บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ขยับตัวครั้งสำคัญกระตุ้นเซกเมนต์ซิตี้คาร์ในเมืองไทย ด้วยการเผยภาพและข้อมูลอย่างเป็นทางการของ HONDA CITY 2026 ไมเนอร์เชนจ์ ทั้งรูปแบบซีดาน 4 ประตู และแฮทช์แบ็ก 5 ประตู พร้อมจัดแคมเปญเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์เป็นเจ้าของล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569 รับสิทธิพิเศษฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท ก่อนเตรียมแถลงข่าวเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้

การปรับโฉมครั้งนี้ HONDA CITY 2026 ไมเนอร์เชนจ์ โดดเด่นด้วยการยกระดับภาพลักษณ์สปอร์ตล้ำสมัย กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ LED ในทุกรุ่นย่อย พร้อมไฮไลต์ไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ลากยาวเต็มความกว้างตัวรถ สะท้อนเอกลักษณ์ใหม่ และไฟท้าย LED แบบ Clear lens จับคู่ล้ออัลลอยลวดลายใหม่

ภายในห้องโดยสารอัปเกรดฟีเจอร์ที่ผู้บริโภคยุคใหม่มองหา ได้แก่ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (MVCS), เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส Advanced Touch ขนาดใหญ่ 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย, ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light, แท่นชาร์จไฟไร้สาย (Wireless Charger) และกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ




ข้อมูลรุ่นย่อยและสีตัวถังของ HONDA CITY 2026 ไมเนอร์เชนจ์
ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ e:HEV RS 2026 รุ่นท็อปสุด ตกแต่งดีไซน์สปอร์ตและฟังก์ชันเทคโนโลยีเต็มขั้น, e:HEV SV 2026 รุ่นรองท็อปที่เน้นความคุ้มค่าในการใช้งานประจำวัน และใหม่ e:HEV V 2026 รุ่นเริ่มต้นไฮบริดไลน์อัปใหม่ล่าสุด วางกลยุทธ์ทำราคาให้เข้าถึงได้ง่ายที่สุด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสัมผัสระบบฟูลไฮบริดได้ง่ายขึ้น


ขุมพลัง VTEC TURBO มีให้เลือก 1 รุ่นย่อย คือ TURBO S 2026 รุ่นเริ่มต้นของไลน์อัป ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ มอบความคล่องตัว คุ้มค่า และมั่นใจในทุกการขับขี่
เฉดสีตัวถังภายนอกมีรวม 7 สี ได้แก่ สีแดงเบลซิง (มุก), สีเทาเออร์เบิน (มุก), สีขาวแพลทินัม (มุก), สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก), สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก), สีดำคริสตัล (มุก) และสีขาวทาฟเฟต้า โดยรุ่นแฮทช์แบ็ก สีเทาเออร์เบินจะมาพร้อมหลังคาสีดำทูโทนในรุ่น e:HEV RS


พิเศษ เฉพาะรุ่นซีดานย่อย e:HEV SV สามารถเลือกออปชันสีภายในห้องโดยสาร สีเทาแพลทินัม จับคู่กับสีภายนอกเทาเมทิเออรอยด์ หรือดำคริสตัลได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าที่ต้องการบรรยากาศห้องโดยสารที่แตกต่างจากโทนสีดำมาตรฐาน

Bangkok Motorhaus มองอย่างไร
การขยับตัวส่งสัญญาณเปิดจองสิทธิ์ของ HONDA CITY 2026 ไมเนอร์เชนจ์ ในรอบนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์การเดินหมากที่ชาญฉลาดและตรงไปตรงมาของฮอนด้า ในการเร่งรักษาพื้นที่มาร์เก็ตแชร์กลุ่มซิตี้คาร์ ท่ามกลางกระแสการบุกโจมตีอย่างหนักจากค่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในระดับราคาใกล้เคียงกัน สาเหตุที่ฮอนด้าต้องรีบประกาศแผนธุรกิจส่งโปรดักส์นี้ลงสนาม เพราะพวกเขารู้ดีว่าพฤติกรรมลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการความคุ้มค่าและความอเนกประสงค์ที่จับต้องได้ง่าย การเพิ่มรุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่อย่าง e:HEV V ถือเป็นหมัดเด็ดในการทลายกำแพงเรื่องราคา เพื่อท้าชนกลุ่มรถยนต์ประหยัดพลังงานค่ายคู่แข่ง และดักลูกค้าที่ยังลังเลระหว่างการใช้เครื่องยนต์สันดาปกับระบบไฟฟ้า ให้หันมาซบระบบฟูลไฮบริดที่ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัดและไม่ต้องง้อการชาร์จไฟแทน
เมื่อพูดถึงรถยนต์อัจฉริยะ (SDV) และอุปกรณ์ที่ให้มาใน HONDA CITY 2026 ไมเนอร์เชนจ์ โฉมใหม่นี้ บอกเลยว่าเป็นการลบภาพจำเดิมๆ เรื่องออปชันกั๊กของฮอนด้าไปโดยสิ้นเชิง การอัดฟังก์ชันอย่างกล้องมองภาพรอบทิศทาง (MVCS), หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว และแท่นชาร์จไร้สาย เข้ามาตั้งแต่โรงงาน ประกอบกับงานดีไซน์โครงสร้างไฟหน้าแบบ Connecting Light เต็มความกว้างตัวรถ ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าฮอนด้ากำลังปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมตัวรถยนต์ให้ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์สมัยใหม่และให้ภาพลักษณ์ล้ำสมัยเสมือนยานยนต์ยุคใหม่
ในมุมมองของเพจเรา การที่ฮอนด้ายอมถอดรุ่นย่อยเครื่องยนต์สันดาปเทอร์โบออกไปเกือบหมด แล้วเหลือไว้เพียงรุ่นเริ่มต้นอย่างรุ่น S เพียงรุ่นเดียว เพื่อหันมาเทโฟกัสทั้งหมดไปที่ทัพฟูลไฮบริด e:HEV ถึง 3 รุ่นย่อย ย่อมแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดที่ยั่งยืนในระยะยาว
ก็น่าติดตามอย่างยิ่งในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ครับว่า เมื่อเปิดราคาหน้าร้านอย่างเป็นทางการแล้ว ฮอนด้าจะทำราคาเซอร์ไพรส์รุ่นเริ่มต้น e:HEV V ออกมาได้สะเทือนวงการขนาดไหน






