<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<urlset xmlns="http://www.sitemaps.org/schemas/sitemap/0.9" xmlns:image="http://www.google.com/schemas/sitemap-image/1.1" xmlns:video="http://www.google.com/schemas/sitemap-video/1.1">
  <url>
    <loc>https://bangkokmotorhaus.com/videos/geely-ex2-%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a1/</loc>
    <lastmod>2026-06-10T02:46:39+07:00</lastmod>
    <video:video>
      <video:thumbnail_loc>https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/06/youtube-RB3UqSobZKk-maxresdefault-1.jpg</video:thumbnail_loc>
      <video:title>GEELY EX2 อีวีป้ายแดงถูกกว่ารถมือสอง | Tasteรถ</video:title>
      <video:description>สรุปเนื้อหาคลิปรีวิวรถยนต์ GEELY EX2 (รุ่นพิเศษ Shooting Star) 1. รุ่นรถ ราคา และการวางตำแหน่งทางการตลาด GEELY EX2 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถ City Car (Entry Level) ปัจจุบันมีให้เลือก 2 รุ่นย่อยหลักคือ รุ่น Pro ราคา 429,000 บาท และ รุ่น Max ราคา 459,000 บาท คันที่นำมารีวิวคือรุ่นพิเศษ Shooting Star ซึ่งเป็นการนำรุ่น Max มาใส่ชุดแต่งเพิ่มเติม มีจำนวนจำกัด ราคาอยู่ที่ 484,000 บาท 2. สมรรถนะและแบตเตอรี่ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 116 แรงม้า (85 kW) แรงบิด 150 นิวตันเมตร แม้ตัวเลขแรงบิดจะไม่สูงมาก แต่ได้เปรียบเรื่องอัตราเร่งที่ตอบสนองทันทีแบบรถ EV ทำให้ใช้งานในเมืองได้คล่องตัวและเร่งแซงได้ดี อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาประมาณ 10-11 วินาที แบตเตอรี่เป็นชนิด LFP เคลมระยะทางวิ่งไว้ที่ 395 กม. (มาตรฐาน NEDC) และ 325 กม. (มาตรฐาน WLTP) ความเร็วสูงสุดที่ระบุในสเปกคือ 130 กม./ชม. แต่ในการทดสอบจริงสามารถทำความเร็วทะลุไปถึง 140+ กม./ชม. ได้อย่างสบายๆ 3. ดีไซน์ภายนอกและภายในห้องโดยสาร ภายนอก: เน้นดีไซน์น่ารักทรงโค้งมน ไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์ LED ทรงหยดน้ำ พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติและฟังก์ชัน Follow me home จุดสังเกตคือกระจกมองข้างต้องใช้มือพับเองเท่านั้นแม้จะเป็นรุ่นท็อปสุดก็ตาม รุ่น Max จะได้ล้อขนาด 16 นิ้ว ส่วนรุ่น Pro ได้ 15 นิ้ว ภายใน: ห้องโดยสารกว้างขวาง พื้นด้านหลังเรียบสนิท นั่ง 5 คนได้ แต่เบาะหลังคนกลางจะไม่มีพนักพิงศีรษะ หน้าจอและระบบปรับอากาศ: หน้าจอกลางขนาด 14.6 นิ้ว ทัชสกรีนลื่นไหล รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto (ต้องเสียบสายเท่านั้น) และมีหน้าจอคนขับ 8.8 นิ้ว ระบบปรับอากาศเป็นแบบแมนนวลที่ปรับได้แค่ระดับความเย็น ไม่สามารถตั้งตัวเลขอุณหภูมิได้ การตกแต่ง: มีไฟ Ambient Light ที่ปรับสีและตั้งค่าให้เปลี่ยนสีเองได้ (Dynamic) โดยออกแบบแผงคอนโซลเป็นลวดลายตึกเพื่อสื่อถึงความเป็นรถ City Car (ซึ่งผู้รีวิวมองว่าดีไซน์ส่วนนี้ยังไม่ค่อยสวยนัก) 4. อุปกรณ์เฉพาะตัวและระบบความปลอดภัย (ADAS) การจัดวางอุปกรณ์: ก้านไฟเลี้ยวอยู่ฝั่งซ้ายและก้านปัดน้ำฝนอยู่ฝั่งขวา (สไตล์รถยุโรป) ส่วนเกียร์เป็นแบบก้านสวิตช์ขึ้น-ลง ดันลงคือเกียร์ D ดันขึ้นคือเกียร์ R ซึ่งใช้งานได้เป็นธรรมชาติ โหมด &quot;สบายในการจอดรถ&quot;: เป็นฟีเจอร์เด่นที่อนุญาตให้เปิดแอร์ทิ้งไว้ในขณะที่ล็อกรถแล้วเดินออกไปทำธุระข้างนอกได้ (ต่าง...</video:description>
