NEWS

อีซูซุ จับมือ ไทยไฟท์ เปิดโครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT 2026” ส่งต่อสะพานแห่งโอกาส พลิกชีวิตผู้ต้องราชทัณฑ์สู่เส้นทางมวยอาชีพยั่งยืน

อีซูซุร่วมกับไทยไฟท์เปิดโครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT 2026” ใช้มวยไทยเป็นสะพานสร้างโอกาสและอาชีพใหม่ให้ผู้ต้องราชทัณฑ์กลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน

แชร์บทความ
อีซูซุ จับมือ ไทยไฟท์ เปิดโครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT 2026” ส่งต่อสะพานแห่งโอกาส พลิกชีวิตผู้ต้องราชทัณฑ์สู่เส้นทางมวยอาชีพยั่งยืน

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าตอกย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ประกาศร่วมมือครั้งสำคัญกับ บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชน แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT (INSPIRE…THAI FIGHT) หมัดเดียว…เปลี่ยนได้” อย่างเป็นทางการ ณ ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง คลองหก จังหวัดปทุมธานี โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ (รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ) เป็นประธานในพิธี

โครงการ กำลังใจ…THAI FIGHT 2026 เป็นการต่อยอดพระดำริใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงจัดตั้งโครงการกำลังใจเพื่อประทานโอกาสและความหวังแก่ผู้ด้อยโอกาสและผู้ต้องราชทัณฑ์ในสังคมไทย โดยการนำทักษะและเอกลักษณ์ของกีฬามวยไทยมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างระเบียบวินัย ปลูกฝังแนวคิด และสร้างทักษะอาชีพที่มั่นคง เพื่อเป็นสะพานเชื่อมให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีในระยะยาว

ทางด้าน ดร.นพพร วาทิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของโครงการคือการส่งนักมวยไทยระดับโลกจากเวที THAI FIGHT เข้าไปฝึกสอนผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำทั่วประเทศ พร้อมคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพเข้าสู่การแข่งขันบนเวที “THAI FIGHT LEAGUE” ในรูปแบบมวยคาดเชือก เพื่อเปิดโอกาสให้แสดงความสามารถและต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพ เช่น การเป็นนักมวยอาชีพหรือผู้ฝึกสอนมวยไทยหลังพ้นโทษ โดยภายในงานเปิดตัวยังจัดให้มีกิจกรรมสาธิตการฝึกมวยไทยนำโดย แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม และการนำชมค่ายมวยสิงห์หนุ่มพัฒนาภายในแดนการศึกษา

สำหรับรูปแบบการแข่งขันในโครงการ กำลังใจ…THAI FIGHT 2026 จะเป็นการดวลหมัดในพิกัดน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ในรูปแบบมวยคาดเชือก มีนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์เข้าร่วมแข่งขันจำนวน 6 คน จาก 6 เรือนจำ ได้แก่ เรือนจำกลางเขาบิน, เรือนจำกลางระยอง, เรือนจำจังหวัดสระบุรี, ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง, ทัณฑสถานวัยหนุ่มพระนครศรีอยุธยา และเรือนจำกลางราชบุรี โดยการแข่งขันถูกแบ่งออกเป็น 3 รอบ ดังนี้:

รูปแบบการแข่งขัน กำลังใจ…THAI FIGHT 2026

  • รอบแรก 5 กรกฎาคม 2569 ณ World Siam Stadium บางกะปิ: แข่งขันแบบเก็บคะแนน แบ่ง 2 สาย สายละ 3 คน ชก 3 ยก เสมอไม่มีต่อยก 4 ชนะน็อคได้ 3 แต้ม ชนะคะแนนได้ 2 แต้ม เสมอได้ 1 แต้ม คัดเอาอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละสายเข้ารอบ โดยกรณีแต้มเท่ากันจะพิจารณาจากจำนวนครั้งที่ชนะน็อค และการชนะน็อคในยกที่ 1 จะได้คะแนนพิเศษมากกว่ายกถัดไป
  • รอบที่สอง รูปแบบ Knock-out: แข่งขันแบบแพ้ตกรอบ โดยนำอันดับ 1 สาย A ไขว้เจออันดับ 2 สาย B และอันดับ 1 สาย B เจออันดับ 2 สาย A หากเสมอใน 3 ยก จะมีการแข่งขันยกที่ 4 เป็นยกตัดสิน
  • รอบชิงชนะเลิศ 20 ธันวาคม 2569: แข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งแชมป์ประจำโครงการ

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร

เมื่อแบรนด์รถยนต์ที่อยู่คู่คนไทยมาเกือบ 7 ทศวรรษอย่าง อีซูซุ กระโดดลงมาร่วมสนับสนุนบิ๊กโปรเจกต์กลุ่ม Non-Automotive อย่างโครงการ กำลังใจ…THAI FIGHT 2026 ถือเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนมากในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ที่ไม่ได้ทำแค่แคมเปญแจกของชั่วคราว แต่เป็นการร่วมสร้าง “โมเดลต้นแบบ” ในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม โดยการหยิบเอาเอกลักษณ์ “มวยไทย” ที่ไทยไฟท์มีฐานความเชี่ยวชาญระดับโลก เข้าไปแปรเปลี่ยนเป็นอาชีพและวินัยให้กับผู้ที่กำลังจะได้รับโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่

ถ้ามองในมุมของคนชอบดูกีฬาหมัดมวย รูปแบบการแข่งขันชกแบบคาดเชือกที่วางตารางตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศปลายปี วันที่ 20 ธันวาคม 2569 บอกเลยว่ากติกาเข้มข้นและน่าติดตามมาก การเอาเกณฑ์ชนะน็อคยกแรกมาให้คะแนนพิเศษ แสดงว่าในสังเวียนจริงเราจะได้เห็นสไตล์การชกที่ดุดัน เดินแลกหมัดเพื่อชิงความได้เปรียบแน่นอน ซึ่งนอกจากความเดือดบนเวทีแล้ว เรื่องราวเบื้องหลังหรือ Storytelling ของนักชกทั้ง 6 คนจาก 6 เรือนจำ จะเป็นพลังขับเคลื่อนชั้นดีที่ทำให้ผู้ชมอินและร่วมส่งกำลังใจให้พวกเขาในฐานะ “นักสู้ที่อยากเปลี่ยนชีวิต”

สิ่งสำคัญที่สุดของโครงการนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการหาผู้ชนะหรือแชมป์บนเวที แต่คือภาพหลังจากที่พวกเขาพ้นโทษออกมาแล้ว ทักษะที่ได้จากค่ายมวยสิงห์หนุ่มพัฒนาและการรับรองศักยภาพบนเวทีระดับสากล จะช่วยลดอคติของสังคมและเปลี่ยนให้พวกเขากลายเป็นครูมวยหรือเทรนเนอร์ที่มีคุณภาพได้จริง ซึ่งนี่คือการแก้ปัญหาทางสังคมที่ยั่งยืนผ่านกลไกของกีฬา

ก็น่าติดตามและเอาใจช่วยนักชกทุกคนรวมถึงพันธมิตรในโครงการนี้นะครับว่า แพลตฟอร์มการแข่งขันครั้งนี้จะสามารถจุดประกายและส่งต่อแรงบันดาลใจให้สังคมไทยหันมาเปิดใจรับ “คนสู้ชีวิต” ได้มากน้อยแค่ไหน

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Scroll to Top