถเสมือนจริง พ่วงระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะเต็มพิกัด ทั้งระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (APA) ระบบช่วยจอดจากระยะไกล (RPA) และระบบนำรถเข้าออกช่องจอดแนวตรงจากระยะไกล (RSIO)


Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การปรับทัพขยับสเปกของ New AVATR 11 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นแท็กติกการตลาดเชิงผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) เลือกยกเทคโนโลยีช่วงล่างไฟฟ้าแม่เหล็ก MR Suspension ที่เคยสงวนไว้เฉพาะในรุ่นท็อปสุดอย่าง Royal Edition ลงมาใส่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อยโดยที่ไม่ได้ปรับราคาค่าตัวขยับหนีผู้บริโภค คือการสร้างข้อได้เปรียบเชิงวิศวกรรมที่คู่แข่งระดับราคา 2 ล้านกลางๆ แทบไม่มีใครให้ได้
ระบบช่วงล่างเทคโนโลยีซูเปอร์คาร์ชิ้นนี้จะเข้ามาทลายข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักตัวแบตเตอรี่ CATL ขนาด 116.79 kWh ที่หนักอึ้ง ช่วยลดอาการโยนตัว โคลงเคลง และยกระดับความนุ่มนวลในการซับแรงสั่นสะเทือนได้เนียนมือขึ้นอย่างชัดเจน
หากเปรียบเทียบในสมรภูมิคู่แข่งโดยตรง AVATR 11 2026 วางตำแหน่งราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 2.299 ล้านบาท ชนกับรุ่นยอดนิยมอย่าง Tesla Model Y หรือ BMW iX3 โดยตรง แต่สิ่งที่อวตาร์ได้เปรียบแบบกินขาดคืองานออกแบบสไตล์ยานอวกาศ Futuristic Design ที่มีสัดส่วนเปี่ยมพลังตามสัดส่วนทองคำ 0.61 และการันตีด้วยรางวัลดีไซน์ระดับโลกอย่าง Red Dot ควบคู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องโดยสารที่ประเคนมาให้จนล้นทะลัก