      <video:player_loc allow_embed="yes">https://www.youtube-nocookie.com/embed/RB3UqSobZKk?rel=0&#038;modestbranding=1&#038;playsinline=1</video:player_loc>
      <video:publication_date>2026-06-08T14:25:31+07:00</video:publication_date>
    </video:video>
    <image:image>
      <image:loc>https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/06/youtube-RB3UqSobZKk-maxresdefault-1.jpg</image:loc>
      <image:title>GEELY EX2 อีวีป้ายแดงถูกกว่ารถมือสอง | Tasteรถ</image:title>
    </image:image>
  </url>
  <url>
    <loc>https://bangkokmotorhaus.com/videos/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-5-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</loc>
    <lastmod>2026-06-02T08:28:02+07:00</lastmod>
    <video:video>
      <video:thumbnail_loc>https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/05/youtube-TpJ_a4F-AXc-maxresdefault.jpg</video:thumbnail_loc>
      <video:title>รีวิว ORA 5 EV ทำการบ้านมาดี กับงบ 7 แสนกว่า</video:title>
      <video:description>สรุปคลิปรีวิว ORA 5 EV ราคาและสเปกพื้นฐาน: เปิดตัวมาด้วยราคาที่ทำตลาดได้ดีมาก โดยรุ่นเริ่มต้น (Pro) ราคาประมาณ 649,000 บาท และรุ่นท็อป (Ultra) 719,000 บาท (คาดการณ์หลังหักส่วนลด EV 3.5) มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 204 แรงม้า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเคลมระยะทาง 520 กม. (NEDC) แต่วิ่งจริงจะได้ราวๆ 400 กม. รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 120 kW (ชาร์จ 30-72% ใน 17 นาที) ดีไซน์และช่วงล่าง: เป็นเหมือนรุ่นพัฒนาต่อยอดจาก ORA Good Cat ให้กลายเป็นรถ Crossover SUV จุดที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนและดีขึ้นมากคือ ช่วงล่างด้านหลังเปลี่ยนมาใช้แบบอิสระมัลติลิงก์ (Multi-link) แทนคานแข็ง ทำให้ซับแรงสะเทือนได้ดีขึ้น ขับขี่สบายกว่า Good Cat อย่างเห็นได้ชัด ภายในห้องโดยสารและฟีเจอร์เด่น: รุ่น Ultra จะได้ห้องโดยสารสีเบจตกแต่งด้วยสีทอง (ถ้าไม่ชอบมีสีดำให้เลือก) เบาะหลังเอนได้มากขึ้นและนั่งสบาย ได้เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบระบายอากาศ (เบาะเย็น) ระบบแอร์เป็นแบบโซนเดียวไม่สามารถแยกซ้าย-ขวาได้ ระบบเสียงและระบบความปลอดภัย: จุดที่ผู้รีวิวประทับใจที่สุดคือ เครื่องเสียงแบรนด์จีนที่ให้คุณภาพเสียงยอดเยี่ยมเกินราคารถ 7 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีระบบ ICC (Intelligent Cruise Control) ที่ควบคุมความเร็วและประคองพวงมาลัยได้ดีคล้าย Tesla และมีระบบความปลอดภัยพิเศษคือ หากคนขับปล่อยมือหรือหมดสติ รถจะทำการเบรกจนหยุดนิ่งและเปิดไฟฉุกเฉินให้เอง รุ่นที่แนะนำ: ผู้รีวิวแนะนำให้ขยับไปเล่นรุ่นท็อป (Ultra) อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเพิ่มเงินเพียงประมาณ 70,000 บาท แต่ได้ทั้งเบาะเย็น, เครื่องเสียงสเปกสูง, หลังคากระจก, และระบบ ADAS ที่ครบถ้วนกว่า</video:description>
      <video:player_loc allow_embed="yes">https://www.youtube-nocookie.com/embed/TpJ_a4F-AXc?rel=0&#038;modestbranding=1&#038;playsinline=1</video:player_loc>
