
บริษัท อีแวนเต้ จำกัด (Evante) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ MAXUS อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่ม เอแซ็ป (ASAP) หรือ บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) ประกาศเปิดตัวแบรนด์ “MAXUS Commercial” อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน BIG Motor Sale 2026 ระหว่างวันที่ 22–31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ชูแนวคิด “มิตรแท้ธุรกิจ” ยกทัพยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial EV) ครบ 4 รุ่นหลัก ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่มาตรฐานระดับโลกจาก CATL เพื่อช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนด้านพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์
การตอบโจทย์ระบบนิเวศ Commercial EV และภาคธุรกิจไทย
นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานกรรมการ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไม่ต่ำกว่าปีละ 16,000 คัน ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ ขนส่งสินค้า รถรับส่งผู้โดยสาร รถพยาบาล และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SME ที่กำลังมองหาโซลูชันเพื่อลดภาระต้นทุนค่าพลังงาน การนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS ที่มีความยืดหยุ่น ปรับแต่งการใช้งานได้หลากหลาย ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย จึงเป็นคำตอบสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน MAXUS eDeliver 5 2026 รถตู้ไฟฟ้าเพื่อการขนส่งเขตเมือง



สำหรับงานขนส่งพัสดุและกระจายสินค้าในเมือง MAXUS eDeliver 5 2026 ติดตั้งแบตเตอรี่ CATL ความจุ 64 kWh รองรับการชาร์จเร็วแบบ DC จาก 20–80% ภายใน 36 นาที (กำลังชาร์จสูงสุด 70 kW) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 120 kW ให้ระยะทางขับขี่ตามมาตรฐาน WLTP รวม 301–454 กิโลเมตร รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,265 กิโลกรัม โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น L2H1 ปริมาตรบรรทุก 7.5 ลูกบาศก์เมตร ราคาพิเศษ 990,000 บาท และรุ่น L2H2 หลังคาสูง ปริมาตรบรรทุก 8.7 ลูกบาศก์เมตร ราคาพิเศษ 1,100,000 บาท
MAXUS eDeliver 7 2026 รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อเนกประสงค์
ออกแบบเพื่อรองรับทั้งงานขนส่งผู้โดยสารและสินค้า MAXUS eDeliver 7 2026 ติดตั้งแบตเตอรี่ CATL ความจุ 88 kWh รองรับการชาร์จ DC จาก 20–80% ภายใน 43 นาที (กำลังชาร์จสูงสุด 90 kW) มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 150 kW ให้ระยะทางขับขี่ตามมาตรฐาน WLTP รวม 328–469 กิโลเมตร ปริมาตรบรรทุกสูงสุด 8.7 ลูกบาศก์เมตร รองรับน้ำหนักบรรทุก 1,200 กิโลกรัม เปิดราคาพิเศษที่ 1,250,000 บาท



MAXUS eDeliver 9 2026 รถตู้ไฟฟ้าขนาดใหญ่สำหรับงานหนัก
รองรับงานขนส่งขนาดใหญ่ระดับ Heavy-Duty ด้วย MAXUS eDeliver 9 2026 ติดตั้งแบตเตอรี่ CATL ความจุ 100 kWh รองรับการชาร์จ DC จาก 20–80% ภายใน 47 นาที (กำลังชาร์จสูงสุด 100 kW) มอเตอร์ไฟฟ้าทรงพลัง 170 kW มอบระยะทางขับขี่ตามมาตรฐาน WLTP รวม 360–425 กิโลเมตร ปริมาตรบรรทุกขนาดใหญ่ถึง 11 ลูกบาศก์เมตร และรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,490 กิโลกรัม เปิดให้จองในงานด้วยราคาพิเศษ 1,300,000 บาท



