บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1/2569 ในกิจกรรม Earnings Call (OPPDAY) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ นำโดย คุณธีรพันธ์ ดิษยบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินและความยั่งยืน และคุณปรเมษฐ์ สงวนโชควณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงาน
กลยุทธ์และบริหารการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ โดยมีสาระสำคัญคือธุรกิจกลุ่ม Non-Oil ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 22.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความสำเร็จในไตรมาสนี้มาจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย ที่สามารถสร้างรายได้และผลกำไรขั้นต้นเติบโตแบบก้าวกระโดดมากกว่า 80% YoY ซึ่งเป็นผลจากการเร่งขยายสาขาอย่างดุดันจนแตะระดับ 2,308 สาขา ควบคู่ไปกับการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ที่ได้แรงหนุนอย่างดีจากฐานสมาชิกบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus ในขณะที่กลุ่มธุรกิจหลักอย่างปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.2% YoY
สำหรับทิศทางในอนาคต PTG ยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในธุรกิจ Non-Oil สำหรับปี 2569 ไว้ที่ 30-40% YoY พร้อมทั้งตั้งเป้ารักษาสัดส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Non-Oil ให้อยู่ในระดับ 40-45% ผ่านกลยุทธ์การบริหารพอร์ตธุรกิจและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
เห็นตัวเลขไตรมาสแรกของ PTG ปี 2569 แล้วบอกได้คำเดียวว่า "พอร์ต Non-Oil ไม่ใช่แค่ของแถมอีกต่อไป" แต่มันกลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่ช่วยปั๊มกำไรให้บริษัทอย่างเนื้อๆ เน้นๆ ไปแล้ว โดยเฉพาะแบรนด์กาแฟพันธุ์ไทยที่บุกหนักจนตอนนี้หันไปทางไหนก็เจอ ล่าสุดซัดไปเกิน 2,300 สาขาเข้าไปแล้ว แถมยอดกำไรขั้นต้นเฉพาะฝั่งกาแฟยังโตทะลุ 80% ถือเป็นตัวเลขที่โหดมากๆ ในยุคที่ตลาดคาเฟ่บ้านเราแข่งขันกันดุเดือดขนาดนี้
กลยุทธ์ที่ PTG เดินเกมได้ฉลาดมากคือการใช้ Ecosystem ของระบบสมาชิกอย่าง PT Max Card และ PT Max Card Plus มาเป็นตัวล็อกลูกค้า (Lock-in Customer) ทำให้เกิดการซื้อซ้ำในสาขาเดิมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยอุดช่องโหว่เรื่องความผันผวนของค่าการตลาดน้ำมันที่เป็นธุรกิจหลักได้เป็นอย่างดี เพราะกำไรจากฝั่ง Non-Oil มันสูงกว่าและนิ่งกว่ามาก การที่เขาตั้งเป้าว่าปีนี้ฝั่ง Non-Oil ต้องโตอีก 30-40% แถมจะรักษาสัดส่วนกำไรขั้นต้นให้อยู่สูงถึง 40-45% แสดงว่าหลังจากนี้เราน่าจะได้เห็นปั๊ม PT แปลงร่างเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ขนาดย่อมๆ ที่มีบริการครบวงจรมากขึ้นไปอีก
ก็น่าติดตามต่อเหมือนกันนะว่า ในวันที่ค่ายน้ำมันยักษ์ใหญ่ทุกเจ้าหันมาเปิดศึก Non-Oil และพยายามปั้นแบรนด์กาแฟของตัวเองอย่างเต็มสูบ แบรนด์สีเขียวอย่างกาแฟพันธุ์ไทยจะยังรักษาความแรงระดับนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่งจนจบปีไหม? แล้วทุกคนล่ะ เวลาเลี้ยวเข้าปั๊ม PT ตอนนี้ แวะเติมน้ำมันหรือแวะกดกาแฟพันธุ์ไทยมากกว่ากัน?