      <video:publication_date>2026-05-18T02:42:42+07:00</video:publication_date>
    </video:video>
    <image:image>
      <image:loc>https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/05/youtube-TpJ_a4F-AXc-maxresdefault.jpg</image:loc>
      <image:title>รีวิว ORA 5 EV ทำการบ้านมาดี กับงบ 7 แสนกว่า</image:title>
    </image:image>
  </url>
  <url>
    <loc>https://bangkokmotorhaus.com/videos/xforce-hev-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99/</loc>
    <lastmod>2026-06-02T08:27:44+07:00</lastmod>
    <video:video>
      <video:thumbnail_loc>https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/05/youtube-bAouNMfYVH0-maxresdefault-1.jpg</video:thumbnail_loc>
      <video:title>XForce HEV วิ่งในเมืองกินแค่ไหน?</video:title>
      <video:description>การทดสอบรถ Mitsubishi XForce HEV ในหัวข้อ &quot;วิ่งในเมืองกินแค่ไหน?&quot; (One Day in Bangkok) 1. ช่วงต้นคลิป: แนะนำรุ่นรถและเปรียบเทียบคู่แข่ง ผู้รีวิวแนะนำรถ Mitsubishi XForce HEV รุ่นท็อปสุด (Ultimate X) ราคา 1,089,000 บาท (รุ่นรอง Ultimate 1,039,000 บาท และรุ่นเริ่มต้น 899,000 บาท) คู่แข่งในตลาด: แม้จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ต้องแข่งกับ Yaris Cross หรือ HR-V แต่ XForce มีมิติตัวถังที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม จุดเด่นรุ่นท็อป: สิ่งที่ได้เพิ่มขึ้นมาคือ ไฟตัดหมอก LED, ตัวถังสีทูโทน (สีหลังคาตัดกับตัวรถ), และประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าพร้อมระบบเตะเปิด (Hands-free) 2. ช่วงเริ่มออกเดินทาง: เซ็ตอัปรถและเติมน้ำมัน การทดสอบ: ตั้งใจทดสอบวิ่งในกรุงเทพฯ ทั้งวัน โดยใช้ โหมด Normal เป็นหลัก การเติมน้ำมัน: เริ่มต้นด้วยการเติมน้ำมัน E20 เต็มถัง (เอาแค่หัวจ่ายตัด) ราคาลิตรละประมาณ 35.20 บาท หน้าจอรถโชว์ระยะทางที่วิ่งได้ถึง 640 กม. ก่อนมุ่งหน้าไปจุดหมายแรกคือ Go Wholesale สาขาเจริญราษฎร์ 3. ช่วงพูดคุยสเปกเครื่องยนต์และสมรรถนะ เครื่องยนต์: ใช้บล็อก 1.6 ลิตร เบนซิน ร่วมกับ Xpander HEV แต่ปรับจูนใหม่ให้แรงม้าเยอะกว่า โดยเครื่องยนต์ให้กำลัง 107 แรงม้า ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 116 แรงม้า และแรงบิด 255 นิวตันเมตร (มอเตอร์แรงกว่าเครื่องยนต์) ระบบเกียร์: ต่างจาก Xpander เพราะ XForce ใช้เกียร์ 2 สปีด ทำให้ประหยัดน้ำมันกว่าอย่างเห็นได้ชัด (เคลม Eco Sticker สูงถึง 24.4 กม./ลิตร) 4. ช่วงรีวิวห้องโดยสารและฟีเจอร์เด่น พื้นที่นั่ง: ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่ง 4 คนสบาย เบาะหลังสามารถปรับพิงเอนได้ ฟีเจอร์ภายใน: เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง วัสดุหนังสังเคราะห์มี Heat Guard ช่วยสะท้อนความร้อน, จอกลางสัมผัส 12.3 นิ้ว, จอคนขับ 8 นิ้ว, และแอร์ออโต้ 2 โซนพร้อมระบบฟอกอากาศ Nanoe X จุดที่ชอบ: หน้าจอสามารถบอกค่าแรง G, น้ำหนักเบรก-คันเร่ง และข้อมูลการชาร์จไฟได้ละเอียด นอกจากนี้ยังมี ช่องแอร์เป่าหัวเข่าคนขับ ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศอาเซียนมากๆ 5. ช่วงทดสอบการขับขี่และช่วงล่าง (จุดแข็ง-จุดอ่อน) การควบคุม: พวงมาลัยปรับน้ำหนักตามความเร็ว ช่วง 0-20 กม./ชม. พวงมาลัยจะเบามาก ช่วยให้กลับรถง่าย วงเลี้ยวแคบ แต่เมื่อขับเร็วขึ้นพวงมาลัยจะหนืดและแม่นยำขึ้น อัตราเร่งและการเข้าโค้ง: ด้วยแรงบิด 255 นิวตันเมตร อัตราเร่งดีเหมือนขับรถ EV (คาดว่า 0-100 ทำได้ราว 8-9 วินาที) เข้าโค้งมั่นใจมากเพราะมี ระบ...</video:description>