MAXUS eTerron 9 2026 รถกระบะไฟฟ้าสมรรถนะสูง
ไฮไลต์สายลุยกับรถกระบะไฟฟ้าขับเคลื่อน 4 ล้อสมรรถนะสูง MAXUS eTerron 9 2026 ติดตั้งแบตเตอรี่ CATL ขนาด 102.2 kWh รองรับการชาร์จ DC จาก 20–80% ภายใน 42 นาที (กำลังชาร์จสูงสุด 115 kW) ให้พละกำลังมหาศาลถึง 325 kW (ราว 435 แรงม้า) อัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 5.8 วินาที ระยะทางขับขี่สูงสุด 430 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) และรองรับน้ำหนักลากจูงสูงสุดถึง 3,500 กิโลกรัม เปิดราคาจองสุดเร้าใจที่ 1,690,000 บาท
รถแต่งพิเศษ Ambulance Concept และแคมเปญส่งเสริมการขาย



ภายในบูธยังได้จัดแสดงรถรุ่นตกแต่งพิเศษ Passenger Van โดยนำรุ่น eDeliver 5 และ eDeliver 7 มาดัดแปลงเป็นรถส่วนบุคคล พร้อมข้อเสนอค่าปรับแต่งกระจกเริ่มต้น 35,000–48,000 บาท รวมถึงการจัดแสดงรถพยาบาลต้นแบบ “Ambulance Concept” เพื่อรองรับการเติบโตของโครงสร้างสาธารณสุขไทย พร้อมแคมเปญส่งเสริมการขายในงาน มอบฟรี Wall Charger ขนาด 7 kW, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance นาน 3 ปี และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับผู้ที่จองรุ่น eTerron 9
นายศักดิธัช จันทรเสรีกุล รองประธานกรรมการ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด ระบุว่า บริษัทฯ พร้อมเริ่มทยอยส่งมอบรถตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โดยตั้งเป้ายอดขายครึ่งปีหลังไว้ที่ 300 คัน และตั้งเป้า 3,000 คันภายในปี 2571 ปัจจุบันโชว์รูมแห่งแรกพร้อมเปิดบริการย่านถนนรามอินทรา และเตรียมเปิดเพิ่มที่บางนาและชลบุรี พร้อมวางแผนขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการครบ 12 แห่งทั่วประเทศในปีหน้า



Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ MAXUS Commercial ภายใต้การดำเนินงานของ อีแวนเต้ และกลุ่ม ASAP ในงาน BIG Motor Sale 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาด Commercial EV ของเมืองไทยอย่างแท้จริง
จุดเด่นสำคัญคือการเลือกใช้ แบตเตอรี่จาก CATL ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลเรื่องความทนทานและความปลอดภัย ติดตั้งในรถเชิงพาณิชย์ครบทุกขนาด ตั้งแต่รถตู้ส่งของในเมืองอย่าง MAXUS eDeliver 5 2026 ที่เปิดราคาเริ่มต้นเพียง 9.9 แสนบาท ไปจนถึงรถตู้ขนาดใหญ่ MAXUS eDeliver 9 2026 และกระบะไฟฟ้าตัวแรง MAXUS eTerron 9 2026 กำลัง 435 แรงม้า ซึ่งตอบโจทย์ทั้งภาคโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และการแพทย์ฉุกเฉิน


การมีเครือข่ายบริการและระบบนิเวศยานยนต์ที่แข็งแกร่งของ ASAP คอยสนับสนุน จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการและองค์กรธุรกิจในการตัดสินใจเปลี่ยนผ่านฟลีตรถยนต์สันดาปสู่พลังงานไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาวได้อย่างคุ้มค่า
การมีทางเลือกยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่หลากหลายขนาดและครอบคลุมทุกการใช้งาน จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจขนส่งไทยสู่ยุค Green Fleet ได้รวดเร็วเพียงใด? ผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจมองว่าความคุ้มค่าของไลน์อัป MAXUS eDeliver ตอบโจทย์การลดต้นทุนของกิจการท่านมากน้อยแค่ไหน มาร่วมแบ่งปันมุมมองกันได้เลยครับ!






