ทีมแข่งระดับโลก โตโยต้า เรซซิ่ง (TOYOTA RACING) ประกาศศักดาเหนือสังเวียนฝรั่งเศสด้วยการพลิกสถานการณ์จากช่วงรอบคัดเลือก กลับมาคว้าชัยชนะอันดับที่ 1 ในศึกเลอมังส์ 24 ชั่วโมง (Le Mans 24 Hours) ครั้งที่ 94 ประจำปี 2026 ซึ่งเป็นสนามที่ 3 ของรายการ FIA World Endurance Championship หรือ WEC
การแข่งขันปีนี้มีแฟนความเร็วเข้าชมติดขอบสนามถึง 350,105 คน และกลายเป็นอีกหนึ่งเรซที่ลุ้นกันถึงวินาทีท้าย ๆ เมื่อรถ Toyota TR010 HYBRID หมายเลข 7 ของ Mike Conway, Kamui Kobayashi และ Nyck de Vries วิ่งครบ 381 รอบสนาม ก่อนเฉือนอันดับ 2 จาก BMW M Team WRT ไปเพียง 10.913 วินาที พร้อมพา Toyota เก็บชัยชนะ Le Mans เป็นสมัยที่ 6 ของแบรนด์

สเปกตัวรถแข่ง TOYOTA TR010 HYBRID และผลงานในสนาม
อาวุธหลักในชัยชนะครั้งนี้คือ TOYOTA TR010 HYBRID 2026 รถแข่งกลุ่ม Hypercar ในกติกา LMH หรือ Le Mans Hypercar ที่ใช้โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์คอมโพสิตน้ำหนักเบา ตัวรถขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน V6 ขนาด 3.5 ลิตร Twin-Turbo วางกลางตัวรถ ส่งกำลังสู่ล้อหลัง ทำงานร่วมกับชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเจนเนอเรเตอร์หรือ MGU ที่เพลาหน้าเพื่อสร้างระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบแปรผัน
พละกำลังรวมสูงสุดถูกจำกัดตามกติกาไว้ที่ 520 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 707 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์ซีเควนเชียล 7 สปีด ขณะที่น้ำหนักขั้นต่ำตามกฎอยู่ที่ 1,030 กิโลกรัม การผสานระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบคู่และระบบไฮบริดเพลาหน้าทำให้ TR010 HYBRID มีจุดแข็งด้านการจัดการพลังงาน การเบรกรีเจน และแรงบิดไฟฟ้าออกจากโค้งความเร็วต่ำ
รถหมายเลข 7 ของ Conway, Kobayashi และ de Vries ต้องเจออุปสรรคยางรั่วตั้งแต่ช่วงต้นจนร่วงไปอยู่กลางกลุ่ม แต่ทีมยังใช้เพซที่สม่ำเสมอโดยเฉพาะช่วงเช้ามืดไต่กลับสู่กลุ่มผู้นำ ก่อนที่ Kobayashi จะรับหน้าที่ปิดเกมท่ามกลางอากาศร้อนช่วงบ่ายและพารถผ่านธงตราหมากรุกเป็นคันแรก






แท็กติก Alternative Fuel Strategy จุดเปลี่ยนของเรซ
แม้ Toyota ทั้งสองคันต้องออกสตาร์ทจากตำแหน่งกลาง ๆ หลังรอบ Hyperpole ไม่เป็นไปตามเป้า แต่ทีมวิศวกรเลือกเดินเกมเร็วด้วยกลยุทธ์ Alternative Fuel Strategy ดึงรถเข้าพิตเติมน้ำมันเร็วกว่าคู่แข่งตั้งแต่ช่วงต้น เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรหนาแน่นและสร้างรอบความเร็วในสภาวะ Clean Air
รถหมายเลข 8 ของ Sébastien Buemi, Brendon Hartley และ Ryō Hirakawa เคยขึ้นนำจากการเดินเกมพิตสต็อป แต่ต้องเจอทั้งจังหวะหลุดออกนอกแทร็กในชั่วโมงที่ 9 โทษ Drive-through และงานซ่อมขายึดดรัมเบรก อย่างไรก็ตามทีมช่างยังส่งรถกลับสู่สนามได้เร็วพอให้กลับมาคว้าโพเดียมอันดับ 3 ตามหลังผู้ชนะเพียง 20.417 วินาที
จุดเปลี่ยนใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ Safety Car ออกมาในช่วงไม่ถึง 6 ชั่วโมงสุดท้าย ทำให้ช่องว่างกลุ่มนำถูกรีเซ็ต เหลือเป็นการดวลรถ 4 คันด้านหน้า ก่อนที่ Brendon และ Nyck จะทำจังหวะแซงสำคัญในช่วง 3 ชั่วโมงสุดท้าย ดัน Toyota Racing ขึ้นสู่ตำแหน่ง One-Two ชั่วคราว และเปิดทางให้รถหมายเลข 7 ปิดฉากชัยชนะอย่างสุดระทึก




