บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแผนเชิงรุกตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ยืนยันเตรียมขยายพอร์ตโฟลิโอไลน์อัปอีวีผลิตในประเทศ (CKD) รุ่นล่าสุด ภายใต้ชื่อทางการค้า NEW MG URBAN 2026 พร้อมเริ่มเดินสายการผลิต ณ โรงงานในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งมอบทันทีหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้
NEW MG URBAN 2026 ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้เป็นยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เน้น คาแรกเตอร์ความสดใส คุ้มค่า และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่ยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด หลังจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ได้รับกระแสความนิยมและผลตอบรับในเชิงบวกจากหลากหลายประเทศทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการนำเข้ามาทำตลาดในไทยครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มตัวเลือกและสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ
สำหรับการเดินสายการผลิตในประเทศ (CKD) ของ NEW MG URBAN 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 3 ของเอ็มจี ที่ผลิตจากฐานการผลิตในประเทศไทย ต่อเนื่องจากความสำเร็จของรุ่นแรกอย่าง NEW MG4 และรุ่นที่สองอย่าง NEW MG S5 EV PLUS ที่ได้วางรากฐานโครงสร้างการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไว้อย่างมั่นคงก่อนหน้านี้
MG URBAN หรือคาดว่า All New MG4 เจเนอเรชันที่ 2 ที่ในตลาดจีนใช้ชื่อว่า MG4 Urban / MG4 Anxin Edition
ระบบขับเคลื่อน: เปลี่ยนจากระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ในเจเนอเรชันแรก มาเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)
มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 125 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร
เทคโนโลยีแบตเตอรี่กึ่งของแข็ง (Semi-Solid State Battery) หรือลิควิด-โซลิดสเตตในรุ่นท็อป รองรับระบบชาร์จไวระดับ 3C สามารถชาร์จประจุจาก 30-80% ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาที
ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็มทำได้ประมาณ 415 – 510 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC
หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ความละเอียดสูงระดับ 2.5K พ่วงระบบปฏิบัติการอัจฉริยะเจเนอเรชันใหม่
ตัวถังภายนอกมาพร้อมสีไฮไลต์ใหม่อย่างสีม่วง Donglai Purple พร้อมการตกแต่งห้องโดยสารด้วยโทนสีชมพูม่วงเข้าชุดกัน
ราคาเริ่มต้นที่ประเทศจีนอยู่ระหว่าง 115,800 – 139,800 หยวน หรือประมาณ 580,000 – 700,000 บาท ยังไม่รวมภาษีและโครงสร้างราคาของประเทศไทย






Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
ค่ายรถยนต์แถวหน้าอย่าง เอ็มจี ขยับตัวรอบนี้เรียกว่าทำเอาตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด (City EV) ต้องเหลียวมองแน่นอนกับการคอนเฟิร์มชื่อ NEW MG URBAN 2026 หรือที่เรียกกันติดปากว่า “น้องม่วง” ว่ามาแน่ แถมรอบนี้ไม่ได้มาแบบนำเข้าสำเร็จรูป แต่เป็นรถอีวีที่ขึ้นสายการผลิตในประเทศ (CKD) เป็นรุ่นที่ 3 ของค่ายต่อจาก MG4 และ MG S5 EV PLUS เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตรงนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญมากในเรื่องการจัดการต้นทุนและการส่งมอบรถที่ทำได้ทันใจหลังเปิดตัว
หากพิจารณาจากข้อมูลสเปกในจีน มีความน่าสนใจตรงที่ All New MG4 เจเนอเรชันที่ 2 รอบนี้ยอมปรับเปลี่ยนโครงสร้างมาเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) เพื่อเคลียร์พื้นที่ห้องโดยสารให้กว้างขวางนั่งสบายขึ้น และที่สำคัญคือสามารถทำราคาขายให้ “เข้าถึงง่าย” ตามยุทธศาสตร์ที่เอ็มจีไทยระบุไว้ หากเวอร์ชันไทยยกออปชันเด็ดอย่างระบบชาร์จไว 3C และหน้าจอ 15.6 นิ้วมาด้วย รวมถึงราคาเปิดตัวเฉลี่ยใกล้เคียงกับระดับ 5-7 แสนบาท (ราคาคาดการณ์ตามค่าเงินหยวน) บอกเลยว่าสะเทือนพิกัด City EV แน่นอน
แต่โจทย์ที่ท้าทายที่สุดของเอ็มจีในการส่ง NEW MG URBAN 2026 ลงสนามรอบนี้ คือพิกัดตัวรถแนวนี้ในตลาดบ้านเรามีเจ้าถิ่นและคู่แข่งสายแข็งจองพื้นที่อยู่เพียบ การที่เอ็มจีจะเข้ามาแชร์เค้กชิ้นนี้ได้สำเร็จ นอกเหนือจากเรื่องดีไซน์ที่สดใสเป็นเอกลักษณ์และราคาค่าตัวแล้ว เรื่องของระยะทางวิ่งจริงรวมถึงความเสถียรของระบบซอฟต์แวร์หลังปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มใหม่จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ผู้บริโภคใช้พิจารณาเปรียบเทียบ
ก็ต้องมารอลุ้นและติดตามวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการกันในเร็วๆ นี้ครับว่า “น้องม่วง” คันนี้จะทำราคาและใส่ออปชันมาได้สะเทือนวงการขนาดไหน






