บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้าแนวทางการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยการส่งสัญญาณยืนยันความพร้อมของผลิตภัณฑ์ตระกูลเครื่องยนต์ดีเซลยอดนิยมอย่าง HYUNDAI STARIA 2026 และ HYUNDAI PALISADE 2026 ในการรองรับพลังงานทางเลือกอย่างน้ำมันไบโอดีเซล B20 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน มุ่งสร้างทางเลือกที่ยั่งยืนและเหมาะสมกับพฤติกรรมการขับขี่ระยะยาวในประเทศไทย

ทางด้าน นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า อนาคตของการเดินทางจะถูกขับเคลื่อนด้วยความหลากหลายของเทคโนโลยีพลังงาน (Multi-Powertrains) แบรนด์จึงให้ความสำคัญกับทัพโปรดักส์ที่ครอบคลุม ทั้งกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) รถยนต์เครื่องยนต์เบนซิน และรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล โดยการปรับคุณสมบัติให้รถ MPV และ SUV ระดับแฟลกชิปสามารถรองรับน้ำมัน B20 ได้นั้น เป็นการตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานครอบครัวและภาคธุรกิจที่จำเป็นต้องพึ่งพาสมรรถนะอันแข็งแกร่งและต้องการบริหารต้นทุนพลังงานอย่างคุ้มค่าสูงสุด

HYUNDAI STARIA 2026 รองรับ B20
HYUNDAI STARIA 2026 อยู่ในพิกัด Full-size MPV โดยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับรุ่นมาตรฐาน Euro 5 เริ่มที่รุ่น 2.2 DIESEL TURBO ESSENCE ราคา 1,499,000 บาท สำหรับกลุ่มสิทธิพิเศษลูกค้าองค์กร, รุ่น 2.2 DIESEL TURBO ELITE ราคา 1,659,000 บาท, รุ่น 2.2 DIESEL TURBO Trend S ราคา 1,819,000 บาท, รุ่น 2.2 DIESEL TURBO ELITE Plus ราคา 1,899,000 บาท และรุ่น 2.2 DIESEL TURBO Style S ราคา 2,119,000 บาท


สำหรับรุ่นท็อปซีรีส์ STARIA Premium มีรุ่น 2.2 DIESEL TURBO Premium ราคา 2,349,000 บาท, รุ่น 2.2 DIESEL TURBO Premium with Side Step ราคา 2,379,000 บาท, รุ่น 2.2 DIESEL TURBO Premium Sunroof ราคา 2,419,000 บาท และรุ่น 2.2 DIESEL TURBO Premium Sunroof with Side Step ราคา 2,449,000 บาท
ตัวรถออกแบบภายใต้แนวคิด Space Innovation ห้องโดยสารสไตล์ Lounge รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 11 ที่นั่ง จัดวางพื้นที่จัดเก็บสัมภาระได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร ทำงานควบคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มอบอัตราเร่งและประสิทธิภาพการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล พร้อมปรับโครงสร้างซอฟต์แวร์การจ่ายน้ำมันและระบบกรองไอเสียให้รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 เต็มรูปแบบ

HYUNDAI PALISADE 2026 แฟลกชิป D-SUV
HYUNDAI PALISADE 2026 อยู่ในพิกัดแฟลกชิป D-SUV โดยมีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น 2.2 Diesel Turbo Exclusive 2WD ราคา 2,299,000 บาท และรุ่น 2.2 Diesel Turbo Prestige 4WD ราคา 2,499,000 บาท


รถยนต์อเนกประสงค์ SUV ขนาดใหญ่ระดับเรือธง 7 ที่นั่ง ภายในตกแต่งหรูหราด้วยวัสดุเบาะหนังแท้ Nappa และระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Infinity ติดตั้งลำโพง 12 ตำแหน่งรอบทิศทาง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 197 แรงม้า มอบสมรรถนะการเดินทางไกลที่มั่นใจ พร้อมรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 เป็นทางเลือกด้านพลังงานที่เชื่อมโยงกับภาคเกษตรกรรมในประเทศ


Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่นวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะ (SDV) ที่หลายค่ายพากันเทน้ำหนักไปที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% จนเกือบหมด การขยับหมากของ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ในการประกาศตัวเลขความพร้อมรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 ให้กับสองพี่น้องโมเดลใหญ่อย่าง HYUNDAI STARIA 2026 และ HYUNDAI PALISADE 2026 ถือเป็นยุทธศาสตร์การจับตลาดที่ชาญฉลาดและมองเห็นความเป็นจริงทางเทคโนโลยีอย่างมาก เพราะในชีวิตจริงของผู้บริโภคชาวไทย กลุ่มรถยนต์ MPV 11 ที่นั่ง และรถ D-SUV ไซส์ยักษ์ มักถูกใช้งานเป็นพาหนะในการเดินทางไกล ขนสัมภาระหนัก หรือใช้เป็นรถประจำตำแหน่งขององค์กรธุรกิจ ซึ่งขุมพลังดีเซลยังคงได้เปรียบเรื่องแรงบิดที่ต่อเนื่องและความสะดวกรวดเร็วในการเติมเชื้อเพลิงเดินทาง
การเพิ่มข้อมูลราคาหน้าร้านที่อัปเดตแบบละเอียดครบทุกรุ่นย่อย ตั้งแต่ระดับ 1.4 ล้านบาทไปจนถึง 2.4 ล้านบาท ยิ่งทำให้เห็นภาพโครงสร้างราคาที่ฮุนไดใช้คุมพื้นที่กลุ่มรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ การแก้เกมอุดช่องว่างด้วยการเปิดสเปกให้รองรับน้ำมัน B20 ได้อย่างเป็นทางการโดยที่เครื่องยนต์ไม่เกิดปัญหาตามมาทีหลัง ถือเป็นหมัดเด็ดในการดึงใจกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งและครอบครัวขนาดใหญ่ที่วิ่งงานระยะทางยาวๆ ให้สามารถประหยัดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงลงได้อีกโข และยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าฮุนไดไม่ได้ละทิ้งกลุ่มผู้ใช้รถยนต์สันดาปดั้งเดิม แต่เลือกที่จะนำเสนอทางเลือกพลังงานที่เหมาะสมกับบริบทโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยในปัจจุบันควบคู่ไปกับตระกูลรถไฟฟ้า IONIQ ของค่าย
โจทย์สำคัญถัดไปของฮุนไดคือการสื่อสารและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในระยะยาว ว่าการเติมน้ำมัน B20 จะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบซอฟต์แวร์หัวฉีดหรือการรับประกันคุณภาพตัวรถในอนาคต ซึ่งหากทำระบบหลังบ้านและ Touchpoint ศูนย์บริการออกมารองรับอย่างอุ่นใจ แฝดใหญ่ทั้งสองรุ่นนี้ก็ยังคงเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งในการสร้างยอดขายกลุ่มรถหรูอเนกประสงค์ให้ฮุนไดได้อย่างมั่นคง