      <video:player_loc allow_embed="yes">https://www.youtube-nocookie.com/embed/bAouNMfYVH0?rel=0&#038;modestbranding=1&#038;playsinline=1</video:player_loc>
      <video:publication_date>2026-05-31T08:53:46+07:00</video:publication_date>
    </video:video>
    <image:image>
      <image:loc>https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/05/youtube-bAouNMfYVH0-maxresdefault-1.jpg</image:loc>
      <image:title>XForce HEV วิ่งในเมืองกินแค่ไหน?</image:title>
    </image:image>
  </url>
  <url>
    <loc>https://bangkokmotorhaus.com/videos/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-toyota-wish-jdm-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88-1800-%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b8%b5/</loc>
    <lastmod>2026-05-25T03:00:11+07:00</lastmod>
    <video:video>
      <video:thumbnail_loc>https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/05/qmaxresdefault-1.jpg</video:thumbnail_loc>
      <video:title>รีวิว Toyota Wish JDM เครื่องแค่ 1,800 ซีซี ขี้เหร่กว่าเวอร์ชันไทย?</video:title>
      <video:description>สรุปคลิปรีวิว Toyota Wish JDM (สเปกญี่ปุ่นแท้ เครื่อง 1,800 ซีซี) ความแตกต่างจากเวอร์ชันไทย: Wish เวอร์ชันญี่ปุ่น (JDM) รุ่น 1.8X S Package คันนี้ จะไม่มีโป่งซุ้มล้อ ทำให้มิติตัวถังดูแคบกว่า ภายนอกด้านท้ายไม่มีป้ายตัวอักษรบอกรุ่นใดๆ และเรือนไมล์เป็นแบบเข็มแอนะล็อก 3 วง ท็อปสปีดบนหน้าปัดอยู่ที่ 180 กม./ชม. เครื่องยนต์และช่วงล่าง: ใช้เครื่องยนต์รหัส 1ZZ ขนาด 1.8 ลิตร 132 แรงม้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ขับขี่ในเมืองได้กระฉับกระเฉง แต่ถ้าวิ่งทางไกลที่ 120 กม./ชม. รอบเครื่องจะสูงถึง 3,100 รอบ/นาที ทำให้มีเสียงและแรงสั่นสะเทือนเข้ามาในห้องโดยสารพอสมควร ช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบคานแข็ง (Torsion Beam) ซึ่งต่างจากของไทยที่เป็นแบบอิสระ ฟีลลิ่งการขับขี่จึงคล้าย Toyota Altis คือนุ่มนวลในเมือง แต่มีความย้วยและโยนตัวเวลาใช้ความเร็วสูง ข้อดีคือใช้อะไหล่ร่วมกับ Altis ได้เกือบ 90% พื้นที่ห้องโดยสาร: ความพิเศษคือเป็นรถ 7 ที่นั่งแท้ๆ เบาะแถว 2 เป็นแบบยาวติดกัน (Bench Seat) และมีพนักพิงศีรษะตรงกลางซึ่งช่วยเรื่องความปลอดภัย เบาะสามารถปรับเอนนอนได้เยอะมาก เหมาะกับให้ผู้สูงอายุนั่งสบายๆ แต่เบาะแถว 3 ค่อนข้างแคบและไม่มีแอร์หลัง ผู้รีวิวแนะนำว่าควรใช้งานจริงเป็นเหมือนรถ 4-5 ที่นั่งจะดีกว่า อัตราสิ้นเปลือง: เป็นจุดที่น่าประทับใจมาก เพราะแม้จะเป็นรถอายุ 20 กว่าปี แต่ขับทางไกลทำอัตราสิ้นเปลืองได้ดีถึง 18+ กม./ลิตร (คำนวณมือ) ตกประมารกิโลเมตรละไม่ถึง 2 บาท ทำให้ผู้รีวิวรู้สึกว่าประหยัดจนไม่ต้องนำไปติดแก๊สเลย</video:description>
      <video:player_loc allow_embed="yes">https://www.youtube-nocookie.com/embed/bsbzPye0nEk?rel=0&#038;modestbranding=1&#038;playsinline=1</video:player_loc>
