สรุปเนื้อหาคลิปรีวิวรถยนต์ GEELY EX2 (รุ่นพิเศษ Shooting Star)
1. รุ่นรถ ราคา และการวางตำแหน่งทางการตลาด
GEELY EX2 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถ City Car (Entry Level) ปัจจุบันมีให้เลือก 2 รุ่นย่อยหลักคือ รุ่น Pro ราคา 429,000 บาท และ รุ่น Max ราคา 459,000 บาท คันที่นำมารีวิวคือรุ่นพิเศษ Shooting Star ซึ่งเป็นการนำรุ่น Max มาใส่ชุดแต่งเพิ่มเติม มีจำนวนจำกัด ราคาอยู่ที่ 484,000 บาท
2. สมรรถนะและแบตเตอรี่
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 116 แรงม้า (85 kW) แรงบิด 150 นิวตันเมตร แม้ตัวเลขแรงบิดจะไม่สูงมาก แต่ได้เปรียบเรื่องอัตราเร่งที่ตอบสนองทันทีแบบรถ EV ทำให้ใช้งานในเมืองได้คล่องตัวและเร่งแซงได้ดี อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาประมาณ 10-11 วินาที แบตเตอรี่เป็นชนิด LFP เคลมระยะทางวิ่งไว้ที่ 395 กม. (มาตรฐาน NEDC) และ 325 กม. (มาตรฐาน WLTP) ความเร็วสูงสุดที่ระบุในสเปกคือ 130 กม./ชม. แต่ในการทดสอบจริงสามารถทำความเร็วทะลุไปถึง 140+ กม./ชม. ได้อย่างสบายๆ
3. ดีไซน์ภายนอกและภายในห้องโดยสาร
ภายนอก: เน้นดีไซน์น่ารักทรงโค้งมน ไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์ LED ทรงหยดน้ำ พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติและฟังก์ชัน Follow me home จุดสังเกตคือกระจกมองข้างต้องใช้มือพับเองเท่านั้นแม้จะเป็นรุ่นท็อปสุดก็ตาม รุ่น Max จะได้ล้อขนาด 16 นิ้ว ส่วนรุ่น Pro ได้ 15 นิ้ว
ภายใน: ห้องโดยสารกว้างขวาง พื้นด้านหลังเรียบสนิท นั่ง 5 คนได้ แต่เบาะหลังคนกลางจะไม่มีพนักพิงศีรษะ
หน้าจอและระบบปรับอากาศ: หน้าจอกลางขนาด 14.6 นิ้ว ทัชสกรีนลื่นไหล รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto (ต้องเสียบสายเท่านั้น) และมีหน้าจอคนขับ 8.8 นิ้ว ระบบปรับอากาศเป็นแบบแมนนวลที่ปรับได้แค่ระดับความเย็น ไม่สามารถตั้งตัวเลขอุณหภูมิได้
การตกแต่ง: มีไฟ Ambient Light ที่ปรับสีและตั้งค่าให้เปลี่ยนสีเองได้ (Dynamic) โดยออกแบบแผงคอนโซลเป็นลวดลายตึกเพื่อสื่อถึงความเป็นรถ City Car (ซึ่งผู้รีวิวมองว่าดีไซน์ส่วนนี้ยังไม่ค่อยสวยนัก)
4. อุปกรณ์เฉพาะตัวและระบบความปลอดภัย (ADAS)
การจัดวางอุปกรณ์: ก้านไฟเลี้ยวอยู่ฝั่งซ้ายและก้านปัดน้ำฝนอยู่ฝั่งขวา (สไตล์รถยุโรป) ส่วนเกียร์เป็นแบบก้านสวิตช์ขึ้น-ลง ดันลงคือเกียร์ D ดันขึ้นคือเกียร์ R ซึ่งใช้งานได้เป็นธรรมชาติ
โหมด "สบายในการจอดรถ": เป็นฟีเจอร์เด่นที่อนุญาตให้เปิดแอร์ทิ้งไว้ในขณะที่ล็อกรถแล้วเดินออกไปทำธุระข้างนอกได้ (ต่างจาก Camp mode ของรถทั่วไปที่คนต้องอยู่ในรถ)
ระบบความปลอดภัย (ADAS): ให้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) ที่ทำงานได้ดีและนุ่มนวล รวมถึงมีระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot) แต่ไม่มีระบบดึงพวงมาลัยกลับหรือประคองรถให้อยู่กลางเลน มีเพียงการทำให้พวงมาลัยแข็งต้านมือเพื่อเป็นการเตือนเท่านั้น
5. ฟีลลิ่งการขับขี่และช่วงล่าง
เป็นรถที่ขับสนุก (Enjoy) ควบคุมง่ายมาก วงเลี้ยวแคบไม่ถึง 5 เมตร
สามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยและการตอบสนองของเบรกได้หลายระดับ
ช่วงล่างถูกปรับจูนมาให้เหมาะกับคนไทย คือไม่ได้นุ่มย้วยเหมือนรถจีนรุ่นอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้แข็งกระด้าง ถือว่ามีความเป็นกลาง ซับแรงกระแทกได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าวิ่งเร็วบนถนนขรุขระอาจมีอาการโยนตัวให้เห็นบ้าง
6. อัตราสิ้นเปลืองและการชาร์จไฟฟ้า
การใช้พลังงานทำได้ดีเยี่ยม: ในการทดสอบวิ่งทางไกล 163.5 กม. ใช้แบตเตอรี่ไป 51% (คำนวณแล้ว 1% วิ่งได้ประมาณ 3.2 กม.) อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 10.6 – 11.4 kWh / 100 กม. คาดว่าชาร์จเต็ม 100% จะวิ่งได้จริงเกิน 300 กม. แน่นอน
ค่าใช้จ่ายสุดประหยัด: เมื่อทดลองชาร์จไฟกลับเข้าไป 100 บาท ได้แบตเตอรี่เพิ่มขึ้นมาวิ่งได้อีกประมาณ 120 กม. ซึ่งเฉลี่ยแล้วกินไฟไม่ถึง 1 บาทต่อกิโลเมตร (ประมาณ 80-90 สตางค์/กม.) รับกำลังไฟชาร์จ (DC) ได้ประมาณ 56.5 kW
7. บทสรุปความคุ้มค่า
เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับราคา 400,000 บาทต้นๆ (เช่น Wuling Bingo หรือรถพิกัดใกล้เคียง) ผู้รีวิวมองว่า GEELY EX2 มีความสมดุลที่สุดในทุกๆ ด้าน ทั้งสมรรถนะ ออปชัน และการจัดสรรพลังงาน
ถือเป็นรถที่คุ้มค่ามาก เพราะได้ทั้งเบาะปรับไฟฟ้า, หน้าจอใหญ่, Apple CarPlay, แท่นชาร์จไร้สาย และระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบถ้วน เหมาะกับคนที่ต้องการรถใช้ในเมืองแทนรถอีโคคาร์เครื่องยนต์สันดาปเดิมๆ




