
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแต่งตั้ง นาย เจียง ฮุย (Mr. Jiang Hui) เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด อย่างเป็นทางการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
เพื่อรับหน้าที่กำหนดทิศทางกลยุทธ์ธุรกิจ การตลาด การขาย บริการหลังการขาย และการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ขณะที่ นาย ซู๋ว์ หยิ่น อดีตผู้บริหารที่ขับเคลื่อนแบรนด์ในไทยตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ได้รับมอบหมายภารกิจใหม่กลับไปดำรงตำแหน่ง ณ ประเทศจีน
นาย เจียง ฮุย สั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนานกว่า 20 ปี ภายใต้ SAIC Motor Corporation โดยเคยดำรงตำแหน่งบริหารแบรนด์ชั้นนำมากมาย อาทิ SAIC Volkswagen, Roewe, Rising Auto และ MG ครอบคลุมทั้งกลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV)
การรับตำแหน่งในครั้งนี้ นาย เจียง ฮุย จะร่วมผนึกกำลังกับ นาย ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric) การยกระดับบริการหลังการขาย และการยึดมั่นในแนวคิด “Global Innovation, Thai Passion และ Value Choice” พร้อมบริหารเครือข่ายผู้จำหน่ายโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 126 แห่งทั่วประเทศ

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การผลัดใบผู้บริหารระดับท็อปของ MG Sales Thailand ด้วยการส่ง นาย เจียง ฮุย มารับไม้ต่อในครึ่งหลังของปี 2026 ถือเป็นแท็กติกการบริหารงานเชิงกลยุทธ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในสมรรถนะตลาด ยานยนต์ไทย ยุคปัจจุบัน การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ “ทศวรรษที่สอง” ของแบรนด์เอ็มจีในประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรักษาฐานลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถยนต์ไฮบริดเดิม แต่คือการรับมือกับสงครามราคาและความท้าทายจากค่ายรถยนต์จีนหน้าใหม่ที่ทยอยตบเท้าเข้ามาเปิดตัวกันอย่างหนาแน่น
โปรไฟล์ของผู้บริหารใหม่ที่ผ่านการกุมบังเหียนแบรนด์พรีเมียมเทคอย่าง Rising Auto และ Roewe ในจีนมาก่อน จะกลายเป็นอาวุธสำคัญในการนำเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ ซอฟต์แวร์ และระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูงมาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของ MG 2026 ได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การสันทัดทั้งตลาดรถยนต์สันดาปและรถยนต์พลังงานใหม่ ยิ่งช่วยให้เอ็มจีสามารถบริหารพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ผสมผสาน (Multi-powertrain) เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคชาวไทยที่ยังลังเลระหว่าง EV, PHEV และ HEV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โจทย์ใหญ่ที่สุดที่รอให้ นาย เจียง ฮุย พิสูจน์ฝีมือ คือการเร่งยกระดับดัชนีประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) และบริการหลังการขายของเครือข่ายดีลเลอร์ทั้ง 126 แห่ง เพื่อแก้ Pain Point เรื่องความน่าเชื่อถือและความพร้อมด้านชิ้นส่วนอะไหล่ หากทีมบริหารชุดใหม่สามารถปรับปรุงคุณภาพการบริการหลังการขายให้เทียบเท่ากับการรุกตลาดด้านการขายได้อย่างเป็นรูปธรรม แบรนด์เอ็มจีจะสามารถรักษาตำแหน่งผู้เล่นระดับท็อปในไทยและสร้าง Brand Loyalty ได้อย่างยั่งยืนครับ





