บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ประกาศเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยผ่านความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 ด้วยการจัดหลักสูตรอบรมถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ พร้อมแนวทางการปฏิบัติงานด้วยระบบไฟฟ้าแรงดันสูงอย่างปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการศึกษาและนักศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

ยกระดับองค์ความรู้อีวีจากสถานประกอบการจริงสู่ห้องเรียน
การจัดอบรมในครั้งนี้จัดขึ้น ณ อาคารคาเบรียล แมรี่ ศูนย์วิจัยและการเรียนรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ โดยมีอาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาจากคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เข้าร่วมโครงการจำนวน 20 คน มุ่งเน้นการบูรณาการความรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของแบรนด์เอ็มจี


เนื้อหาหลักของหลักสูตรการฝึกอบรมพัฒนาทักษะยานยนต์ไฟฟ้า 2026 ประกอบด้วยหัวข้อสำคัญดังนี้
- ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า โครงสร้าง และสถาปัตยกรรมของระบบยานยนต์ยุคใหม่
- ส่วนประกอบหลักของรถยนต์ไฟฟ้าและการทำงานของแต่ละระบบเชิงลึก
- หลักการวิเคราะห์ทางเทคนิคและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเมื่อเกิดข้อบกพร่อง
- มาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานกับระบบไฟฟ้าแรงดันสูง
- การทดลองใช้งานอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล หรือ PPE อย่างถูกต้องตามหลักสากล
ปักหมุดศูนย์พัฒนาทักษะยานยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกของกลุ่ม Chinauto

ฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในการสนับสนุนการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากภาคอุตสาหกรรมสู่ภาคการศึกษา เพื่อส่งเสริมแนวทางการจัดการศึกษาแบบ Cooperative and Work Integrated Education หรือ CWIE ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนเข้ากับประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง
ทั้งนี้ เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย ได้กำหนดให้อาคารคาเบรียล แมรี่ ศูนย์วิจัยและการเรียนรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่ เป็นพื้นที่หลักแห่งการเรียนรู้ การฝึกอบรม และการพัฒนาทักษะด้านยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่แห่งนี้ยังได้รับการสถาปนาให้เป็นศูนย์พัฒนาทักษะด้านยานยนต์ไฟฟ้าของกลุ่ม Chinauto แห่งแรกในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว


Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
เกมการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย ณ ปี ค.ศ. 2026 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การห้ำหั่นกันด้วยสงครามราคาหรือการอัปเกรดออปชันบนตัวรถอีกต่อไป แต่แท็กติกที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือการชิงความได้เปรียบในการสร้างระบบนิเวศ หรือ Ecosystem และที่สำคัญที่สุดคือ การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล หรือ Human Resource Infrastructure
การเคลื่อนไหวของเอ็มจีในครั้งนี้ถือเป็นการแตะจุดปัญหาคอขวด หรือ Pain Point ที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมอีวีในปัจจุบัน คือช่างเทคนิคที่มีความรู้ความเข้าใจในระบบไฟฟ้าแรงดันสูง หรือ High-voltage System และระบบความปลอดภัยขั้นสูงยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อปริมาณประชากรรถไฟฟ้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดบนท้องถนน
การที่เอ็มจีเลือกเข้าหาพาร์ตเนอร์ทางการศึกษาและใช้โมเดลการเรียนรู้คู่การทำงาน หรือ CWIE จึงเป็นการสร้างซัพพลายเชนด้านแรงงานฝีมือที่จะไหลเวียนกลับเข้ามาซัพพอร์ตเครือข่ายดีลเลอร์และศูนย์บริการของตัวเองได้โดยตรงในอนาคต
เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบกับคู่แข่ง Legacy Brands สัญชาติญี่ปุ่นที่หยั่งรากลึกในไทยมานาน ชิ้นส่วนความได้เปรียบเดิมของแบรนด์เหล่านั้นคือเครือข่ายความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคทั่วประเทศในการป้อนช่างยนต์เครื่องยนต์สันดาป แต่เอ็มจีสามารถสร้างมาตรฐานใหม่ในฐานะกลุ่มค่ายรถยนต์จีน หรือ Chinauto รายแรกที่สถาปนาศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะทางด้านรถยนต์พลังงานใหม่ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
เนื้อหาการอบรมที่ไม่ใช่แค่การพาทัวร์ดูรถ แต่เจาะลึกไปถึงโครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าแรงดันสูงและการใช้เครื่องมือ PPE ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญด้านความปลอดภัยในการซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตาม จุดสังเกตที่ท้าทายในระยะยาวคือ ตัวเลขผู้เข้าร่วมการอบรมในลอตแรกที่ยังจำกัดอยู่เพียง 20 คน ซึ่งในเชิงการค้าและการขยายตัวของอุตสาหกรรม ตัวเลขนี้ยังถือว่าน้อยเกินกว่าจะสร้างอิมแพ็กต์ในระดับมหภาค
เอ็มจีจำเป็นต้องขยายสเกลความร่วมมือนี้ไปยังสถาบันการศึกษาอื่นๆ ทั่วประเทศอย่างรวดเร็วเพื่อสร้าง Economies of Scale รวมถึงต้องคำนึงถึงความเร็วในการอัปเดตหลักสูตร เพราะเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและระบบจัดการแบตเตอรี่ หรือ BMS มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก หากสามารถรักษาความต่อเนื่องและกระจายศูนย์ฝึกนี้ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ได้ เอ็มจีจะไม่ได้เป็นเพียงผู้ขายรถยนต์ไฟฟ้า แต่จะกลายเป็นผู้กำหนดมาตรฐานวิชาชีพช่างยานยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ของประเทศไทยอย่างแท้จริงครับ