สรุปผลการแข่งขัน Le Mans 24 Hours 2026
| อันดับ | รถแข่ง / ทีม | จำนวนรอบ / ระยะห่าง |
|---|---|---|
| 1 | #7 TOYOTA RACING | 381 รอบ |
| 2 | #20 BMW M Team WRT | +10.913 วินาที |
| 3 | #8 TOYOTA RACING | +20.417 วินาที |
| 4 | #12 Cadillac Hertz Team Jota | +32.381 วินาที |
| 5 | #51 Ferrari AF Corse | +2 นาที 22.423 วินาที |
| 6 | #35 Alpine Endurance Team | +2 นาที 30.205 วินาที |
คะแนนคูณสองจากเลอมังส์ส่งผลให้ TOYOTA RACING ขยับช่องว่างในตาราง Manufacturers' World Championship ออกไปเป็น 36 คะแนน และส่งให้ทีมนักขับรถหมายเลข 7 ขึ้นนำคะแนนสะสมประเภทนักขับ ก่อนเดินทางสู่สนามถัดไป 6 Hours of São Paulo ที่อินเตอร์ลากอส ประเทศบราซิล วันที่ 12 กรกฎาคม 2026












Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
ชัยชนะของ TOYOTA RACING ในศึก Le Mans 24 Hours 2026 สะท้อนให้เห็นถึงความเก๋าเกมและชั้นเชิงทางวิศวกรรมในยุค Hypercar อย่างชัดเจน แท็กติกที่น่าชื่นชมที่สุดคือการยอมเดินพิตต่างจากสูตรมาตรฐานตั้งแต่ช่วงต้นเกม เพื่อหลีกเลี่ยง Traffic และบังคับให้รถได้ใช้ศักยภาพสูงสุดในช่วง Clean Air ซึ่งในเรซที่ตัดสินกันด้วยส่วนต่างเพียง 10.913 วินาที การตัดสินใจระดับนี้คือความต่างระหว่างแชมป์กับรองแชมป์
เมื่อเจาะลึกไปที่ตัวรถ TR010 HYBRID จะเห็นว่า Toyota ได้เปรียบเรื่อง Energy Management เป็นพิเศษ แม้เครื่องยนต์ V6 Twin-Turbo จะถูกจำกัดพละกำลังตามกฎ BoP แต่การรีเจนพลังงานจากเพลาหน้าและการปล่อยแรงบิดไฟฟ้าออกจากโค้งช่วยให้รถตอบสนองได้ดีในจังหวะสำคัญ ขณะที่น้ำหนักคาร์บอนไฟเบอร์คอมโพสิตตามพิกัด 1,030 กิโลกรัมทำให้ทีมบาลานซ์ความเร็ว ความทน และการถนอมยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกมิติที่ต้องยกให้คือความนิ่งของทีม หลังเจอปัญหายางรั่วของรถหมายเลข 7 และปัญหาเบรกของรถหมายเลข 8 Toyota ไม่แตกเกม แต่คุมจังหวะ ซ่อมเร็ว และเก็บแต้มเต็มจากสองคันได้อย่างคุ้มค่า สิ่งนี้ทำให้ TR010 HYBRID ไม่ได้เป็นแค่รถที่เร็ว แต่เป็นแพ็กเกจ endurance ที่พร้อมเอาตัวรอดตลอด 24 ชั่วโมงอย่างแท้จริง
โจทย์ต่อไปคือสนามอินเตอร์ลากอสซึ่งต้องการแรงกดอากาศสูงและความต่อเนื่องของเซ็ตอัพ เพราะ BMW และ Cadillac แสดงให้เห็นแล้วว่ามีความเร็วทางตรงพร้อมท้าชน Toyota ได้ทุกเมื่อ หาก Toyota Racing ยังรักษาความแม่นยำด้านพลังงานไฮบริด ทีมเวิร์ก และความนิ่งแบบที่เลอมังส์ได้ บัลลังก์แชมป์โลก WEC ปี 2026 ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ





