บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GWM ประกาศเดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์ “All Scenarios – All Powertrains – All Users”…
การที่ GWM ใจถึงขนาดตั้งทีมโรงงาน (Factory Team) แล้วส่งรถตระกูล TANK ทั้ง TANK 300 Hi4-T, TANK 500 Hi4-Z และพี่ใหญ่ TANK 700 Hi4-T ไปลุยศึก Taklimakan Rally 2026 รอบนี้ มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากความมั่นใจในเทคโนโลยีไฮบริดออฟโรดตระกูล Hi4 ของตัวเองแบบสุดๆ เพราะสนามนี้ไม่ใช่แค่ทางฝุ่นขำๆ แต่เป็นทะเลทรายโกบีเกือบ 8,000 กิโลเมตร ถ้ารถไม่เจ๋งจริง โครงสร้างไม่เหนียว หรือระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ไฮบริดไม่นิ่งพอ มีสิทธิ์จอดตายกลางทะเลทรายได้ง่ายๆ
สิ่งที่ GWM กำลังทำอยู่ถือเป็นการเดินเกมที่ฉลาดในการแก้ปมในใจของคนซื้อรถออฟโรดสายลุย เพราะที่ผ่านมา หลายคนมักจะตั้งคำถามว่า “รถออฟโรดจีนที่อัดเทคโนโลยีและระบบไฮบริดเข้ามาเยอะขนาดนี้ เวลาไปลุยหนักๆ ระบบไฟมันจะรวนไหม? ช่วงล่างจะทนมือทนเท้าหรือเปล่า?” การเอาตัวลุยตัวกลั่นของค่ายไปซัดในรายการที่โหดระดับโลกแบบนี้ จึงเป็นคำตอบที่เสียงดังและชัดเจนที่สุดในการพิสูจน์ความทนทานเพื่อซื้อความมั่นใจจากผู้บริโภค
แถมข้อมูลดิบที่ได้จากสนามแข่งรอบนี้ วิศวกรยังเอาไปพัฒนาต่อยอดให้รถเวอร์ชันขายจริงเก่งขึ้นไปอีก ก็น่าติดตามกันยาวๆ นะครับว่า จบการแข่งขันวันที่ 3 มิถุนายนนี้ ทัพรถถัง GWM TANK จะสามารถคว้าชัยและประกาศศักดาบนเวทีระดับโลกได้สวยหรูขนาดไหน และคุณคิดว่าการเอาเทคโนโลยีไฮบริดสายลุยอย่าง Hi4-T หรือ Hi4-Z ไปทรมานในทะเลทรายครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คนที่กำลังเล็งๆ รถตระกูล TANK ในไทยได้มากน้อยแค่ไหน?