      <video:publication_date>2026-05-15T19:39:13+07:00</video:publication_date>
    </video:video>
    <image:image>
      <image:loc>https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/05/qmaxresdefault-1.jpg</image:loc>
      <image:title>รีวิว Toyota Wish JDM เครื่องแค่ 1,800 ซีซี ขี้เหร่กว่าเวอร์ชันไทย?</image:title>
    </image:image>
  </url>
  <url>
    <loc>https://bangkokmotorhaus.com/videos/gwm-tank-300-diesel-2026-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-2/</loc>
    <lastmod>2026-05-25T02:54:43+07:00</lastmod>
    <video:video>
      <video:thumbnail_loc>https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/05/maxresdefault-1.jpg</video:thumbnail_loc>
      <video:title>GWM TANK 300 Diesel 2026 เอสยูวีล้านต้นทำได้ขนาดนี้</video:title>
      <video:description>สรุปคลิปรีวิว TANK 300 ดีเซล จุดเด่นและดีไซน์: TANK 300 เป็นรถเอสยูวีทรง Boxy หรือทรง Retro (คล้ายรถ Jeep) รุ่นเดียวในตลาดขณะนี้ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งตอบโจทย์สายลุยและคนที่ชอบแคมป์ปิ้งเดินทางไกล 5-7 วัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่ชาร์จไฟเหมือนรถอีวี ดีไซน์ทรงเหลี่ยมยังช่วยให้ห้องโดยสารมีความโปร่งและกว้างขวาง นั่ง 5 คนได้สบาย สมรรถนะและการขับขี่: ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบ VGT 184 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ให้กำลังเหลือเฟือและขับขี่ทางไกลได้นุ่มนวลมาก การเปลี่ยนเกียร์สมูทคล้ายเกียร์ CVT ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องต่ำไม่ถึง 2,000 รอบ ทำให้เสียงเครื่องยนต์เงียบและไม่มีกลิ่นน้ำมันเข้ามารบกวน ช่วงล่างและอัตราสิ้นเปลือง: ช่วงล่างเป็นแบบ Body on frame ซึ่งซับแรงกระแทกจากพื้นถนนได้ดี ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อขับทางเรียบ แต่คนขับอาจรู้สึกตึงตังบ้างในบางจังหวะรอยต่อถนน อัตราสิ้นเปลืองสำหรับการขับขี่ทางไกลอยู่ที่ประมาณ 14-15 กม./ลิตร ส่วนในเมืองอาจเห็นตัวเลข 9-12 กม./ลิตร ฟังก์ชันและรุ่นที่แนะนำ: ภายในห้องโดยสารออกแบบได้ดี มีปุ่มควบคุมแอร์แยกออกมาให้ใช้งานง่าย ไม่ต้องกดผ่านจอเหมือนรถจีนรุ่นอื่นๆ รุ่นท็อป (Ultra) จะมีเบาะปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมเบาะเย็น (Ventilation Seat) รถอยู่ในพิกัดราคาล้านต้นๆ แข่งกับ B-SUV ค่ายญี่ปุ่นได้สบาย แต่ผู้รีวิวแนะนำให้ซื้อรุ่นเริ่มต้น (Pro) เพราะราคาคุ้มค่าและผู้รีวิวไม่ค่อยประทับใจระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) ของรถจีนที่มักจะเบรกเองบ่อยครั้ง จึงมองว่ารุ่น Pro ก็เพียงพอแล้ว</video:description>
      <video:player_loc allow_embed="yes">https://www.youtube-nocookie.com/embed/KhoIdTYJc1E?rel=0&#038;modestbranding=1&#038;playsinline=1</video:player_loc>
      <video:publication_date>2026-05-15T16:01:10+07:00</video:publication_date>
    </video:video>
    <image:image>
      <image:loc>https://bangkokmotorhaus.com/wp-content/uploads/2026/05/maxresdefault-1.jpg</image:loc>
      <image:title>GWM TANK 300 Diesel 2026 เอสยูวีล้านต้นทำได้ขนาดนี้</image:title>
    </image:image>
  </url>
</urlset>
