
ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปีงบประมาณ 2569 ภายใต้แนวคิด Smart in Motion พร้อม 3 แกนสำคัญ: ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ รถยนต์อัจฉริยะ และการปรับภาพลักษณ์โชว์รูมทั่วประเทศ
3 บิ๊กโปรเจกต์สำคัญของ Honda Thailand 2026
- Next-gen Honda Hybrid: ระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่ยกระดับทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่ดีขึ้นและประหยัดพลังงานกว่าเดิม
- รถยนต์อัจฉริยะ SDV: เตรียมนำโครงสร้างซอฟต์แวร์อัจฉริยะและระบบปฏิบัติการ ASIMO OS มาเป็นหัวใจของรถรุ่นใหม่ในอนาคต
- Honda S+ Shift และ HRC: เติม DNA ความสนุกในการขับขี่สไตล์สปอร์ต พร้อมต่อยอดแบรนด์ย่อย Honda Racing Corporation ในไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่
ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่และ ASIMO OS
ฮอนด้าเตรียมยกระดับรถยนต์ Full Model Change ในอนาคตด้วยเทคโนโลยีที่เน้นทั้งการเชื่อมต่อ ความปลอดภัย และการประมวลผลอัจฉริยะ โดย ASIMO OS จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางด้านซอฟต์แวร์ของรถ เพื่อรองรับฟีเจอร์ใหม่และการอัปเดตระบบในระยะยาว
แนวทางนี้สะท้อนการขยับจากรถยนต์ที่เด่นด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์ ไปสู่รถยนต์ที่มีซอฟต์แวร์เป็นหัวใจสำคัญมากขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับตลาดโลกที่ผู้ใช้คาดหวังให้รถเชื่อมต่อกับชีวิตประจำวันได้เหมือนอุปกรณ์ดิจิทัล
ดีเดย์ปรับโชว์รูมและโลโก้ H Mark ใหม่
ฮอนด้าจะทยอยนำอัตลักษณ์องค์กรรูปแบบใหม่มาใช้กับโชว์รูมผู้จำหน่ายทั่วประเทศกว่า 200 แห่งภายในปีนี้ พร้อมเปลี่ยนไปใช้โลโก้ H Mark รูปแบบใหม่ และปรับ Touchpoint ให้เป็น Experience Hub ที่ตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่มากขึ้น




Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การประกาศยุทธศาสตร์รอบนี้ชัดเจนว่าฮอนด้าไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป เพราะตลาดรถยนต์ไทยกำลังถูกบีบจากทั้งค่าย EV จีน แบรนด์ใหม่ และพฤติกรรมผู้ซื้อที่เปลี่ยนไปเร็วมาก รถยนต์ยุคนี้ไม่ได้เป็นแค่พาหนะ แต่ต้องเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับชีวิตผู้ใช้ได้จริง
จุดที่น่าจับตาที่สุดคือ Next-gen Honda Hybrid และ ASIMO OS เพราะนี่อาจเป็นตัวชี้ว่าฮอนด้าจะปรับภาพจำจากแบรนด์ที่แข็งแรงด้านเครื่องยนต์ ไปสู่แบรนด์ที่แข่งขันด้านซอฟต์แวร์ ความปลอดภัย และประสบการณ์ผู้ใช้ได้ดีแค่ไหน
การเปลี่ยนโลโก้ H Mark และปรับโชว์รูมทั่วประเทศจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนป้ายหน้าโชว์รูม แต่เป็นสัญญาณว่า Honda Thailand ต้องการประกาศบทใหม่ของแบรนด์ให้ชัดขึ้นในตลาดไทย



